นิ้วหัวแม่มือเจ็บแปลบทุกครั้งที่หยิบของ บิดข้อมือ กดมือถือ หรือแม้แต่บีบแก้วน้ำ เจ็บตรงโคนนิ้วด้านข้างข้อมือ อาการนี้คุ้นไหม

คุณแม่อายุ 35 ปีคนหนึ่ง มาพบผมพร้อมทารกน้อยอายุ 3 เดือน เธอบอกว่าปวดข้อมือข้างที่ยกลูกมาตลอด 6 สัปดาห์ เจ็บแปลบตรงโคนนิ้วหัวแม่มือ บางครั้งร้าวขึ้นไปตามแขน เธอทนเงียบๆ คิดว่าเป็นเรื่องปกติของแม่มือใหม่

ถ้าคุณหรือคนที่รู้จักมีอาการแบบนี้ — บทความนี้อธิบายว่าเกิดจากอะไร และรักษาได้ยังไง

――――――――――――――――――――――――

ปวดโคนนิ้วหัวแม่มือทุกครั้งที่ยกของ — ร่างกายกำลังบอกอะไร?

――――――――――――――――――――――――

คุณรู้ได้ยังไงว่าปวดโคนนิ้วหัวแม่มือแบบนี้ ต้องรักษาจริงจัง หรือแค่พักก็หาย?

หลายคนอดทนกับอาการปวดนิ้วหัวแม่มือมาเป็นเดือนๆ โดยไม่รู้ว่ามีชื่อโรคที่ชัดเจน มีวิธีตรวจ และรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดในกรณีส่วนใหญ่

อาการแบบนี้ไม่ใช่แค่เมื่อย มันมีสาเหตุที่เฉพาะเจาะจง และยิ่งรู้เร็ว ยิ่งดีขึ้นเร็ว

――――――――――――――――――――――――

เมื่อปีที่แล้ว คุณแม่อายุ 35 ปีคนหนึ่งเดินเข้ามาคลินิกพร้อมทารกน้อยในอ้อมแขน

ก่อนตั้งครรภ์ ชีวิตปกติทุกอย่าง ทำงานออฟฟิศ ออกกำลังกาย ทำครัว ไม่มีปัญหาอะไร

ทุกวันหลังคลอด เธอยกลูกขึ้นลงหลายสิบครั้ง อาบน้ำ เปลี่ยนผ้าอ้อม ให้นม

จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอรู้สึกเจ็บแปลบตรงโคนนิ้วหัวแม่มือขณะยกลูก

เพราะเหตุนั้น เธอพยายามเปลี่ยนท่าอุ้ม ใช้มืออีกข้าง ทนเจ็บไปวันๆ คิดว่าจะหายเอง

เพราะเหตุนั้น สัปดาห์ผ่านไป อาการไม่ดีขึ้น ลามไปที่ข้อมือ แม้แต่บิดก๊อกน้ำก็เจ็บ

จนในที่สุด เธอมาพบผมเมื่อผ่านมา 6 สัปดาห์ พอตรวจแล้วพบว่าเส้นเอ็นที่ข้อมืออักเสบและตีบตัน โรคที่มีชื่อว่า de Quervain's Tenosynovitis (ดี เควอร์แวง เทโนซิโนไวทิส) หรือที่รู้จักกันว่า "โรคปวดเส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มือ"

――――――――――――――――――――――――

อาการนี้เกิดจากอะไรกันแน่?

ที่ข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือ มีเส้นเอ็น 2 เส้นวิ่งผ่านอุโมงค์แคบๆ ที่ทำหน้าที่ยึดเส้นเอ็นไว้กับกระดูก เหมือนสายไฟที่สอดผ่านท่อพลาสติก

ปกติเส้นเอ็นเลื่อนขึ้นลงภายในท่อได้อย่างลื่นไหล ทุกครั้งที่ขยับนิ้วหัวแม่มือหรือบิดข้อมือ

แต่เมื่อใช้งานซ้ำๆ บ่อยๆ หรือในช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนแปลง เช่น ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผนังท่อเริ่มหนาขึ้น บวมขึ้น

เมื่อท่อตีบลง เส้นเอ็นที่อยู่ข้างในต้องฝ่าแรงเสียดทานมากขึ้นทุกครั้งที่เคลื่อนไหว

ผลลัพธ์คือความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นทันทีตรงโคนนิ้วหัวแม่มือ ทุกครั้งที่ยกของ บิดข้อมือ หรือกำมือ

สิ่งที่ทำให้อาการแย่ลงคือ ยิ่งใช้ ยิ่งฝืด ยิ่งเจ็บ และยิ่งฝืดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอักเสบเพิ่มขึ้น เป็นวงจรที่ต้องตัด ไม่ใช่แค่อดทนต่อ

――――――――――――――――――――――――

รู้จักโรคนี้ให้มากขึ้น

โรคนี้มีชื่อทางการว่า de Quervain's Tenosynovitis ตั้งชื่อตามศัลยแพทย์ชาวสวิสที่บรรยายโรคนี้ไว้เมื่อกว่า 100 ปีก่อน

สาเหตุเกิดจากเส้นเอ็น 2 เส้นที่ข้อมือด้านนิ้วหัวแม่มือเลื่อนผ่านช่องแคบๆ บ่อยเกินไป จนผนังช่องบวมหนาและตีบลง

อาการหลักที่พบ:

• เจ็บแปลบตรงโคนนิ้วหัวแม่มือ บริเวณปุ่มกระดูกข้อมือด้านนอก • ปวดมากขึ้นเวลายกของ บิดข้อมือ หรือกำมือ • อาจรู้สึกบวมหรือมีตุ่มนูนเล็กๆ ตรงตำแหน่งนั้น • ในบางรายอาการร้าวขึ้นไปตามแขน หรือลงไปที่นิ้วหัวแม่มือ • บางทีได้ยินเสียงกรุบกรับเวลาขยับนิ้ว

――――――――――――――――――――――――

ใครเสี่ยงบ้าง?

• ผู้หญิงมีความเสี่ยงสูงกว่าผู้ชายมาก โดยเฉพาะช่วงอายุ 40–50 ปี • แม่มือใหม่หลังคลอด เพราะทั้งฮอร์โมนเปลี่ยนและต้องยกลูกซ้ำๆ ทุกวัน • งานที่ต้องใช้การหยิบจับ บีบ หรือบิดด้วยนิ้วหัวแม่มือซ้ำๆ • การใช้สมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการเลื่อนหน้าจอด้วยนิ้วโป้ง • ผู้ที่มีโครงสร้างข้อมือแคบกว่าปกติแต่กำเนิด

――――――――――――――――――――――――

ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติอาการ ตำแหน่งที่เจ็บ และกิจกรรมที่ทำให้ปวดมากขึ้น

จากนั้นตรวจร่างกายด้วยการทดสอบที่เรียกว่า "Finkelstein Test" ซึ่งทำโดยพับนิ้วหัวแม่มือไว้ในมือ แล้วเอียงข้อมือลงด้านนิ้วก้อย ถ้าเจ็บแปลบตรงโคนนิ้วหัวแม่มือทันที นั่นคือสัญญาณที่ชัดเจน

อัลตราซาวด์ข้อมือ (Ultrasound) เป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์มาก ช่วยให้เห็นว่าผนังเส้นเอ็นหนาแค่ไหน มีน้ำในช่องเส้นเอ็นหรือเปล่า และที่สำคัญ ช่วยในการฉีดยาได้ตรงตำแหน่งมากขึ้น

เอกซเรย์กระดูกข้อมืออาจทำเพื่อแยกโรคกระดูกข้อมือหรือปัญหาข้ออื่น

――――――――――――――――――――――――

รักษาอย่างไร?

โรคนี้รักษาได้ดีมากถ้าจับได้ทัน แนวทางจะเริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อนเสมอ

เริ่มต้นด้วยการลดกิจกรรมที่ทำให้ปวด และใส่เฝือกอ่อนพยุงนิ้วหัวแม่มือ เพื่อให้เส้นเอ็นได้พัก การพักมือเพียง 2–4 สัปดาห์ร่วมกับยาแก้ปวดลดอักเสบ อาจเพียงพอในระยะเริ่มต้นมาก

ถ้ายังไม่ดีขึ้น การฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปในช่องเส้นเอ็นโดยตรง เป็นวิธีที่ได้ผลดีในหลายกรณี ข้อมูลจากงานวิจัยพบว่าการฉีดยาร่วมกับเฝือกอ่อน ให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการฉีดเพียงอย่างเดียว การใช้อัลตราซาวด์ช่วยในการฉีดยา ทำให้ยาเข้าถึงตำแหน่งที่ถูกต้องได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในรายที่มีการแบ่งช่องเส้นเอ็นออกเป็น 2 ส่วน ซึ่งพบได้มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย

ถ้าพบว่าการฉีดยายังไม่ดีขึ้น "การคลายปลอกเอ็นด้วยเข็มผ่านอัลตราซาวด์" US-guided percutaneous release หลักการง่ายๆ คือ:

  • หมอฉีดยาชาบริเวณข้อมือก่อน คนไข้จะรู้สึกแค่ตอนฉีดเล็กน้อย

  • ใช้เข็มเล็กๆ ที่ปลายมีใบมีดจิ๋ว แทงผ่านรูเข็มเล็กมาก ไม่ต้องกรีดแผล

  • ตลอดเวลาที่ทำ หมอดูภาพจากเครื่องอัลตราซาวด์ เห็นทั้งเอ็น เส้นเลือด และเส้นประสาทชัดเจน เลยหลบจุดสำคัญได้ และคลายปลอกเอ็นที่รัดให้คลายออกได้ตรงจุด

  • พอปลอกเอ็นคลายแล้ว เอ็นก็ขยับได้สบาย อาการเจ็บก็ทุเลาลง

เมื่อไหร่ที่การผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง? ถ้ารักษาด้วยวิธีข้างต้นอย่างครบถ้วนแล้วยังไม่ดีขึ้น การผ่าตัดปลดปล่อยช่องเส้นเอ็น (First Dorsal Compartment Release) คือขั้นตอนที่เหมาะสม ข้อมูลจากการวิเคราะห์งานวิจัยหลายชิ้นพบว่าอัตราความสำเร็จสูงและผู้ป่วยส่วนใหญ่พึงพอใจกับผลการรักษา

――――――――――――――――――――――――

ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดอะไรขึ้น?

อาการปวดมักไม่หายเองในกรณีที่เป็นมาแล้วหลายสัปดาห์ และอาจลามจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการหยิบจับของในครัว การดูแลลูก หรือการทำงาน ในบางรายที่ปล่อยนาน เส้นเอ็นอาจมีการเปลี่ยนแปลงที่ต้องการการรักษาแบบเข้มข้นขึ้น

――――――――――――――――――――――――

ดูแลตัวเองและป้องกันได้อย่างไร?

• สังเกตท่าทางที่ใช้ข้อมือ โดยเฉพาะตอนยกของหรืออุ้มเด็ก ลองเปลี่ยนวิธียกให้ใช้ฝ่ามือรองมากกว่าการบีบด้วยนิ้ว • หยุดพักเป็นระยะเมื่อต้องทำงานซ้ำๆ ด้วยนิ้วหัวแม่มือ • ยืดเส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มือเบาๆ ก่อนเริ่มกิจกรรม • ถ้ามีอาการเจ็บมากขึ้นเรื่อยๆ อย่ารอให้ทนไม่ไหวก่อนพบแพทย์ • แม่มือใหม่ที่เริ่มมีอาการ ควรปรึกษาแพทย์ตั้งแต่ต้น อาการนี้ไม่ใช่เรื่องปกติที่ต้องทน

――――――――――――――――――――――――

คำถามที่คนมักถามผมบ่อย

• อาการแบบนี้ต้องผ่าตัดทุกคนไหม? ไม่ใช่ทุกคน ผู้ป่วยหลายรายดีขึ้นด้วยการฉีดยาและเฝือกอ่อน การผ่าตัดมักสงวนไว้สำหรับรายที่รักษาแบบประคับประคองแล้วยังไม่ดีขึ้น

• ฉีดยาสเตียรอยด์แล้วจะเสี่ยงอะไรไหม? การฉีดยาในตำแหน่งที่ถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ มีความเสี่ยงน้อยมาก ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น เช่น สีผิวจางลงชั่วคราวบริเวณที่ฉีด มักไม่ถาวร

• ระหว่างรักษาอยู่ ดูแลลูกได้ไหม? ได้ แต่ควรปรับท่าทางการยกลูกให้ลดการบิดข้อมือ และใส่เฝือกอ่อนในช่วงนั้น

• ต้องพักงานไหม? ขึ้นอยู่กับลักษณะงาน ถ้าต้องใช้การหยิบจับซ้ำๆ ควรปรับหรือลดลงชั่วคราว

• ถ้าหายแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำไหม? อาจเป็นซ้ำได้ถ้ากลับมาทำกิจกรรมซ้ำๆ เหมือนเดิมโดยไม่ปรับท่าทาง การออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อและปรับท่าทางช่วยลดโอกาสเป็นซ้ำได้

――――――――――――――――――――――――

แล้วคุณล่ะครับ เคยมีอาการเจ็บตรงโคนนิ้วหัวแม่มือแบบนี้บ้างไหม คอมเมนต์บอกได้เลย อยากรู้ว่าในสถานการณ์ของคุณควรทำอะไรก่อน

สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้:

• ปวดโคนนิ้วหัวแม่มือมีสาเหตุที่ชัดเจน คือเส้นเอ็นในช่องแคบที่บวมและตีบ ไม่ใช่แค่ปวดธรรมดา • กลุ่มเสี่ยงสูงได้แก่ แม่มือใหม่ ผู้หญิงอายุ 40–50 ปี และผู้ที่ใช้มือทำงานซ้ำๆ • รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัดในหลายกรณี ด้วยการฉีดยาและเฝือกอ่อน • ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งมีโอกาสหายเร็วและไม่ต้องพึ่งการผ่าตัด • อย่ารอจนทนไม่ไหว ปวดที่รักษาได้ ไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ

โรคนี้รักษาได้ และคุณไม่ได้อยู่คนเดียวกับอาการนี้ ไม่ว่าจะเป็นแม่มือใหม่ คนทำงานออฟฟิศ หรือผู้ที่ใช้มือในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

――――――――――――――――――――――――

บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับโรคปวดเส้นเอ็นนิ้วหัวแม่มือ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666

――――――――――――――――――――――――

#ปวดนิ้วหัวแม่มือ #deQuervain #เส้นเอ็นอักเสบ #ปวดข้อมือ #แม่มือใหม่ #โรคกระดูกและข้อ #หมอเก่ง #doctorkeng #ออร์โธปิดิกส์ #รักษาโดยไม่ผ่าตัด #ปวดมือ #เฝือกอ่อน

คำถามที่พบบ่อย

Q: อาการปวดโคนนิ้วหัวแม่มือแบบนี้ รักษาหายไหม?

A: ในหลายกรณี อาการปวดโคนนิ้วหัวแม่มือสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด การรักษาจะขึ้นอยู่กับความรุนแรงและสาเหตุของอาการ

Q: ต้องผ่าตัดไหมถ้ามีอาการปวดโคนนิ้วหัวแม่มือ?

A: การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในบางกรณี แต่โดยส่วนใหญ่แล้ว แพทย์จะพิจารณาวิธีการรักษาอื่นๆ ที่ไม่รุนแรงก่อน

Q: ถ้ามีอาการปวดโคนนิ้วหัวแม่มือ ควรทำอย่างไร?

A: ควรปรึกษาแพทย์โดยตรงเพื่อรับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณ