ถ้าข้อมือด้านนิ้วโป้งเจ็บจนหมุนกุญแจหรือหยิบแก้วน้ำก็แสบ และฉีดยาไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น คุณอาจรู้สึกท้อว่าต้องผ่าตัดแน่ๆ แล้ว
คนไข้ผู้หญิงอายุ 55 ปีรายหนึ่งมาพบผมด้วยความรู้สึกแบบนั้น เธอฉีดยามาแล้วสองครั้ง แต่ปวดที่โคนนิ้วโป้งก็ยังอยู่เหมือนเดิม
แต่หลังจากตรวจอัลตร้าซาวด์และประเมินซ้ำ เธอได้รับการรักษาด้วยวิธีที่ไม่ต้องเปิดแผล และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล
ถ้ามีคนในครอบครัวหรือตัวคุณเองเจอสถานการณ์แบบนี้ บทความนี้มีคำตอบที่คุณกำลังตามหาครับ
ปวดโคนนิ้วโป้ง ฉีดยาไปสองครั้งแล้วยังไม่หาย ยังมีทางรักษาก่อนถึงขั้นผ่าตัด
สิ่งสำคัญที่ต้องรู้
De Quervain (De Quervain's Tenosynovitis) - โรคเอ็นข้อมือด้านนิ้วโป้งอักเสบ ที่ฉีดยาแล้วยังไม่หายนั้น ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันที ยังมีทางเลือกที่ได้ผลและฟื้นตัวเร็วอยู่ครับ
- De Quervain คือเยื่อหุ้มเส้นเอ็นโคนนิ้วโป้งหนาตัว ทำให้เส้นเอ็นเสียดสีเวลาขยับ เกิดอาการปวด
- เมื่อฉีดยาแล้วไม่ตอบสนอง อัลตร้าซาวด์ช่วยระบุสภาพเส้นเอ็นและนำทางทำหัตถการได้แม่นยำ
- ถ้าฉีดยาไปแล้ว 2 ครั้งยังปวดอยู่ ควรกลับมาพบแพทย์เพื่อประเมินแผนการรักษาใหม่
ฉีดยาแล้วข้อมือยังปวดอยู่ทุกวัน คุณรู้ไหมว่านั่นไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดเสมอไป?
หลายคนที่มาพบผมบอกว่าเคยอดทนรอดูไปเรื่อยๆ หรือคิดเองว่าคงต้องเข้าห้องผ่าตัด ทั้งที่ยังมีทางเลือกอีกขั้นที่ยังไม่ได้ลองครับ
คนไข้ผู้หญิงอายุ 55 ปีรายหนึ่งมาพบผมด้วยสีหน้าเหนื่อย เธอเล่าให้ฟังว่าปวดบริเวณข้อมือซ้ายด้านนิ้วโป้งมาสองเดือนแล้ว ปวดมากจนแค่หมุนกุญแจ หรือหยิบแก้วน้ำก็รู้สึกเสียวแปลบ เธอเคยไปพบแพทย์มาก่อนและได้รับการฉีดยาแก้ปวดอักเสบเข้าบริเวณนั้นแล้วถึงสองครั้ง แต่อาการก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าที่ควร
"หมอคะ หนูอยากรู้ว่ายังมีทางรักษาอื่นอีกไหม หรือว่าต้องผ่าตัดแล้ว" เธอถามด้วยน้ำเสียงเหนื่อย
ผมบอกเธอว่าเรายังไม่ถึงจุดนั้นครับ แต่ต้องดูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้นกับเส้นเอ็นจริงๆ เราจึงส่งตรวจอัลตร้าซาวด์ข้อมือเพิ่มเติม ผลที่ออกมาพบว่าเยื่อหุ้มเส้นเอ็นบริเวณโคนนิ้วโป้งหนาตัวขึ้นอย่างชัดเจน นั่นคือสาเหตุที่การฉีดยาได้ผลไม่เต็มที่
ทำไมถึงปวดที่โคนนิ้วโป้งโดยเฉพาะ?
ลองนึกถึงช่องแคบๆ ที่ข้อมือด้านนิ้วโป้ง เป็นเหมือนท่อหรืออุโมงค์เล็กๆ ที่เส้นเอ็นสองเส้นวิ่งผ่านทุกครั้งที่เราขยับนิ้วโป้ง ปกติท่อนั้นมีเยื่อหุ้มบางๆ ทำหน้าที่ลดแรงเสียดสี เหมือนสวมปลอกไว้รอบเชือกก่อนสอดผ่านห่วงโลหะ
แต่เมื่อใช้งานซ้ำๆ หรือมีการอักเสบ เยื่อหุ้มนั้นจะหนาขึ้น ท่อก็แคบลง ผลคือทุกครั้งที่นิ้วโป้งเคลื่อน เส้นเอ็นต้องฝ่าความฝืดนั้น และนั่นทำให้เจ็บ ยิ่งเยื่อหุ้มหนาตัวมากเท่าไหร่ ยิ่งปวดมากขึ้น และยิ่งยาฉีดเข้าถึงตำแหน่งที่ต้องการได้ยากขึ้นด้วยครับ
De Quervain คืออะไรกันแน่?
De Quervain's Tenosynovitis เกิดขึ้นที่ "ช่องเส้นเอ็นลำดับที่ 1" ของข้อมือ ซึ่งเป็นที่อยู่ของเส้นเอ็นสองเส้นหลักที่ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของนิ้วโป้ง ได้แก่
- APL (Abductor Pollicis Longus) - เส้นเอ็นกางนิ้วโป้งออก
- EPB (Extensor Pollicis Brevis) - เส้นเอ็นเหยียดนิ้วโป้ง
เมื่อเยื่อหุ้มของช่องนั้นอักเสบและหนาตัว ทั้งสองเส้นเอ็นจะต้องเสียดสีกับผนังช่องทุกครั้งที่เราขยับนิ้วโป้ง เกิดอาการปวดบริเวณข้อมือด้านหัวแม่มือ บางรายมีบวมหรือกดเจ็บได้ด้วย
ใครเสี่ยงเป็นโรคนี้?
- ผู้หญิงพบมากกว่าผู้ชาย โดยเฉพาะช่วงอายุ 30-50 ปี
- คุณแม่ที่ต้องอุ้มทารกบ่อยๆ ซึ่งต้องใช้นิ้วโป้งโอบรับน้ำหนัก
- คนที่ทำงานที่ต้องบิด กำ หรือหยิบของซ้ำๆ
- คนที่ใช้สมาร์ตโฟนหรือเล่นเกมนานหลายชั่วโมงต่อวัน
- นักกีฬาที่ใช้ไม้หรืออุปกรณ์ที่ต้องกำมือ เช่น กอล์ฟหรือเทนนิส
แพทย์วินิจฉัยได้ยังไง?
การตรวจที่แพทย์มักใช้ประกอบการประเมินคือ Finkelstein Test โดยให้กำนิ้วโป้งไว้ในกำปั้น แล้วงอข้อมือไปทางนิ้วก้อย ถ้าเจ็บชัดบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้ง จะช่วยสนับสนุนการวินิจฉัย De Quervain แต่แพทย์ยังต้องดูประวัติ ตำแหน่งปวด การตรวจร่างกาย และอาจใช้อัลตราซาวด์เพื่อยืนยันตำแหน่งปัญหาและแยกสาเหตุอื่นที่อาจคล้ายกัน
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในปัจจุบันคืออัลตร้าซาวด์ข้อมือ เพราะช่วยให้เห็นความหนาของเยื่อหุ้มเส้นเอ็นและปริมาณน้ำในช่องได้จริงๆ ไม่ใช่แค่เดาจากอาการ และเมื่อต้องรักษาด้วยการฉีดยาหรือทำหัตถการ อัลตร้าซาวด์ยังช่วยนำทางให้เข็มเข้าถึงตำแหน่งที่ถูกต้องได้แม่นยำมากขึ้นด้วยครับ
การรักษา จากเบาไปหนัก
แนวทางรักษา De Quervain มีหลายระดับ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการตอบสนองของแต่ละคน
ระดับแรก คือการปรับพฤติกรรมและใช้อุปกรณ์ช่วย การหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้เจ็บ ใส่ splint (สายรัดข้อมือพยุงนิ้วโป้ง) เพื่อให้เส้นเอ็นพัก ร่วมกับยากลุ่ม NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) - ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ตามแพทย์สั่ง ช่วยได้ในกรณีที่อาการยังไม่รุนแรงมาก และมีบทบาทในการฟื้นฟูหลังรักษาทุกวิธีด้วย
ระดับที่สอง คือการฉีดยาสเตียรอยด์เข้าช่องเส้นเอ็น ช่วยลดการอักเสบได้ผลดีในหลายราย โดยเฉพาะเมื่อฉีดภายใต้การนำของอัลตร้าซาวด์เพื่อให้เข้าถึงตำแหน่งที่ถูกต้อง แต่สำหรับบางรายที่เยื่อหุ้มหนาตัวมาก หรือฉีดแล้วสองครั้งยังไม่ดีขึ้น การฉีดซ้ำอาจไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแล้วครับ
ระดับที่สาม คือ Percutaneous Release ภายใต้การนำด้วยอัลตร้าซาวด์ เมื่อการฉีดยาไม่ได้ผล ขั้นตอนนี้เป็นทางเลือกก่อนการผ่าตัดเปิดแผล แพทย์จะใช้เข็มขนาดเล็กเจาะเข้าไปตัดและขยายเยื่อหุ้มเส้นเอ็นที่หนาตัว โดยมองผ่านหน้าจออัลตร้าซาวด์ตลอดเวลา ทำให้เห็นตำแหน่งของเข็ม เส้นประสาท และหลอดเลือดแบบ real-time ช่วยให้ทำได้แม่นยำและปลอดภัยสูง คนไข้รายนี้จึงเลือกรักษาด้วยวิธีนี้ครับ
แผนดูแลตัวเองหลังการรักษา
การฟื้นตัวที่ดีไม่ได้ขึ้นอยู่กับการรักษาอย่างเดียว พฤติกรรมหลังรักษาสำคัญมากครับ ตัวอย่างแนวทางที่มักใช้ ขึ้นอยู่กับการประเมินและคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่ดูแลคุณ
- วันนี้ควรลด/เลี่ยงอะไร
- อะไรที่ยังทำได้อย่างปลอดภัย
- ระยะที่ 1 — ลดปวดและลดอักเสบ (ช่วงแรกหลังทำหลังรักษา)
- ระยะที่ 2 — ฟื้นการเคลื่อนไหว (สัปดาห์ที่ 2-4)
- ระยะที่ 3 — เพิ่มแรงและกลับมาใช้งาน (สัปดาห์ที่ 4 ขึ้นไป)
หยุดและกลับมาพบแพทย์ทันทีถ้า:
- ปวดมากขึ้นจากเดิมอย่างชัดเจน หรือปวดใหม่ในตำแหน่งที่ไม่เคยปวด
- มีอาการชาหรืออ่อนแรงที่นิ้วหรือมือข้างนั้น
- มีไข้ แดง ร้อน หรือบวมผิดปกติบริเวณที่รักษา
- ใช้งานมือได้แย่ลงแทนที่จะค่อยดีขึ้น
พยากรณ์โรคและโอกาสกลับเป็นซ้ำ
ผู้ป่วย De Quervain ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้งานมือได้ดีเมื่อได้รับการรักษาที่เหมาะสม ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของเยื่อหุ้มที่หนาตัว วิธีที่ใช้รักษา และการดูแลตัวเองหลังรักษา
ปัจจัยที่ช่วยให้ผลดีขึ้น:
- ได้รับการวินิจฉัยและรักษาเร็ว ก่อนที่เยื่อหุ้มจะหนาตัวมากเกินไป
- ปรับพฤติกรรมการใช้มือหลังรักษาอย่างต่อเนื่อง
- ทำกายภาพบำบัดตามแผนที่วางไว้
- ไม่รีบกลับมาทำกิจกรรมที่เป็นสาเหตุเร็วเกินไป
สำหรับโอกาสกลับเป็นซ้ำ มีได้ครับ โดยเฉพาะถ้ายังทำกิจกรรมหรือมีท่าการใช้มือที่เป็นสาเหตุเดิม สิ่งที่ป้องกันการกลับมาได้ดีที่สุดคือการเรียนรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มือให้ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการติดตามผลกับแพทย์ตามนัดครับ
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
การรักษาด้วย percutaneous release ภายใต้การนำด้วยอัลตร้าซาวด์โดยทั่วไปทำได้อย่างปลอดภัยเมื่อประเมินข้อบ่งชี้เหมาะสมและทำโดยแพทย์ที่ชำนาญ แต่เหมือนกับหัตถการอื่นๆ ยังมีความเสี่ยงที่ควรทราบครับ
- อาการเจ็บและบวมเล็กน้อยในช่วงแรกหลังทำ ซึ่งมักค่อยๆ ดีขึ้น
- การบาดเจ็บต่อเส้นประสาทหรือหลอดเลือดข้างเคียงพบได้ไม่บ่อย โดยการใช้อัลตร้าซาวด์ช่วยให้เห็นตำแหน่งสำคัญระหว่างทำหัตถการ
- อาจต้องทำซ้ำในบางรายถ้าเยื่อหุ้มกลับมาหนาตัวอีกครั้ง
- ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหลังจากนี้ การผ่าตัดเปิดช่องเส้นเอ็น (open surgical release) คือขั้นตอนถัดไปที่แพทย์อาจพิจารณา
ป้องกันได้ยังไง?
- ปรับท่าการถือและใช้สมาร์ตโฟน หลีกเลี่ยงการใช้นิ้วโป้งพิมพ์นานต่อเนื่อง
- ใช้ฝ่ามือทั้งมือรองรับน้ำหนักของแทนการหยิบด้วยนิ้วโป้งคนเดียว
- ถ้าต้องอุ้มทารก ใช้การโอบกอดรองรับด้วยฝ่ามือแทนการกำด้วยนิ้วโป้ง
- พักมือสั้นๆ ทุก 30-45 นาทีถ้าทำงานซ้ำๆ ที่ต้องใช้มือต่อเนื่อง
- ถ้าเริ่มรู้สึกปวดหรือฝืดที่โคนนิ้วโป้ง อย่ารอให้นานเกินไปก่อนพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ถ้าฉีดยาแล้วไม่หาย ต้องรอนานแค่ไหนก่อนจะรู้ว่าควรเปลี่ยนวิธีรักษา?
ตอบ: โดยทั่วไป ถ้าฉีดยาแล้ว 4-6 สัปดาห์ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน หรือฉีดไปแล้ว 2 ครั้งผลยังไม่เพียงพอ ควรนัดพบแพทย์เพื่อทบทวนแผนการรักษาครับ ไม่แนะนำให้ฉีดซ้ำไปเรื่อยๆ โดยไม่มีการประเมินซ้ำ
ถาม: Percutaneous Release เจ็บไหม ต้องนอนโรงพยาบาลไหม?
ตอบ: ขั้นตอนนี้ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ส่วนใหญ่ไม่เจ็บระหว่างทำและไม่ต้องนอนโรงพยาบาลครับ หลังยาชาหมดฤทธิ์อาจรู้สึกเจ็บเล็กน้อยในช่วงแรก ซึ่งดูแลได้ด้วยยาแก้ปวดธรรมดาตามแพทย์สั่ง
ถาม: De Quervain มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำไหม?
ตอบ: มีได้ครับ โดยเฉพาะถ้ายังทำกิจกรรมหรือมีท่าการใช้มือที่เป็นสาเหตุเดิม สิ่งที่ป้องกันการกลับมาได้ดีที่สุดคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้มืออย่างต่อเนื่อง และติดตามผลกับแพทย์สม่ำเสมอ
ถาม: ใครบ้างที่เหมาะกับการทำ percutaneous release?
ตอบ: ส่วนใหญ่คือผู้ที่ฉีดยาแล้ว 1-2 ครั้งแต่ผลยังไม่เพียงพอ และอัลตร้าซาวด์ยืนยันว่าเยื่อหุ้มเส้นเอ็นหนาตัวชัดเจน ทั้งนี้ต้องผ่านการประเมินจากแพทย์เฉพาะทางเสมอ ไม่ใช่ทุกรายที่เหมาะกับวิธีนี้ครับ
ถาม: De Quervain กับนิ้วล็อค เหมือนกันไหม?
ตอบ: ต่างกันครับ De Quervain เกิดที่เยื่อหุ้มเส้นเอ็นโคนนิ้วโป้งบริเวณข้อมือ ส่วนนิ้วล็อก (Trigger Finger) เกิดที่เส้นเอ็นโคนนิ้วอื่นๆ บริเวณฝ่ามือ ทั้งสองโรคมีลักษณะคล้ายกันคือเยื่อหุ้มเส้นเอ็นหนาตัว แต่ตำแหน่งและเส้นเอ็นที่ได้รับผลต่างกัน
ถ้ามีคนใกล้ชิดที่ปวดข้อมือด้านนิ้วโป้ง หรือฉีดยาแล้วยังไม่หาย ลองส่งบทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ เพราะอาจเป็นข้อมูลที่เขากำลังตามหาอยู่
5 สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้:
- De Quervain คือเยื่อหุ้มเส้นเอ็นโคนนิ้วโป้งหนาตัว ทำให้เส้นเอ็นเสียดสีเวลาขยับ
- ฉีดยาไม่ได้ผล ไม่ได้แปลว่าต้องผ่าตัดทันที มีทางเลือกระหว่างกลางอยู่
- Percutaneous release ภายใต้อัลตร้าซาวด์นำทางช่วยได้โดยไม่ต้องเปิดแผลใหญ่
- พฤติกรรมหลังรักษาสำคัญไม่แพ้ตัวหัตถการในการป้องกันการกลับมา
- ยิ่งพบแพทย์เร็ว ก่อนเยื่อหุ้มหนาตัวมาก ยิ่งมีทางเลือกในการรักษามากขึ้น
ความเจ็บปวดที่มือไม่ควรจำกัดชีวิตประจำวันของคุณครับ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีที่ใช่สำหรับคุณโดยเฉพาะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคเอ็นข้อมือด้านนิ้วโป้งอักเสบ (De Quervain's Tenosynovitis) ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-530-3666
#หมอเก่ง #หมอเก่งกระดูกและข้อ #DeQuervain #ปวดข้อมือ #เอ็นอักเสบ #ปวดนิ้วโป้ง #PercutaneousRelease #อัลตร้าซาวด์นำทาง #กระดูกและข้อ




