ปวดหลังร้าวลงขา vs ปวดคอร้าวลงแขน: เหมือนหรือต่าง? สัญญาณเตือนจากกระดูกสันหลังที่คุณต้องรู้
เคยไหมครับ... นั่งทำงานอยู่ดีๆ ก็รู้สึกปวดแปล๊บๆ เหมือนไฟฟ้าช็อตจากหลังร้าวลงไปถึงปลายเท้า หรือบางทีแค่ก้มหน้าเล่นมือถือเพลินๆ ก็รู้สึกปวดจี๊ดที่คอ ร้าวไปทั้งแขนจนนิ้วชา หลายคนอาจคิดว่าเป็นแค่อาการปวดกล้ามเนื้อธรรมดา กินยาเดี๋ยวก็หาย แต่หมออยากบอกว่า อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณเตือนจาก “กระดูกสันหลัง” ของเรา ซึ่งเป็นเสาหลักของร่างกายที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ
วันนี้หมอจะพาทุกคนมาไขข้อข้องใจกันว่า อาการปวดร้าวลงขา กับปวดร้าวลงแขนนั้น เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เกิดจากอะไร และเราจะรับมือกับมันได้อย่างไรครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: สองอาการที่คล้าย แต่ที่มาต่างกัน
หมอขอยกตัวอย่างเคสคนไข้ 2 ท่าน เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้นนะครับ (แน่นอนว่าได้มีการเปลี่ยนชื่อและข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดแล้ว)
ท่านแรกคือ “คุณวิชัย” อายุ 52 ปี เป็นพนักงานขับรถขนส่งสินค้า พี่วิชัยเดินกะเผลกๆ เข้ามาในห้องตรวจ พร้อมกับสีหน้าเจ็บปวด เขาเล่าว่า “หมอครับ สองอาทิตย์ก่อน ผมก้มไปยกของหนักแล้วรู้สึกปวดจี๊ดที่หลังทันที ตอนแรกนึกว่าแค่กล้ามเนื้ออักเสบ แต่ตอนนี้มันปวดร้าวลงสะโพก ไปจนถึงน่อง เหมือนมีเข็มเป็นพันๆ เล่มทิ่มอยู่ตลอดเวลาเลยครับ”
อีกท่านคือ “พี่สุนีย์” อายุ 48 ปี เป็นพนักงานบัญชีที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์ทั้งวัน พี่สุนีย์บอกหมอว่า “ช่วงหลังๆ ปวดคอบ่าไหล่บ่อยมากค่ะ แต่ที่กังวลคือมันเริ่มมีอาการชาร้าวลงแขนขวาไปถึงนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ บางทีแค่จะหยิบแก้วน้ำก็รู้สึกไม่มีแรง เหมือนจะทำหล่นให้ได้เลยค่ะ”
ทั้งคุณวิชัยและพี่สุนีย์ต่างก็มีอาการ “ปวดร้าว” เหมือนกัน แต่มาจากคนละที่ และส่งผลกระทบไปคนละส่วนของร่างกาย เรื่องนี้อธิบายได้ไม่ยากเลยครับ
ความจริงที่เข้าใจง่าย: ต้นตอเดียวกัน แค่เกิดคนละชั้น
ลองจินตนาการว่ากระดูกสันหลังของเราเป็นเหมือนตึกสูงหลายชั้นนะครับ โดยมี “หมอนรองกระดูก” ทำหน้าที่เป็นเหมือนโช้คอัพหรือเบาะนุ่มๆ คั่นอยู่ระหว่างกระดูกแต่ละข้อ (แต่ละชั้น) เพื่อรับแรงกระแทก
ตรงกลางของตึกนี้ จะมีช่องว่างให้ “เส้นประสาทไขสันหลัง” ซึ่งเป็นเหมือนสายไฟเมนหลักวิ่งผ่าน และในแต่ละชั้น ก็จะมี “รากประสาท” ที่เป็นเหมือนสายไฟย่อยๆ แตกแขนงออกไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทั้งแขนและขา
อาการปวดร้าวลงแขนหรือขา เกิดขึ้นเมื่อมีอะไรบางอย่างไป “กด” หรือ “เบียด” รากประสาทเหล่านี้ครับ เหมือนมีคนเอาของหนักไปวางทับสายไฟ ทำให้สัญญาณไฟฟ้าเดินไม่สะดวก
-
ถ้าการกดทับเกิดที่กระดูกสันหลังส่วนเอว (ชั้นล่างๆ ของตึก) รากประสาทที่วิ่งไปเลี้ยงขาก็จะถูกรบกวน ทำให้เกิดอาการ ปวดหลังร้าวลงขา เหมือนกรณีของคุณวิชัย
-
ถ้าการกดทับเกิดที่กระดูกสันหลังส่วนคอ (ชั้นบนๆ ของตึก) รากประสาทที่วิ่งไปเลี้ยงแขนก็จะถูกรบกวน ทำให้เกิดอาการ ปวดคอร้าวลงแขน เหมือนกรณีของพี่สุนีย์
ดังนั้น โดยหลักการแล้ว ทั้งสองอาการนี้เกิดจากกลไกเดียวกัน คือ “รากประสาทถูกกดทับ” (Radiculopathy) แต่ตำแหน่งที่เกิดปัญหาต่างกันนั่นเองครับ
เจาะลึกความรู้: ทำความรู้จักต้นเหตุของอาการปวดร้าว
โรคนี้คืออะไร? ภาวะรากประสาทถูกกดทับ คือภาวะที่มีแรงกดหรือการอักเสบบริเวณรากประสาทที่แตกแขนงออกมาจากไขสันหลัง ทำให้เกิดอาการปวด ชา หรืออ่อนแรงตามแนวของเส้นประสาทเส้นนั้นๆ
สาเหตุหลักเกิดจากอะไร? สาเหตุยอดฮิตที่ทำให้เกิดการกดทับเส้นประสาท มีอยู่ 2 อย่างหลักๆ ครับ
-
หมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้นประสาท (Herniated Disc): ลองนึกภาพหมอนรองกระดูกเป็นเหมือนขนมโดนัทที่มีไส้เจลลี่อยู่ข้างใน เมื่อเปลือกนอกของหมอนรองกระดูกเสื่อมสภาพหรือฉีกขาดจากการใช้งานหนัก เช่น การก้มยกของผิดท่า หรืออุบัติเหตุ ไส้เจลลี่ข้างในอาจ “ปลิ้น” หรือ “ทะลัก” ออกมากดเบียดเส้นประสาทได้ มักพบในคนวัยทำงานอายุ 30-50 ปี
-
กระดูกสันหลังเสื่อม (Spondylosis): เมื่ออายุมากขึ้น ข้อต่อและหมอนรองกระดูกจะเริ่มเสื่อมสภาพ ร่างกายอาจพยายามซ่อมแซมตัวเองโดยการสร้าง “หินปูน” หรือ “กระดูกงอก” (Bone Spurs) ขึ้นมา ซึ่งกระดูกที่งอกขึ้นมาใหม่นี้อาจไปเบียดหรือทำให้ช่องที่เส้นประสาทวิ่งผ่านตีบแคบลงได้ มักพบในผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไป
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คุณเข้าใกล้โรคนี้มากขึ้น
-
อายุ: ความเสื่อมตามวัยเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
-
การใช้งานและท่าทาง: การนั่งนานๆ ก้มคอเล่นมือถือ (Text Neck) การยกของหนัก การขับรถนานๆ ล้วนเพิ่มแรงกดดันต่อหมอนรองกระดูก
-
น้ำหนักตัวเกิน: ทำให้กระดูกสันหลังส่วนเอวต้องรับภาระหนักขึ้น
-
การสูบบุหรี่: นิโคตินทำให้หลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกตีบตัน ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมเร็วกว่าปกติ
-
กรรมพันธุ์: บางคนอาจมีแนวโน้มที่โครงสร้างหมอนรองกระดูกไม่แข็งแรงเท่าคนอื่น
อาการแสดงที่แตกต่างกัน
-
ปวดคอร้าวลงแขน (Cervical Radiculopathy):
-
ปวดหลังร้าวลงขา (Lumbar Radiculopathy หรือ Sciatica):
คุณหมอจะตรวจวินิจฉัยได้อย่างไร?
เมื่อมาพบแพทย์ อันดับแรกหมอจะซักประวัติและตรวจร่างกายอย่างละเอียดครับ เช่น การดูท่าทางการเดิน การเคาะเข่าเพื่อดูปฏิกิริยาตอบสนอง การทดสอบกำลังกล้ามเนื้อแขนขา และการรับความรู้สึก
หากอาการยังไม่ชัดเจน หรือต้องการยืนยันการวินิจฉัย หมออาจพิจารณาส่งตรวจเพิ่มเติม
-
เอกซเรย์ (X-ray): ช่วยให้เห็นโครงสร้างกระดูกโดยรวม ดูว่ามีกระดูกเสื่อม กระดูกงอก หรือกระดูกทรุดหรือไม่ แต่จะไม่เห็นหมอนรองกระดูกหรือเส้นประสาท
-
เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI): เป็นการตรวจที่ให้รายละเอียดได้ดีที่สุด สามารถเห็นภาพของเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆ ได้ชัดเจน ทั้งหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และไขสันหลัง ทำให้หมอเห็นได้เลยว่ามีการกดทับเกิดขึ้นที่ตำแหน่งไหนและรุนแรงเพียงใด
แนวทางการรักษา: จากเรียบง่ายไปสู่การผ่าตัด
ข่าวดีคือผู้ป่วยกว่า 80-90% สามารถหายหรือมีอาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ
-
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด (Conservative Treatment):
-
การรักษาโดยการผ่าตัด: หมอจะพิจารณาการผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย ก็ต่อเมื่อ...
การพยากรณ์โรคและภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง
โดยส่วนใหญ่แล้วโรคนี้มีการพยากรณ์โรคที่ดี สามารถหายได้ แต่ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้หากไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็นปัจจัยเสี่ยง
หากปล่อยทิ้งไว้ไม่รักษา ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้คือ อาการปวดเรื้อรัง อาการชาหรืออ่อนแรงอย่างถาวร ทำให้คุณภาพชีวิตลดลง และในกรณีที่รุนแรงมากที่หลังส่วนล่าง อาจเกิดภาวะ Cauda Equina Syndrome ซึ่งทำให้สูญเสียการควบคุมระบบขับถ่ายได้
สรุปส่งท้ายจากใจหมอ
อาการปวดหลังร้าวลงขาและปวดคอร้าวลงแขน แม้จะเกิดคนละที่ แต่ก็มีหัวใจสำคัญมาจากเรื่องเดียวกันคือ “เส้นประสาทถูกกดทับ” จากกระดูกสันหลังของเราเอง มันเป็นสัญญาณเตือนว่า “เสาหลัก” ของร่างกายกำลังต้องการการดูแลเอาใจใส่
อย่าชะล่าใจคิดว่าเป็นแค่การปวดกล้ามเนื้อธรรมดา หากคุณมีอาการปวดร้าว ชา หรืออ่อนแรง ควรรีบมาปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง อย่าปล่อยให้อาการเล็กน้อยกลายเป็นปัญหาใหญ่เรื้อรังที่บั่นทอนการใช้ชีวิตของคุณและคนที่คุณรักนะครับ
ด้วยความห่วงใยครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดหลังร้าวลงขา #ปวดคอร้าวลงแขน #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #กระดูกคอเสื่อม #ออฟฟิศซินโดรม #ปวดหลัง #ปวดคอ #หมอเก่ง #ผศนพธนินนิตย์
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการปวดร้าวลงขา กับปวดร้าวลงแขน อันไหนอันตรายกว่ากันครับหมอ?
A: ทั้งสองอาการเกิดจากรากประสาทถูกกดทับ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้ การประเมินความรุนแรงขึ้นอยู่กับสาเหตุและตำแหน่งของการกดทับครับ
Q: ถ้าปวดหลังร้าวลงขา แสดงว่าหมอนรองกระดูกเสื่อมใช่ไหมครับ?
A: หมอนรองกระดูกเสื่อมเป็นสาเหตุหนึ่งที่พบบ่อย แต่อาจมีสาเหตุอื่นที่ทำให้รากประสาทถูกกดทับได้เช่นกันครับ
Q: ปวดคอร้าวลงแขนแบบนี้ ต้องผ่าตัดเลยไหมครับ?
A: การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและสาเหตุ การรักษาเบื้องต้นอาจเป็นการรักษาแบบประคับประคองก่อนครับ
Q: อาการชาที่นิ้วมือ นิ้วเท้า เป็นสัญญาณเตือนของโรคกระดูกสันหลังได้ไหมครับ?
A: อาการชาที่ปลายมือปลายเท้า อาจเป็นสัญญาณเตือนของภาวะรากประสาทถูกกดทับได้ครับ
Q: ผมยกของหนักแล้วปวดหลังร้าวลงขา ต้องพักผ่าตัดเลยไหมครับ?
A: การยกของหนักอาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดอาการได้ การรักษาจะพิจารณาจากอาการโดยรวมและการตรวจวินิจฉัยครับ

