เงื้อขวานฟันต้นไม้อยู่ดี ๆ จู่ ๆ ไหล่ก็เหมือนมีอะไรมาเสียบ คืนนั้นนอนตะแคงทับไหล่ไม่ได้เลย
คุณสมชาย วัย 54 เคยยกของ ตัดกิ่งไม้ในสวนได้สบาย แต่สามวันก่อน แค่จะเอื้อมหยิบแก้วน้ำบนชั้น ก็เสียวจนต้องร้อง หวีผมเองไม่ได้ ใส่เสื้อเองแทบไม่ไหว เขานึกว่าแค่เคล็ด เดี๋ยวก็หาย เลยยังไม่กล้าไปหาหมอ
แต่บางครั้งอาการปวดไหล่แบบนี้ ไม่ใช่แค่เคล็ด บทความนี้จะพาไปรู้จักสิ่งที่ซ่อนอยู่ในไหล่ และทางเลือกที่ช่วยให้กลับมายกแขนได้อีกครั้ง
ปวดไหล่จากหินปูนเกาะเอ็น รักษาให้ยกแขนได้อีกครั้งโดยไม่ต้องผ่าตัด
ปวดไหล่ทันทีทันใด ทั้งที่ไม่ได้ล้ม ไม่ได้กระแทก
หลายคนเข้าใจว่าไหล่จะปวดก็ต่อเมื่อล้ม หกล้ม หรือถูกกระแทกแรง ๆ แต่ความจริงคือ มีอาการปวดไหล่อีกแบบหนึ่งที่มาเองโดยไม่ต้องมีอุบัติเหตุ ปวดขึ้นมาเฉียบพลัน บางคนปวดจนยกแขนไม่ขึ้น นอนไม่ได้ทั้งคืน ทั้งที่เมื่อวานยังใช้งานแขนได้ตามปกติ
อาการแบบนี้ส่วนหนึ่งมาจาก "หินปูนเกาะเอ็นไหล่" ซึ่งเป็นภาวะที่พบได้บ่อยกว่าที่คิด และข่าวดีคือ ส่วนใหญ่รักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
เรื่องของคุณสมชาย
ก่อนหน้านี้คุณสมชายเป็นคนแข็งแรง ใช้แขนทำงานในสวนทุกวัน ยกของ ตัดกิ่งไม้ ฟันต้นไม้ ได้สบายไม่เคยมีปัญหา
จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังออกแรงเงื้อขวานฟันต้นไม้ ไหล่ขวาก็เริ่มปวดตื้อ ๆ แล้วค่อย ๆ ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในไม่กี่วัน จากที่เคยยกแขนหวีผมได้ กลับกลายเป็นว่าแค่จะเอื้อมหยิบของบนชั้น ก็เสียวแปลบจนต้องหยุด
เพราะปวดแบบนี้ เขาเริ่มใส่เสื้อเองลำบาก สระผมเองไม่ถนัด กลางคืนพลิกตัวทับไหล่ทีไรก็สะดุ้งตื่น พักผ่อนไม่เต็มอิ่ม
ตอนแรกเขาคิดว่าแค่ทำงานหนักเกินไป เดี๋ยวคงหายเอง เลยทนมาหลายวัน แต่ยิ่งทนอาการก็ยิ่งรบกวนชีวิตประจำวัน จนในที่สุดเขาตัดสินใจมาตรวจ เพื่อหาคำตอบว่าจริง ๆ แล้วในไหล่เกิดอะไรขึ้น
ในไหล่เกิดอะไรขึ้น อธิบายแบบเข้าใจง่าย
หลายคนไม่รู้ว่าอาการปวดแบบนี้มีคำอธิบายที่ชัดเจน และมีทางออกมากกว่าที่คิด ลองมาทำความเข้าใจไปด้วยกันทีละขั้น
"ทำไมถึงเกิดหินปูนเกาะเอ็น" ปกติเอ็นที่หุ้มหัวไหล่ของเรา ทำหน้าที่เหมือนเชือกที่ช่วยยกและหมุนแขน เอ็นกลุ่มนี้ได้รับเลือดมาเลี้ยงค่อนข้างน้อยอยู่แล้ว เมื่อใช้งานซ้ำ ๆ เป็นเวลานาน หรือมีบางช่วงที่เลือดและออกซิเจนไปเลี้ยงเอ็นได้ไม่ดีพอ เซลล์ในเอ็นบางส่วนจะค่อย ๆ เปลี่ยนสภาพ แล้วเริ่มมีแคลเซียมหรือ "หินปูน" มาสะสมเป็นก้อนเล็ก ๆ ในเนื้อเอ็น
"เกิดทีละขั้นอย่างไร" ช่วงแรกที่หินปูนเพิ่งก่อตัว ก้อนจะค่อนข้างแข็งและแน่น ระยะนี้หลายคนแทบไม่รู้สึกอะไร หรือปวดเพียงเล็กน้อยเวลายกแขน แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง ร่างกายจะเริ่ม "ส่งทีมมาเก็บกวาด" หินปูนก้อนนั้น โดยสร้างเส้นเลือดเล็ก ๆ และเซลล์เม็ดเลือดขาวเข้ามาช่วยกันสลายก้อนหินปูน ในระยะนี้เองที่ก้อนหินปูนจะเปลี่ยนสภาพจากแข็ง กลายเป็นนิ่มและฟูขึ้นคล้ายยาสีฟัน
"ทำไมอาการจึงปวดมาก" จุดที่หลายคนแปลกใจคือ ระยะที่ร่างกายกำลังสลายหินปูนนี่แหละ คือระยะที่ปวดที่สุด เพราะกระบวนการเก็บกวาดทำให้เกิดการอักเสบ บวม และความดันในเอ็นสูงขึ้น พอมีแรงไปกระตุ้น เช่น การออกแรงเงื้อขวานฟันต้นไม้ ก็เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้อาการปวดปะทุขึ้นมาเฉียบพลัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบางคนปวดขึ้นมาแรง ๆ ทั้งที่ไม่ได้บาดเจ็บรุนแรง
และมีอีกข่าวดีซ่อนอยู่ในกลไกนี้ นั่นคือ การที่ก้อนหินปูนกลายเป็นนิ่ม แปลว่าร่างกายกำลังพยายามสลายมันออกเองอยู่แล้ว หลายรายหินปูนจึงค่อย ๆ ละลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ การรักษาจึงมักเป็นการช่วย "ลดความเจ็บปวดและเร่งกระบวนการ" ไม่ใช่การฝืนธรรมชาติของร่างกาย
รู้จักภาวะหินปูนเกาะเอ็นไหล่ให้มากขึ้น
ภาวะหินปูนเกาะเอ็นไหล่ (calcific tendinitis) คือการที่มีแคลเซียมมาสะสมเป็นก้อนในเส้นเอ็นรอบหัวไหล่ โดยเฉพาะเอ็นด้านบนที่ช่วยกางแขน เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงานถึงวัยกลางคน ช่วงอายุประมาณสี่สิบถึงหกสิบปี
อาการที่พบบ่อยมีดังนี้
-
ปวดไหล่ที่เกิดขึ้นเอง โดยไม่จำเป็นต้องมีอุบัติเหตุนำมาก่อน
-
ปวดมากเวลายกแขนขึ้นเหนือศีรษะ หรือกางแขนออกด้านข้าง
-
ปวดมากตอนกลางคืน นอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เป็นไม่ได้
-
กิจวัตรง่าย ๆ อย่างหวีผม ใส่เสื้อ เอื้อมหยิบของ กลายเป็นเรื่องยาก
-
บางรายปวดเฉียบพลันรุนแรงในช่วงที่ร่างกายกำลังสลายหินปูน
ใครเสี่ยงเป็นภาวะนี้บ้าง
ปัจจัยที่พบว่าเกี่ยวข้องกับการเกิดหินปูนเกาะเอ็นไหล่ มีดังนี้
-
อายุช่วงสี่สิบถึงหกสิบปี ซึ่งเป็นช่วงที่พบภาวะนี้ได้บ่อยที่สุด
-
การใช้งานแขนและไหล่ซ้ำ ๆ โดยเฉพาะท่ายกแขนเหนือศีรษะ
-
มีโรคทางต่อมไร้ท่อบางอย่าง เช่น เบาหวาน หรือความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ซึ่งอาจทำให้อาการเริ่มเร็วและเป็นนานกว่าปกติ
-
ภาวะที่เลือดไปเลี้ยงเอ็นได้ไม่ดีในบางช่วง
ข้อสำคัญคือ การมีปัจจัยเสี่ยงไม่ได้แปลว่าจะต้องเป็นเสมอไป และหลายคนที่เป็นก็ไม่มีปัจจัยเสี่ยงชัดเจน การสังเกตอาการของตัวเองจึงสำคัญกว่าการกังวลล่วงหน้า
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยที่ถูกต้องคือหัวใจสำคัญที่สุด เพราะอาการปวดไหล่เกิดได้จากหลายสาเหตุ การแยกให้ชัดว่าเป็นหินปูนเกาะเอ็น ไม่ใช่ปัญหาอื่น จะทำให้เลือกวิธีรักษาได้ตรงจุด ขั้นตอนการตรวจมีดังนี้
-
ซักประวัติ สอบถามลักษณะการปวด จุดที่ปวด ช่วงเวลาที่ปวด และกิจกรรมที่กระตุ้นอาการ
-
ตรวจร่างกาย ดูองศาการเคลื่อนไหวของไหล่ ตำแหน่งที่กดเจ็บ และทดสอบการทำงานของเอ็นรอบหัวไหล่
-
อัลตราซาวด์ (ultrasound) เป็นเครื่องมือที่เห็นก้อนหินปูนและสภาพเอ็นได้แบบเรียลไทม์ บอกได้ว่าหินปูนแข็งหรือเริ่มนิ่ม ซึ่งช่วยวางแผนการรักษา และไม่มีรังสี
-
เอกซเรย์ (X-ray) ช่วยยืนยันตำแหน่งและขนาดของก้อนหินปูน รวมถึงดูลักษณะว่าก้อนแข็งหรือฟูนิ่ม
-
ในบางรายที่อาการซับซ้อน อาจพิจารณาตรวจเพิ่มด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อดูเอ็นและเนื้อเยื่อรอบ ๆ ให้ละเอียดขึ้น
แนวทางการรักษา จากเบาไปหนัก
เป้าหมายของการรักษาไม่ใช่แค่ทำให้หายปวด แต่คือการช่วยให้กลับไปใช้ชีวิตและดูแลคนที่เรารักได้เหมือนเดิม โดยเลือกวิธีที่เหมาะกับแต่ละคน เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน
เริ่มจากการดูแลเบื้องต้น คุณสมชายเล่าว่าหลังได้พักการใช้งานไหล่ ปรับท่าทาง และได้รับยาลดการอักเสบเพื่อคุมอาการปวด เขาเริ่มนอนหลับได้ดีขึ้น นี่คือก้าวแรกที่สำคัญ เพราะการลดปวดและการอักเสบลงก่อน จะช่วยให้ขยับไหล่และทำกายภาพได้
-
การพักและปรับกิจกรรม หลีกเลี่ยงท่าที่กระตุ้นอาการในช่วงปวดมาก ร่วมกับการทำกายภาพบำบัดเพื่อคงองศาการเคลื่อนไหว
-
ยาลดการอักเสบและบรรเทาปวด เพื่อคุมอาการในระยะเฉียบพลัน
-
การเจาะสลายหินปูนด้วยเข็มภายใต้อัลตราซาวด์ (ultrasound-guided barbotage) เป็นการใช้เข็มเล็กเจาะเข้าไปที่ก้อนหินปูนโดยมีอัลตราซาวด์นำทางแบบเรียลไทม์ เพื่อดูดและล้างสลายก้อนหินปูนออก มักทำร่วมกับการฉีดยาลดการอักเสบในตำแหน่งที่เหมาะสม วิธีนี้มีงานวิจัยรองรับว่าช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้นถึงระยะกลาง
-
คลื่นกระแทก (shockwave) เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสลายหินปูน
-
การผ่าตัด พิจารณาเฉพาะรายที่รักษาด้วยวิธีอื่นเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น ซึ่งพบเป็นส่วนน้อย
จุดที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือ การที่อาการปวดดีขึ้นเร็วหลังการรักษา เป็นเพราะการอักเสบถูกควบคุม ส่วนตัวก้อนหินปูนเองอาจค่อย ๆ สลายต่อไปอีกระยะหนึ่ง การรักษาจึงเป็นการเดินไปพร้อมกับธรรมชาติของร่างกาย ไม่ใช่การรับประกันว่าหินปูนจะหายทันทีในวันเดียว
หายได้ไหม ใช้เวลานานแค่ไหน
ข่าวดีคือ ภาวะหินปูนเกาะเอ็นไหล่ส่วนใหญ่มีแนวโน้มดีขึ้นได้ มีผู้ป่วยจำนวนมากที่อาการดีขึ้นด้วยการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด และในหลายราย ก้อนหินปูนสามารถสลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในระยะที่ก้อนเริ่มนิ่มและฟู
ระยะเวลาการฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนอาการปวดเฉียบพลันทุเลาลงได้ภายในไม่กี่สัปดาห์หลังคุมการอักเสบ ส่วนการสลายของก้อนหินปูนอาจใช้เวลานานกว่านั้น บางรายอาจมีอาการปวดกลับมาเป็นพัก ๆ ในช่วงที่ร่างกายยังสลายหินปูนไม่หมด ซึ่งมักเป็นเพียงชั่วคราว
สิ่งที่ช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้นคือ การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น และการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับระยะของโรคและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษาจะเป็นอย่างไร
แม้หลายรายจะดีขึ้นเองได้ แต่การปล่อยอาการปวดไว้นานโดยไม่ดูแล ก็มีผลที่ตามมาได้ ซึ่งขอบอกในฐานะข้อเท็จจริง เพื่อให้ตัดสินใจดูแลตัวเองได้อย่างเข้าใจ
-
อาการปวดเรื้อรังอาจรบกวนการนอนและการใช้ชีวิตประจำวันต่อเนื่อง
-
เมื่อปวดจนไม่กล้าขยับไหล่เป็นเวลานาน ไหล่อาจเริ่มติดและขยับได้น้อยลง
-
การหลีกเลี่ยงการใช้แขนนาน ๆ อาจทำให้กล้ามเนื้อรอบไหล่อ่อนแรงลง
การเข้าใจสิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีไว้ให้กังวล แต่เพื่อให้เห็นว่า การมาตรวจเพื่อหาคำตอบที่ถูกต้องตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ดูแลได้ง่ายกว่าและสบายตัวเร็วกว่า
ดูแลและลดโอกาสเกิดซ้ำอย่างไร
-
คงการเคลื่อนไหวของไหล่ให้เหมาะสม ไม่ฝืนใช้งานหนักในช่วงที่ยังปวด แต่ก็ไม่ปล่อยให้ไหล่นิ่งจนติด
-
บริหารและยืดกล้ามเนื้อรอบหัวไหล่อย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำ
-
ปรับท่าทางการทำงานและการใช้แขนเหนือศีรษะให้พอเหมาะ มีช่วงพัก
-
ดูแลสุขภาพโดยรวม เช่น ควบคุมโรคประจำตัวอย่างเบาหวานให้ดี
-
สังเกตอาการของตัวเอง หากปวดผิดปกติหรือปวดนานขึ้น ควรมาตรวจ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม หินปูนเกาะเอ็นไหล่ ต้องผ่าตัดไหม ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด รักษาด้วยวิธีไม่ผ่าตัดก็ดีขึ้นได้ การผ่าตัดพิจารณาเฉพาะรายที่รักษาวิธีอื่นเต็มที่แล้วยังไม่ดีขึ้น
ถาม หินปูนจะหายไปเองได้จริงไหม ตอบ หลายรายก้อนหินปูนสลายหายไปได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในระยะที่ก้อนเริ่มนิ่ม การรักษาช่วยลดปวดและเดินไปพร้อมกับกระบวนการนี้
ถาม ทำไมปวดขึ้นมาแรงทั้งที่ไม่ได้ล้ม ตอบ เพราะระยะที่ร่างกายกำลังสลายหินปูน จะเกิดการอักเสบและบวมในเอ็น ทำให้ปวดเฉียบพลันได้ แม้ไม่มีอุบัติเหตุนำมาก่อน
ถาม การเจาะสลายหินปูนด้วยอัลตราซาวด์เจ็บมากไหม ตอบ เป็นหัตถการที่ใช้เข็มเล็กและมีการให้ยาชาร่วมด้วย โดยทั่วไปทนได้ ควรปรึกษาแพทย์ถึงความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
ถาม ปวดไหล่แบบไหนควรรีบมาตรวจ ตอบ ปวดมากจนยกแขนไม่ขึ้น ปวดรบกวนการนอนต่อเนื่อง หรือปวดไม่ดีขึ้นภายในเวลาที่ควร ควรมาตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สรุปสิ่งที่ควรจำ
-
ปวดไหล่เฉียบพลันโดยไม่ได้ล้ม อาจเกิดจากหินปูนเกาะเอ็นไหล่ ไม่ใช่แค่เคล็ด
-
ระยะที่ปวดมากที่สุด คือระยะที่ร่างกายกำลังสลายหินปูนเอง ซึ่งก้อนจะนิ่มลง
-
ส่วนใหญ่รักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด และหลายรายหินปูนสลายหายเองได้
-
การวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ต้น คือกุญแจสำคัญในการเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคน
-
คุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ การดูแลไหล่ให้แข็งแรงตั้งแต่วันนี้ คือการดูแลตัวเองเพื่อใช้ชีวิตและอยู่กับคนที่รักได้อย่างเต็มที่
บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือรักษาเฉพาะบุคคล หากมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจและวางแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก Line ID @doctorkeng โทร 081-5303666 เว็บไซต์ doctorkeng.com
#ปวดไหล่ #หินปูนเกาะเอ็นไหล่ #หินปูนในไหล่ #ปวดไหล่ยกแขนไม่ขึ้น #รักษาปวดไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่ #ปวดไหล่กลางคืน #ดูแลข้อและเอ็น
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดไหล่แบบนี้ต้องผ่าตัดไหมคะ?
A: ในหลายกรณี การรักษาด้วยวิธีอื่นอาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
Q: หินปูนที่เกาะเอ็นไหล่มันจะหายไปเองได้ไหม?
A: ร่างกายอาจพยายามสลายหินปูนออกเองได้ ซึ่งอาจใช้เวลา
Q: อาการปวดไหล่แบบนี้เกิดจากอะไรคะ?
A: อาการปวดไหล่เฉียบพลันส่วนหนึ่งอาจเกิดจากภาวะหินปูนเกาะเอ็นไหล่
Q: ถ้าปวดไหล่มาก ๆ จะยกแขนได้เหมือนเดิมไหม?
A: การรักษาที่เหมาะสมอาจช่วยให้อาการปวดลดลงและกลับมาใช้งานแขนได้ดีขึ้น
Q: มีวิธีรักษาหินปูนเกาะเอ็นไหล่โดยไม่ต้องผ่าตัดไหม?
A: มีทางเลือกในการรักษาหลายวิธีที่อาจช่วยบรรเทาอาการได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

