ผู้หญิงอายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรู ปวดหลังเรื้อรังจากกระดูกสันหลังยุบ จากโรคกระดูกพรุน
ช่วงหลังมานี้หลายคนอาจมีญาติผู้ใหญ่หรือคุณแม่ที่อายุเริ่มมากขึ้น แล้วบ่นปวดหลังตลอดเวลา นั่งนานก็ปวด เดินนิดหน่อยก็ล้าจนต้องหยุดพัก บางคนเคยผ่าตัดกระดูกสันหลังมาแล้ว พอเวลาผ่านไปกลับปวดมากกว่าเดิม จนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
กรณีที่พบบ่อยมาก คือ "กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน" โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน เพราะกระดูกที่อ่อนแรงจะรับน้ำหนักไม่ไหว ทำให้ข้อหลังบางปล้องยุบตัวลง เกิดอาการปวดหลังเรื้อรังแบบที่หลายคนกำลังเผชิญอยู่
ตัวอย่างเคสจริงที่คล้ายกัน
คุณป้าสมศรี อายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรูยึดข้อหลังเมื่อหลายปีก่อน หลังผ่าแรก ๆ ก็ดีขึ้น เดินได้ ทำงานเบา ๆ ในบ้านได้ แต่ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเริ่มปวดหลังมากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน นั่งนานก็ปวด นอนก็ไม่สบายตัว
สุดท้ายลูกหลานพามาตรวจ พบว่า "กระดูกสันหลังปล้องถัดจากที่ใส่สกรูยุบตัวลง" จากโรคกระดูกพรุน ทำให้หลังผิดรูปเหมือนหลังโก่งเล็ก ๆ และเป็นสาเหตุของการปวดหลังเรื้อรังที่เป็นอยู่
กระดูกสันหลังยุบคืออะไร (อธิบายแบบง่าย)
ลองนึกภาพกระดูกสันหลังเป็นก้อนอิฐเรียงซ้อนกันเป็นเสา ถ้าอิฐก้อนหนึ่งผุหรือบางลงจากความชื้นและน้ำหนักที่กดทับอยู่ตลอดเวลา วันหนึ่งมันอาจบุบหรือยุบลงได้
กระดูกสันหลังก็เหมือนกัน โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่เป็นโรคกระดูกพรุน กระดูกจะบาง เปราะ และรับน้ำหนักได้ไม่ดี พอยุบตัวลงก็ทำให้ข้อหลังเสียความสมดุล ส่งแรงไปที่ข้ออื่นมากขึ้น ทำให้ปวดเรื้อรังทั้งหลัง
เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน ยิ่งมีโอกาสเกิดได้ง่าย เพราะข้อที่อยู่ข้าง ๆ ต้องรับน้ำหนักเพิ่มขึ้นเหมือนเพื่อนต้องทำงานแทนกันจนล้า
สาเหตุที่ทำให้กระดูกยุบหลังผ่าตัดใส่สกรู
-
กระดูกพรุนจากอายุที่มากขึ้น
-
เคลื่อนไหวผิดท่า เช่น ก้มยกของหนัก
-
กล้ามเนื้อหลังอ่อนแรงทำให้รับภาระไม่ไหว
-
น้ำหนักตัวมาก ทำให้แรงกดที่กระดูกเพิ่มขึ้น
-
ข้อหลังติดสกรูทำให้ปล้องถัดไปต้องรับแรงแทน
อาการที่พบได้บ่อย
-
ปวดหลังตื้อ ๆ เป็นเรื้อรัง บางครั้งปวดร้าวลงสะโพกหรือขา
-
นั่งนาน ปวดมาก ยืนหรือเดินนานก็ล้า
-
หลังเริ่มโก่ง ตัวเตี้ยลง
-
เจ็บมากเวลาไอหรือจาม เพราะแรงสะเทือนมากดที่ปล้องยุบ
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์ทันที
-
ปวดหลังรุนแรงเฉียบพลันจนลุกไม่ได้
-
ชา ขาไม่มีแรง เดินไม่ได้
-
กลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระไม่ได้
อาการเหล่านี้อาจมีเส้นประสาทถูกกดทับ ต้องตรวจโดยแพทย์ทันที
การวินิจฉัย: ทำอย่างไรจึงรู้ว่า "ยุบจริง"
การตรวจจะเริ่มตั้งแต่
-
ตรวจร่างกาย ดูแนวกระดูก กล้ามเนื้อหลัง และระบบประสาท
-
เอกซเรย์ เพื่อดูว่ากระดูกยุบหรือบิดตัวมากน้อยแค่ไหน
-
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) ใช้ดูว่าปล้องที่ยุบมีการกดเส้นประสาทหรือมีการอักเสบเรื้อรังร่วมด้วยหรือไม่ เหมาะกับผู้ที่ปวดร้าวลงขา หรือปวดเรื้อรังต่อเนื่อง
-
การวัดความหนาแน่นกระดูก เพื่อประเมินความรุนแรงของโรคกระดูกพรุน
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (แนวทางตามลำดับ)
ส่วนใหญ่ผู้สูงอายุสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยทำเป็นขั้นตอนต่อเนื่อง
1) ปรับพฤติกรรมให้ถูกต้อง
-
หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก
-
ใส่เสื้อพยุงหลังตามคำแนะนำในช่วงอาการยังมาก
-
หลีกเลี่ยงการนั่งเตี้ยหรือนั่งนานเกิน 30–40 นาที
-
ควบคุมน้ำหนัก ลดภาระที่กระดูกต้องรับ
2) การกินยา
-
ยาลดการอักเสบ
-
ยาคลายกล้ามเนื้อ
-
วิตามินและแคลเซียม
-
ยารักษาโรคกระดูกพรุนเพื่อลดความเสี่ยงกระดูกยุบซ้ำ
แพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล โดยคำนึงถึงโรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไตเสื่อม
3) กายภาพบำบัด
เน้นสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลัง–หน้าท้อง เพื่อช่วยประคองแนวกระดูกให้มั่นคงขึ้น เช่น
-
การฝึกทรงตัว
-
การยืดเหยียดแบบค่อยเป็นค่อยไป
-
การฝึกกล้ามเนื้อแกนกลาง
การทำอย่างสม่ำเสมอช่วยลดปวดได้มาก และลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำ
4) การฉีดยาลดอักเสบแบบระบุตำแหน่งด้วยอัลตราซาวด์
สำหรับผู้ที่ปวดหลังมากจากข้ออักเสบหรือกล้ามเนื้อรอบกระดูกสันหลังตึงตัว การฉีดยาจำเป็นในบางราย
การใช้ อัลตราซาวด์ ช่วยระบุตำแหน่งทำให้ยาเข้าเป้าชัดเจน ลดปวดได้เร็ว และปลอดภัยกว่า เพราะเห็นเส้นเลือดและเส้นประสาท
5) การติดตามอาการ
แพทย์มักนัดติดตามทุก 4–8 สัปดาห์ เพื่อประเมินว่าอาการดีขึ้นหรือไม่ ปรับแผนยาและกายภาพให้เหมาะสม รวมถึงดูว่ามีปล้องอื่นเสี่ยงยุบเพิ่มหรือไม่
กรณีที่ต้องพิจารณาผ่าตัด
ไม่ใช่ผู้สูงอายุทุกคนจะต้องผ่า ส่วนใหญ่รักษาแบบประคับประคองได้ดี แต่กรณีที่ต้องคิดถึงการผ่าตัด ได้แก่
-
อาการปวดรุนแรงมากจนใช้ชีวิตไม่ได้เลย
-
มีกระดูกยุบจนปล้องหลังโก่งมากผิดปกติ
-
เส้นประสาทถูกกดจนขาอ่อนแรง เดินไม่ได้
-
ปล้องยุบมากขึ้นเรื่อย ๆ จากภาพเอกซเรย์ในช่วงติดตาม
การผ่าตัดในผู้สูงอายุจะประเมินอย่างละเอียดมาก เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก
พยากรณ์โรค: หลังยุบดีขึ้นได้แค่ไหน
ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ หากได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น อาการปวดจะค่อย ๆ ลดลงใน 4–12 สัปดาห์ แต่การฟื้นตัวของกระดูกต้องใช้เวลาเป็นเดือน ๆ
โอกาสกลับมาเป็นซ้ำมีได้ โดยเฉพาะถ้าโรคกระดูกพรุนยังควบคุมไม่ดี ดังนั้นการรักษากระดูกพรุนควบคู่ไปด้วยจึงสำคัญมาก
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
-
หลังโก่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
-
ปวดเรื้อรังจนทำให้เดินน้อยและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
-
เสี่ยงกระดูกยุบซ้ำหลายปล้อง
-
คุณภาพชีวิตลดลง เช่น เดินลำบาก นอนลำบาก
วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นแบบทำได้จริง
-
เดินวันละนิดวันละหน่อยเพื่อให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
-
กินอาหารโปรตีนเพียงพอ เช่น ไข่ เต้าหู้ ปลา
-
เสริมแคลเซียมและวิตามินดีตามคำแนะนำแพทย์
-
หลีกเลี่ยงการก้มยกของและการหกล้มทุกชนิด
-
ทำกายภาพบำบัดสม่ำเสมอ
สรุป
กระดูกสันหลังยุบจากโรคกระดูกพรุน โดยเฉพาะในผู้ที่เคยผ่าตัดใส่สกรูมาก่อน เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุสำคัญของอาการปวดหลังเรื้อรัง การตรวจอย่างเป็นระบบ และการรักษาแบบไม่ผ่าตัดที่เหมาะสม สามารถช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตได้ดีขึ้นมาก
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#กระดูกสันหลังยุบ #ปวดหลังเรื้อรัง #กระดูกพรุน #ผู้สูงอายุ #ใส่สกรูกระดูกสันหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Q: หนูอายุ 80 ปี เคยผ่าตัดกระดูกสันหลังใส่สกรูมาแล้ว ตอนนี้ปวดหลังมาก เป็นเพราะอะไรคะ?
A: อาการปวดหลังเรื้อรังอาจเกิดจากกระดูกสันหลังปล้องถัดจากที่ใส่สกรูยุบตัวลงจากโรคกระดูกพรุนค่ะ
Q: กระดูกสันหลังยุบมันอันตรายไหมคะ?
A: กระดูกสันหลังยุบอาจทำให้หลังผิดรูปและปวดเรื้อรังได้ค่ะ
Q: ถ้าปวดหลังแบบนี้ต้องผ่าตัดอีกรอบไหมคะ?
A: ในหลายกรณี ผู้สูงอายุสามารถรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ โดยเริ่มจากการปรับพฤติกรรมค่ะ
Q: มีวิธีไหนช่วยลดอาการปวดหลังได้บ้างคะ?
A: การหลีกเลี่ยงการก้มยกของหนัก การใส่เสื้อพยุงหลัง และการควบคุมน้ำหนัก อาจช่วยบรรเทาอาการได้ค่ะ
Q: ถ้าปวดหลังมากจนเดินไม่ได้ ควรทำอย่างไรคะ?
A: หากมีอาการปวดหลังรุนแรงเฉียบพลันจนลุกไม่ได้ หรือมีอาการชา ขาไม่มีแรง ควรพบแพทย์ทันทีค่ะ

