ปวดหลังในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนต่างจากผู้ชายอย่างไร?
“หมอคะ พอหมดประจำเดือนแล้วหลังหนูปวดทุกวันเลยค่ะ ปวดตั้งแต่เอวถึงไหล่ ต้องนวดตลอด กลัวว่าจะเป็นโรคกระดูกหรือเปล่า?”
คำถามนี้หมอได้ยินบ่อยมากครับ เพราะหลังช่วงอายุ 45–55 ปี ผู้หญิงหลายคนเริ่มมีอาการปวดหลังเรื้อรังมากขึ้นกว่าช่วงก่อน และที่สำคัญคือ… อาการปวดหลังในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนต่างจากของผู้ชายจริง ๆ ครับ
🧠 สาเหตุหลักมาจาก “ฮอร์โมนเอสโตรเจน” ที่ลดลง
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) เป็นฮอร์โมนหลักของผู้หญิงที่ช่วยดูแลทั้งระบบสืบพันธุ์และระบบกระดูก
เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ระดับฮอร์โมนนี้จะลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดผลกระทบกับกระดูกสันหลังหลายด้าน เช่น:
-
กระดูกบางลง เพราะแคลเซียมถูกดึงออกจากกระดูกมากขึ้น → เสี่ยงกระดูกพรุนและกระดูกหักง่าย
-
หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วขึ้น เพราะสูญเสียน้ำและความยืดหยุ่น → ทำให้ปวดเมื่อยหลังบ่อย
-
กล้ามเนื้อและเอ็นรอบหลังอ่อนแรงลง → ทำให้หลังรับน้ำหนักไม่ไหว ปวดหลังได้ง่ายขึ้น
ทั้งหมดนี้รวมกันทำให้หลังของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน “อ่อนแอและเสื่อมเร็วกว่าผู้ชายวัยเดียวกัน” ครับ
⚙️ ความแตกต่างของอาการระหว่างผู้หญิงและผู้ชาย
-
ผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน: มักปวดตื้อ ๆ ลึก ๆ บริเวณเอวหรือกลางหลัง โดยเฉพาะตอนเช้าหรือตอนเย็น เวลานั่งนาน ยืนนาน หรือเดินมาก มักจะปวดเมื่อยหลังและต้องพึ่งการนวดบ่อย ๆ
-
ผู้ชายวัยเดียวกัน: มักปวดหลังจากการใช้งานหนัก เช่น ยกของ ออกกำลังกาย หรือทำงานที่ใช้แรงมากกว่า และมักเกิดจากกล้ามเนื้ออักเสบหรือหมอนรองกระดูกปลิ้น
พูดง่าย ๆ คือ ผู้หญิงมักปวดจาก “หลังเสื่อมและกล้ามเนื้ออ่อนแรง” ส่วนผู้ชายมักปวดจาก “การใช้งานเกิน” ครับ
🩺 อาการที่พบได้บ่อยในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
1️⃣ ปวดหลังส่วนล่างเวลานั่งนาน — เพราะหมอนรองกระดูกและกล้ามเนื้ออ่อนแรง
2️⃣ หลังตึงตอนเช้า — เกิดจากข้อต่อสันหลังที่เสื่อมและแข็งตัว
3️⃣ ปวดหลังร้าวลงขา — พบได้ในบางรายที่หมอนรองกระดูกปลิ้นกดเส้นประสาท
4️⃣ หลังค่อมหรือเตี้ยลง — เป็นผลจากกระดูกพรุนและกระดูกสันหลังยุบ
5️⃣ เมื่อยบ่าและสะบัก — เพราะกล้ามเนื้อส่วนบนต้องชดเชยความอ่อนแรงของหลังส่วนล่าง
🔍 การตรวจที่ควรทำในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่มีอาการปวดหลัง
-
เอกซเรย์กระดูกสันหลัง (X-ray) เพื่อดูการยุบหรือเสื่อมของกระดูก
-
ตรวจวัดมวลกระดูก (DEXA scan) เพื่อประเมินว่ามีกระดูกพรุนหรือไม่
-
MRI หากมีอาการร้าวลงขา หรือสงสัยว่ามีหมอนรองกระดูกปลิ้น
-
ตรวจเลือด เพื่อดูระดับแคลเซียม วิตามินดี และฮอร์โมนเอสโตรเจน
💊 แนวทางการดูแลและรักษา
1️⃣ เสริมความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนสูง เช่น ปลาเล็กปลาน้อย นม เต้าหู้ ถั่ว งาดำ และวิตามินดีจากแสงแดดตอนเช้า
บางรายอาจได้รับยาเพิ่มมวลกระดูก เช่น Bisphosphonate หรือ Denosumab ตามดุลยพินิจของแพทย์
2️⃣ ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก (Weight-bearing exercise)
เช่น เดินเร็ว โยคะเบา ๆ หรือพิลาทิส เพื่อกระตุ้นให้กระดูกแข็งแรงและกล้ามเนื้อหลังทำงานดีขึ้น
3️⃣ กายภาพบำบัดเสริมกล้ามเนื้อหลังและหน้าท้อง (Core muscle)
ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบหลังพยุงกระดูกได้ดีขึ้น ลดแรงกดทับหมอนรองกระดูก
4️⃣ ควบคุมน้ำหนัก
น้ำหนักเกินทำให้หลังต้องรับแรงมากขึ้น โดยเฉพาะในผู้หญิงที่กระดูกเริ่มบาง
5️⃣ ปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน
-
นั่งหลังตรง พิงพนักเต็มหลัง
-
ยืนให้น้ำหนักเท่ากันทั้งสองข้าง
-
นอนบนที่นอนแน่นปานกลาง ไม่ยวบเกินไป
-
หลีกเลี่ยงการก้ม ยกของหนัก หรือบิดตัวเร็ว
6️⃣ จัดการความเครียดและพักผ่อนให้เพียงพอ
เพราะความเครียดทำให้กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัว และทำให้ปวดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
💬 หมออยากฝากไว้
อาการปวดหลังในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนไม่ใช่แค่สัญญาณของ “อายุ” แต่เป็นผลจาก ฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงและกล้ามเนื้อที่อ่อนแรงลง
ข่าวดีคือ หากเริ่มดูแลตั้งแต่วันนี้ ทั้งการออกกำลังกาย รับประทานอาหารเสริมแคลเซียม และปรับท่าทางในชีวิตประจำวัน — อาการปวดหลังสามารถดีขึ้นได้อย่างมาก และป้องกันการเสื่อมในอนาคตได้ครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวดหลังได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังผู้หญิง #วัยหมดประจำเดือน #กระดูกพรุน #สุขภาพหลัง #หมอนรองกระดูกเสื่อม #ปวดหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Q: หมอคะ พอหมดประจำเดือนแล้วหลังหนูปวดทุกวันเลยค่ะ ปวดตั้งแต่เอวถึงไหล่ ต้องนวดตลอด กลัวว่าจะเป็นโรคกระดูกหรือเปล่า?
A: อาการปวดหลังเรื้อรังในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนอาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ลดลง ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ
Q: แล้วอาการปวดหลังของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนนี่มันต่างจากผู้ชายยังไงคะ?
A: โดยทั่วไปผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนมักปวดหลังจากภาวะหลังเสื่อมและกล้ามเนื้ออ่อนแรง ในขณะที่ผู้ชายมักปวดจากการใช้งานหนักเกินไป
Q: ถ้าปวดหลังแบบนี้ ต้องไปตรวจอะไรบ้างคะ?
A: การตรวจที่แนะนำอาจรวมถึงเอกซเรย์กระดูกสันหลัง การตรวจวัดมวลกระดูก หรือ MRI หากมีอาการร้าวลงขา
Q: มีวิธีดูแลตัวเองให้หลังไม่ปวดมากไปกว่านี้ไหมคะ?
A: การรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามินดี ออกกำลังกายที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและกล้ามเนื้อ รวมถึงการควบคุมน้ำหนัก อาจช่วยบรรเทาอาการได้

