ปวดใต้เข่าในนักกีฬาเยาวชน เกิดจากอะไร? (Osgood–Schlatter disease)
“หมอครับ ลูกสาวอายุ 13 ปี เล่นเทนนิส พอซ้อมหนัก ๆ จะปวดใต้เข่าทุกครั้ง ต้องใช้สายรัดไว้ถึงจะพอซ้อมได้ แบบนี้อันตรายไหมครับ?”
นี่คือคำถามที่หมอได้ยินบ่อยมากจากคุณพ่อคุณแม่ของนักกีฬาวัยรุ่น และคำตอบคือ —
อาการปวดใต้เข่าในเด็กนักกีฬามักเกิดจากภาวะที่เรียกว่า ‘Osgood–Schlatter disease’ หรือกระดูกหน้าแข้งอักเสบจากแรงดึงของเอ็นสะบ้า ครับ
🧠 โรคนี้คืออะไร?
ภาวะนี้มักเกิดใน “เด็กวัยกำลังโต” โดยเฉพาะช่วงอายุ 10–15 ปี ที่กระดูกและกล้ามเนื้อยังเจริญไม่เต็มที่
เวลาเล่นกีฬา เช่น เทนนิส ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือกรีฑา ที่ต้องวิ่ง กระโดด หรือย่อตัวบ่อย ๆ กล้ามเนื้อหน้าขาจะดึงแรงมากที่ “จุดเกาะของเอ็นสะบ้า” ซึ่งอยู่ใต้กระดูกสะบ้า (ปุ่มกระดูกหน้าแข้งหรือตำแหน่งที่เรียกว่า tibial tubercle)
เมื่อถูกดึงซ้ำ ๆ บ่อย ๆ กระดูกบริเวณนี้ซึ่งยังเป็นกระดูกอ่อน จะเกิดการอักเสบ ทำให้ ปวดบวมตรงใต้เข่า โดยเฉพาะเวลาวิ่ง กระโดด หรือลงน้ำหนักแรง ๆ ครับ
⚠️ กลุ่มเสี่ยงที่พบบ่อย
-
เด็กวัยรุ่นที่เล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกซ้ำ ๆ เช่น เทนนิส ฟุตบอล บาสเกตบอล วอลเลย์บอล หรือวิ่ง
-
เด็กที่เพิ่งเปลี่ยนชนิดกีฬา เช่น จากว่ายน้ำ (แรงกระแทกน้อย) มาเป็นเทนนิส (แรงกระแทกสูง)
-
เด็กที่กล้ามเนื้อหน้าขาตึง หรือกล้ามเนื้อสะโพก–ต้นขายังไม่แข็งแรงพอ
-
เด็กที่ฝึกซ้อมหนักโดยไม่พักเพียงพอ
🩺 อาการที่สังเกตได้
-
ปวดบวมเฉพาะจุดใต้เข่า (ตรงกระดูกหน้าแข้งด้านบน)
-
ปวดมากขึ้นเมื่อวิ่ง กระโดด หรือนั่งย่อตัว
-
กดแล้วเจ็บ และอาจคลำได้ “ก้อนแข็ง ๆ” ใต้เข่าหลังเป็นมาระยะหนึ่ง
-
ปวดเฉพาะข้าง (บางคนอาจเป็นสองข้างพร้อมกัน)
🧩 การวินิจฉัย
หมอมักวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกายและซักประวัติ ไม่จำเป็นต้องเอกซเรย์ทุกราย
แต่ถ้าอาการเรื้อรัง หรือมีบวมมากผิดปกติ อาจทำ X-ray เพื่อแยกโรคอื่น เช่น กระดูกแตก หรือเอ็นบาดเจ็บ
💡 แนวทางการรักษา — ส่วนใหญ่ “ไม่ต้องผ่าตัด”
ภาวะนี้เป็นภาวะชั่วคราวและจะหายได้เองเมื่อกระดูกโตเต็มที่
แต่สิ่งสำคัญคือการ ควบคุมอาการและลดแรงกระแทก เพื่อไม่ให้ปวดจนซ้อมต่อไม่ได้
1️⃣ ลดการซ้อมชั่วคราว
-
งดกิจกรรมที่มีแรงกระแทกมาก เช่น วิ่ง กระโดด หรือเปลี่ยนทิศเร็ว ๆ
-
ช่วงที่ปวดมาก ควรพักจนปวดน้อยลงก่อนกลับไปฝึก
2️⃣ ประคบเย็นหลังซ้อม
- หลังซ้อมทุกครั้ง ประคบเย็น 10–15 นาที จะช่วยลดอักเสบและบวมใต้เข่า
3️⃣ ยืดกล้ามเนื้อหน้าขาและสะโพก
-
กล้ามเนื้อหน้าขาที่ตึงจะเพิ่มแรงดึงบนเอ็นใต้เข่า
-
ท่ายืดง่าย ๆ เช่น ยืนจับข้อเท้าด้านหลัง ดึงเท้าเข้าหาก้น ค้างไว้ 20–30 วินาที ทำวันละหลายครั้ง
4️⃣ เสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและแกนกลางลำตัว (Core & Hip strengthening)
- เพื่อให้ร่างกายรับแรงและควบคุมการเคลื่อนไหวได้ดีขึ้น
5️⃣ ใช้สายรัดใต้เข่า (Patellar strap)
-
ช่วยลดแรงดึงของเอ็นสะบ้าได้จริง
-
ใช้เฉพาะตอนฝึกซ้อมและอย่ารัดแน่นเกินไป
6️⃣ ยาแก้อักเสบ (NSAIDs)
- ใช้เฉพาะในช่วงปวดมาก และภายใต้คำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
🧘♀️ การฟื้นฟูและป้องกันไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำ
-
ฝึกยืดกล้ามเนื้อหน้าขา–หลังขา–น่องทุกวัน
-
เสริมกล้ามเนื้อขาและสะโพกอย่างค่อยเป็นค่อยไป
-
หลีกเลี่ยงการเพิ่มความหนักของการฝึกซ้อมเกิน 10% ต่อสัปดาห์
-
สวมรองเท้ากีฬาและพื้นสนามที่ซับแรงกระแทกได้ดี
-
พักให้เพียงพอ เพราะร่างกายวัยรุ่นต้องใช้เวลาในการซ่อมแซมกล้ามเนื้อ
📈 พยากรณ์โรค
ข่าวดีคือ ภาวะนี้มักดีขึ้นเองภายใน 6–12 เดือน เมื่อกระดูกหน้าแข้งโตเต็มที่
อาจยังมีก้อนเล็ก ๆ ใต้เข่าเหลืออยู่ แต่จะไม่ปวดอีกและสามารถกลับมาเล่นกีฬาได้เต็มที่ครับ
💬 หมออยากฝากไว้
อาการปวดใต้เข่าในเด็กนักกีฬาไม่ใช่เรื่องอันตราย แต่เป็น “สัญญาณเตือน” ว่าร่างกายกำลังรับภาระมากเกินไป
อย่ารีบฝืนซ้อม เพราะถ้าฝึกหนักกว่าที่กล้ามเนื้อสร้างตัวได้ทัน จะยิ่งบาดเจ็บเรื้อรังและฟื้นตัวยากขึ้นครับ
หมออยากให้ผู้ปกครองช่วยดูแลเรื่องการพักและการยืดกล้ามเนื้อทุกวัน เพราะร่างกายของนักกีฬาวัยรุ่น “กำลังโต” และยังสร้างความแข็งแรงได้อีกมากในระยะยาวครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลัง–ปวดเข่าได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเข่า #นักกีฬาเยาวชน #OsgoodSchlatter #หมอนรองกระดูกเข่า #สุขภาพเข่า
คำถามที่พบบ่อย
Q: ลูกสาวหนูเล่นเทนนิสแล้วปวดใต้เข่า แบบนี้อันตรายไหมคะ?
A: อาการปวดใต้เข่าในนักกีฬาเยาวชนมักเกิดจากภาวะ Osgood–Schlatter disease ซึ่งโดยทั่วไปเป็นภาวะชั่วคราวและจะหายได้เองเมื่อกระดูกโตเต็มที่
Q: ลูกชายหนูเป็น Osgood–Schlatter disease ต้องผ่าตัดไหมคะ?
A: ในส่วนใหญ่ ภาวะนี้ไม่ต้องผ่าตัด การรักษาจะเน้นที่การควบคุมอาการและลดแรงกระแทก
Q: ถ้าลูกหนูเป็นแล้ว จะกลับไปเล่นกีฬาได้เหมือนเดิมไหมคะ?
A: เมื่ออาการปวดดีขึ้นและได้รับการฟื้นฟูที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถกลับไปเล่นกีฬาได้ตามปกติ
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้ลูกกลับมาเป็นซ้ำไหมคะ?
A: การฝึกยืดกล้ามเนื้อ เสริมสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อขาและสะโพก รวมถึงการพักผ่อนที่เพียงพอ อาจช่วยป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้
Q: สายรัดใต้เข่าช่วยได้จริงไหมคะ?
A: สายรัดใต้เข่าอาจช่วยลดแรงดึงของเอ็นสะบ้าได้จริง โดยเฉพาะขณะฝึกซ้อม
เอกสารอ้างอิง
[1] Ladenhauf HN, et al. Osgood-Schlatter disease: a 2020 update of a common knee condition in children. Current Opinion in Pediatrics. 2020. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31714260/
[2] Circi E, et al. Treatment of Osgood-Schlatter disease: review of the literature. Musculoskeletal Surgery. 2017. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28593576/
[3] Corbi F, et al. Osgood-Schlatter Disease: Appearance, Diagnosis and Treatment: A Narrative Review. Healthcare (Basel, Switzerland). 2022. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35742062/

