ปวดหลังเรื้อรังในวัย 30 ปี ตรวจพบ Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis สาเหตุ อาการ และการรักษา
อาการปวดหลังเรื้อรังในคนวัย 30 ปีเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในคนที่นั่งทำงานนาน เล่นฟิตเนสหนัก ยกเวทผิดท่า หรือเคยบาดเจ็บหลังมาก่อน หนึ่งในโรคที่มักพบในวัยนี้คือ Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis
โรคนี้คือภาวะที่ “กระดูกสันหลังระดับเอวข้อที่ 5 มีรอยร้าว (lysis)” และ “กระดูกข้อบนเคลื่อนมาด้านหน้าเล็กน้อย (listhesis)” ทำให้เกิดปวดหลังเรื้อรัง โดยเฉพาะเวลายืน นั่งนาน หรือยกของ
บทความนี้หมอเขียนเพื่อให้เข้าใจสาเหตุ อาการ การตรวจวินิจฉัย และแนวทางรักษาที่ถูกต้องที่สุดสำหรับวัยทำงานครับ
เหตุการณ์จากคนไข้ใกล้ตัว
คุณภาคิน อายุ 30 ปี ทำงานออฟฟิศและออกกำลังกายเวทเทรนนิงเป็นประจำ เริ่มปวดหลังเรื้อรังมากว่า 6 เดือน ปวดมากเวลาแอ่นหลัง ยืนทำงานนาน หรือเวลาทำเดดลิฟต์
เขาบอกว่า:
“หมอครับ ผมปวดหลังแบบนี้มานานมาก ตรวจ MRI แล้วหมอบอกว่ากระดูกร้าวและข้อเคลื่อน ผมต้องผ่าตัดไหมครับ?”
หลังตรวจหมอพบว่าเป็น Spondylolysis L5–S1 with low-grade Spondylolisthesis ซึ่งเป็นระดับที่ยังรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดี หากฟื้นฟูกล้ามเนื้อแกนกลาง–สะโพกและปรับท่าการออกกำลังกาย
หลังทำกายภาพและงดท่าเสี่ยง 8–12 สัปดาห์ อาการเขาดีขึ้นจนกลับมาออกกำลังกายได้ใกล้เคียงเดิม
Spondylolysis และ Spondylolisthesis คืออะไร?
🔹 Spondylolysis
คือ รอยร้าวเล็ก ๆ บริเวณส่วนโค้งของกระดูกสันหลัง (pars interarticularis) มักเกิดที่ระดับ L5 มากที่สุด เกิดจากการใช้งานหนัก การแอ่นหลังซ้ำ ๆ หรือโครงสร้างกระดูกอ่อนแอมาตั้งแต่กำเนิด
🔹 Spondylolisthesis
คือ การที่กระดูกข้อบนเคลื่อนมาด้านหน้า บนกระดูกข้อถัดไปเล็กน้อย เพราะมีรอยร้าวหรือความมั่นคงลดลงที่บริเวณ L5–S1
มีตั้งแต่ระดับ 1–4 (Grade 1 เบาที่สุด → Grade 4 รุนแรงที่สุด)
ในวัย 30 ปีส่วนมากเป็นระดับ Grade 1 และมักรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดีครับ
ทำไมวัย 30 ถึงเป็นโรคนี้ได้?
-
เล่นกีฬาแอ่นหลังเยอะ เช่น ฟิตเนส, โยคะ, ฟุตบอล
-
ยกเวทผิดท่า โดยเฉพาะ deadlift, squat หนัก ๆ
-
นั่งทำงานนานหลังงอ
-
โครงสร้างกระดูกบางคนอ่อนแอกว่าเฉลี่ย
-
เคยบาดเจ็บหลังช่วงวัยรุ่น
รอยร้าว (lysis) มักเกิดช้า ๆ สะสมจนกลายเป็นอาการปวดเรื้อรังในวัยทำงาน
อาการที่พบบ่อย
-
ปวดหลังล่างตรงกลาง
-
ปวดมากเวลาแอ่นหลัง
-
ปวดร้าวลงสะโพก–ต้นขาด้านหลังบ้าง
-
ลุกจากเก้าอี้หรือก้มเงยแล้วเจ็บ
-
ยืนนานหรือนั่งนานแล้วปวดมากขึ้น
-
เวลายกของหนักจะปวดจี๊ด
ผู้ป่วยส่วนมากไม่ได้มีข้อเคลื่อนรุนแรง แต่จะมีปัญหา “กล้ามเนื้อหลัง–สะโพกเกร็งชดเชย” ทำให้ปวดเรื้อรัง
การตรวจวินิจฉัย
✔ 1) ตรวจร่างกายเฉพาะทาง
ทดสอบการแอ่นหลัง การก้ม การตึงของเส้นเอ็นใต้เข่า และกล้ามเนื้อสะโพก
✔ 2) เอกซเรย์
เห็นข้อเคลื่อน (listhesis) และบางครั้งเห็นรอยร้าวที่ pars
✔ 3) MRI
ช่วยแยกหมอนรองกระดูกปลิ้นร่วมด้วย ดูการอักเสบของกระดูก
✔ 4) CT Scan (ในบางราย)
เห็นรอยร้าว (lysis) ชัดที่สุด ใช้เมื่อจำเป็น
การรักษา — ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด
หมอแบ่งเป็นขั้นตอนดังนี้:
🔹 1) พักการใช้งานผิดท่า
งดท่าแอ่นหลังเยอะ เช่น
-
Backbend
-
Deadlift หนัก
-
Hyperextension
ให้หลังได้พักเพื่อลดการอักเสบของรอยร้าว
🔹 2) ยาลดอักเสบ (ช่วงปวดมาก)
ช่วยลดการอักเสบเฉียบพลัน
🔹 3) กายภาพบำบัด (หัวใจของการรักษา)
เน้น
-
กล้ามเนื้อแกนกลาง (core)
-
กล้ามเนื้อสะโพกด้านข้าง
-
กล้ามเนื้อหน้าท้องลึก (transverse abdominis)
-
ท่ายืดหลัง–สะโพก
เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรง → กระดูกสันหลังเคลื่อนน้อยลง → ปวดลดลงชัดเจน
🔹 4) ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุดด้วย ultrasound (กรณีปวดมาก)
ช่วยลดการอักเสบที่ข้อต่อหลังหรือเส้นประสาท
🔹 5) ปรับท่านั่งและโต๊ะทำงาน
-
เก้าอี้มี lumbar support
-
ไม่ก้มหลังนาน
-
ลุกเดินทุก 45–60 นาที
🔹 6) ออกกำลังกาย “แบบไม่กระแทก” ชั่วคราว
เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยานเบา ๆ เพื่อให้หลังฟื้นตัว
เมื่อไหร่ต้องพิจารณาผ่าตัด?
ใช้ในกรณีต่อไปนี้เท่านั้น:
-
ปวดมากจนรบกวนชีวิตประจำวัน > 6 เดือน
-
รักษาเต็มที่แล้วไม่ดีขึ้น
-
มีอาการอ่อนแรงร้าวลงขา
-
ข้อเคลื่อนระดับสูง (Grade 2–4)
การผ่าตัดมักเป็นแบบ
-
ใส่สกรูยึดข้อ (spinal fusion) หรือ
-
ผ่าตัดแผลเล็ก (minimally invasive)
แต่ผู้ป่วยอายุ 30 ปีส่วนใหญ่ ดีขึ้นโดยไม่ผ่า ครับ
การป้องกันไม่ให้ปวดซ้ำ
-
เสริม core ให้แข็งแรงสม่ำเสมอ
-
ออกกำลังกายท่าถูกต้อง
-
หลีกเลี่ยงท่าแอ่นหลังมากเกินไป
-
ยืดกล้ามเนื้อสะโพกและหลังทุกวัน
-
ปรับเก้าอี้–โต๊ะให้ถูกหลัก
หมออยากบอกว่า…
Spondylolysis L5–S1 with Spondylolisthesis แม้ฟังดูน่ากังวล แต่ในผู้ป่วยวัย 30 ปีส่วนใหญ่ถือเป็นระดับไม่รุนแรง และรักษาแบบไม่ผ่าตัดได้ดีมาก หากเสริมกล้ามเนื้อและปรับพฤติกรรมถูกต้อง
การตรวจที่แม่นยำและการฟื้นฟูอย่างค่อยเป็นค่อยไป จะช่วยให้กลับมาใช้ชีวิต ออกกำลังกาย และทำงานได้ตามปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ 😊
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ #ปวดหลัง #spondylolysis #spondylolisthesis #วัยทำงานปวดหลัง
คำถามที่พบบ่อย
Q: ผมปวดหลังมานานแล้ว ต้องผ่าตัดเลยไหมครับ?
A: ในหลายกรณี Spondylolysis with Spondylolisthesis ระดับน้อย สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด
Q: ถ้าเป็นโรคนี้แล้ว จะกลับไปเล่นเวทหนักๆ ได้เหมือนเดิมไหมครับ?
A: อาจจะกลับไปได้ แต่ต้องค่อยๆ ฟื้นฟูและปรับท่าทางการออกกำลังกายให้เหมาะสม
Q: อาการปวดหลังแบบนี้ เป็นอันตรายถึงชีวิตไหมครับ?
A: โดยทั่วไปโรคนี้ไม่ได้เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและอาจทำให้ปวดเรื้อรังได้หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคนี้อีกไหมครับ?
A: การปรับท่าทางการออกกำลังกาย การบริหารกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว และการหลีกเลี่ยงท่าที่ทำให้หลังแอ่นมากเกินไป อาจช่วยป้องกันได้
Q: ท่าออกกำลังกายแบบไหนที่ควรหลีกเลี่ยงครับ?
A: ควรหลีกเลี่ยงท่าที่ต้องแอ่นหลังมากๆ เช่น backbend หรือการยกน้ำหนักที่ผิดท่า โดยเฉพาะท่า deadlift และ squat ที่หนักเกินไป

