หลายคนอาจเริ่มจากปวดเข่าเล็กน้อยเวลาเดินขึ้นลงบันได แต่พออายุมากขึ้น อาการกลับรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงขั้นที่เรียกว่า ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของโรค ข้อเข่ามักสึกจนหมด กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ทำให้เจ็บปวดรุนแรง เดินลำบาก และขาโก่งชัดเจน
เคสจากคนไข้
คุณป้าวัย 68 ปี มาหาหมอเพราะปวดเข่าทั้งสองข้าง เดินได้เพียงไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดพัก สังเกตเห็นว่าขาเริ่มโก่งเป็นรูปตัว O เวลาเดินกะเผลกมาก หลังตรวจเอกซเรย์ พบว่าเป็น ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 แล้ว ซึ่งวิธีรักษาที่ได้ผลดีที่สุดในระยะนี้คือ ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม
ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร?
ข้อเข่าเสื่อมคือภาวะที่กระดูกอ่อนผิวข้อค่อย ๆ สึกหายไป เมื่อสึกมากขึ้น กระดูกปลายข้อเข่าจะเสียดสีกัน ทำให้ปวด บวม ติด และรูปขาเปลี่ยนไป
ระยะของข้อเข่าเสื่อม
-
ระยะที่ 1–2: เริ่มมีปวดเข่าเวลาใช้งาน แต่ยังไม่รุนแรง
-
ระยะที่ 3: กระดูกอ่อนสึกมาก เริ่มเจ็บชัดเจน เดินขึ้นลงบันไดยาก
-
ระยะที่ 4: กระดูกอ่อนแทบไม่เหลือ กระดูกเสียดสีกันโดยตรง ข้อโก่งผิดรูป ปวดรุนแรงแม้พักอยู่เฉย ๆ
อาการในระยะที่ 4
-
ปวดเข่าตลอดเวลา ไม่ว่าจะเดิน นั่ง หรือนอน
-
เข่าโก่งผิดรูป ทำให้เดินลำบาก
-
เคลื่อนไหวข้อเข่าได้จำกัด ก้มเหยียดไม่ได้เต็มที่
-
คุณภาพชีวิตแย่ลง ทำกิจวัตรประจำวันลำบาก
การตรวจวินิจฉัย
-
ตรวจร่างกาย พบข้อเข่าผิดรูป กดเจ็บ
-
เอกซเรย์ เห็นช่องว่างระหว่างข้อหายไป กระดูกเสียดสีกัน และมีขาโก่งชัดเจน
ทำไมต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม?
ในระยะที่ 4 การรักษาแบบไม่ผ่าตัด เช่น กายภาพ ฉีดยาหล่อลื่น หรือกินยาแก้ปวด มักไม่ช่วยแล้ว เพราะโครงสร้างข้อถูกทำลายไปมาก วิธีที่ได้ผลที่สุดคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (Total Knee Replacement)
การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมคืออะไร?
แพทย์จะตัดกระดูกผิวข้อที่สึกออก แล้วใส่วัสดุเทียมแทน ซึ่งทำจากโลหะและพลาสติกชนิดพิเศษ ทำให้ข้อเข่าเคลื่อนไหวได้ลื่นเหมือนเดิม ลดอาการปวด และแก้ไขรูปขาที่โก่ง
ข้อดีของการผ่าตัด
-
ปวดเข่าลดลงชัดเจนหรือหายไป
-
เดินเหยียดตรงขึ้น ขาไม่โก่ง
-
คุณภาพชีวิตดีขึ้น ทำกิจกรรมประจำวันได้
-
อายุการใช้งานของข้อเข่าเทียมประมาณ 15–20 ปี
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจพบ
-
การติดเชื้อรอบข้อเข่าเทียม (พบน้อย แต่ต้องระวัง)
-
การหลวมของข้อเทียมเมื่อใช้งานไปนาน ๆ
-
ข้อเข่ายังตึงหรืองอไม่สุดในบางราย
การฟื้นฟูหลังผ่าตัด
-
เริ่มกายภาพและฝึกเดินภายใน 1–2 วันหลังผ่า
-
ใช้ไม้เท้าช่วยเดินช่วงแรก
-
ส่วนใหญ่กลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติใน 6–12 สัปดาห์
หมอสรุป
ข้อเข่าเสื่อมระยะที่ 4 มักทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดและใช้ชีวิตลำบากมาก การรักษาที่ได้ผลดีที่สุดคือ การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งช่วยให้เดินได้ดีขึ้น ลดปวด และแก้ไขขาโก่ง แม้จะมีความเสี่ยงบ้าง แต่โดยรวมแล้วช่วยฟื้นคุณภาพชีวิตได้อย่างชัดเจน
หากใครหรือญาติผู้ใหญ่มีอาการปวดเข่ารุนแรง เดินไม่ไหว ขาโก่ง ควรมาพบแพทย์เพื่อปรึกษาเรื่องการผ่าตัดครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666”
#ข้อเข่าเสื่อม #ผ่าตัดข้อเข่า #ข้อเข่าเทียม #ปวดเข่า #หมอเก่งให้ความรู้
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดเข่ามาก เดินไม่ไหว ขาโก่งแบบนี้คือข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายเลยใช่ไหมคะ?
A: อาการปวดเข่ารุนแรง เดินลำบาก และขาโก่งชัดเจน อาจเป็นสัญญาณของข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายได้ครับ
Q: ถ้าเป็นข้อเข่าเสื่อมระยะสุดท้ายแล้ว ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอย่างเดียวเลยหรือเปล่าคะ?
A: ในระยะสุดท้าย การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมมักเป็นวิธีที่ให้ผลดีที่สุดในการรักษาครับ
Q: ผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้วจะหายปวดเลยไหมคะ?
A: การผ่าตัดช่วยลดอาการปวดเข่าได้อย่างชัดเจน และช่วยให้เดินได้ดีขึ้นครับ
Q: ข้อเข่าเทียมที่ผ่าตัดไปจะใช้งานได้นานแค่ไหนคะ?
A: โดยทั่วไปข้อเข่าเทียมมีอายุการใช้งานประมาณ 15-20 ปีครับ
Q: หลังผ่าตัดต้องพักฟื้นนานแค่ไหนคะ ถึงจะกลับมาเดินได้ปกติ?
A: ส่วนใหญ่จะเริ่มกายภาพและฝึกเดินได้ภายใน 1-2 วันหลังผ่า และจะกลับมาเดินได้ใกล้เคียงปกติใน 6-12 สัปดาห์ครับ

