ปวดหลังร้าวลงขา นั่งนานไม่ได้ เดินก็ไม่ไหว แล้วหมอบอกว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้น"

ผู้ป่วยชายอายุ 45 ปี ทำงานขนส่งมา 20 ปี มาพบผมด้วยความกลัวในสายตา เขาคิดมาตลอดว่าตัวเองต้องผ่าตัดแน่ๆ จึงอดทนอยู่กับความเจ็บปวดอีกหลายเดือน จนวันที่เขาได้รู้ว่า ยังมีทางเลือกที่เขาไม่รู้มาก่อน

บทความนี้ช่วยให้คุณรู้ว่า "รอ" หรือ "ผ่า" — อย่างไหนถูกต้องสำหรับคุณ


ปวดหลังร้าวลงขา — คุณอยู่ในกลุ่มที่รอได้ หรือต้องผ่าตัดแล้ว?


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ • What: หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท คือภาวะที่หมอนรองกระดูกโป่งออกมากดเส้น ทำให้ปวดหลังร้าวลงขา ขาชา หรืออ่อนแรง • Why: เกิดจากความเสื่อมตามวัย การยก-แบกของหนัก หรือนั่งในท่าเดิมนานหลายชั่วโมง โดยเฉพาะในวัย 30-50 ปี • When: ควรพบแพทย์ทันทีหากมีขาอ่อนแรงเพิ่มขึ้น ปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ หรือปวดรุนแรงจนทำกิจวัตรปกติไม่ได้


หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท 9 ใน 10 ราย มีโอกาสดีขึ้นได้เองภายใน 6-8 สัปดาห์โดยไม่ต้องผ่าตัด การรู้ว่าตัวเองอยู่ใน "กลุ่มที่รอได้" หรือ "กลุ่มที่ต้องผ่า" คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการรักษา

สิ่งที่คนส่วนใหญ่เชื่อเรื่องหมอนรองกระดูกทับเส้น อาจผิดมาตลอด

หลายคนได้ยินคำนี้แล้วนึกถึงแต่การผ่าตัด ห้องผ่าตัด การพักฟื้นยาวนาน และค่าใช้จ่ายมหาศาล แต่ความจริงที่หมอส่วนใหญ่รู้ดีคือ — ผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเลย

หลายคนไม่รู้ว่าร่างกายของเราสามารถ "ดูดซึม" หมอนรองกระดูกที่โป่งออกมากลับคืนได้เอง กระบวนการนี้เกิดขึ้นในผู้ป่วยส่วนใหญ่ภายใน 6-8 สัปดาห์แรก

กาลครั้งหนึ่ง มีผู้ชายวัย 45 ปีที่ทำงานขนส่ง แบกของมาตลอดชีวิต 20 ปี

ทุกวัน เขาตื่นมาพร้อมกับอาการปวดหลังส่วนล่าง ค่อยๆ ร้าวลงมาที่ขาขวา จนแทบเดินไม่ไหว ยืนนานกว่า 10 นาทีก็ไม่ได้

จนกระทั่งวันหนึ่ง อาการรุนแรงขึ้นจนทำงานไม่ได้ หมอที่คลินิกใกล้บ้านบอกว่า "หมอนรองกระดูกทับเส้น" เขาคิดทันทีว่า "ต้องผ่าตัดแน่ๆ"

เพราะเหตุนั้น เขาจึงกลัว ไม่กล้าไปหาหมอ คิดถึงค่าใช้จ่าย คิดถึงการลางาน คิดถึงว่าผ่าแล้วจะกลับมาทำงานได้ไหม

เพราะเหตุนั้น เขาทนปวดอยู่กับตัวเองอีกเกือบ 3 เดือน

จนในที่สุด เขาได้มาพบผม และได้รับการตรวจพบว่า — อาการของเขายังอยู่ในช่วงที่รักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

และตั้งแต่นั้นมา หลังจากทำกายภาพบำบัดและรับยาต้านการอักเสบเพียง 6 สัปดาห์ ผู้ป่วยกลับมาทำงานได้ตามปกติ

ทำไมหมอนรองกระดูกถึง "ทับเส้น" ได้?

หลายคนไม่รู้ว่า ร่างกายของเราสามารถ "ดูดซึม" หมอนรองกระดูกที่โป่งออกมากลับคืนได้เอง

หมอนรองกระดูกสันหลังทำหน้าที่เหมือน "เบาะ" รองรับแรงกระแทกระหว่างกระดูกแต่ละชิ้น ด้านนอกแข็ง ด้านในเป็นเจลนิ่ม เมื่อเราอายุมากขึ้น หรือรับน้ำหนักมาก เบาะนี้เริ่มเสื่อมลง — ด้านนอกอาจปริหรือแตก ทำให้เจลด้านในโป่งออกมา

เจลที่โป่งออกมานี้ไปกดทับเส้นประสาทที่วิ่งออกจากกระดูกสันหลัง ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงขา จึงทำให้รู้สึกปวดร้าวลงขา ชา หรืออ่อนแรง — อาการที่คนเรียกว่า "เส้นประสาทถูกกด"

ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายสามารถ "กิน" เจลที่หลุดออกมานั้นได้เอง กระบวนการนี้เรียกว่า resorption และในผู้ป่วยหลายราย โดยเฉพาะรายที่เจลหลุดออกมามาก กลับมีโอกาสยุบตัวกลับได้ดีที่สุด

นี่คือเหตุผลที่ทำให้ผู้ป่วยส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก โดยไม่ต้องผ่าตัด

หมอนรองกระดูกทับเส้น คืออะไรกันแน่?

หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทที่เอว (Lumbar Disc Herniation) คือภาวะที่หมอนรองกระดูกบริเวณเอวโป่งหรือแตกออกมากดทับเส้นประสาท พบบ่อยที่สุดบริเวณระหว่างกระดูกชิ้นที่ 4-5 และชิ้นที่ 5 กับกระดูกกะเบ้าหู

สาเหตุ: ความเสื่อมตามวัย, การยก-แบกของหนักผิดท่า, นั่งในท่าเดิมนานๆ, บางรายเกิดจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน

อาการที่พบบ่อย: • ปวดหลังส่วนล่างร้าวลงสะโพก ต้นขา น่อง หรือเท้า • รู้สึกชาหรือเสียวแปลบตามแนวขา • ขาอ่อนแรง โดยเฉพาะเวลาเดินหรือยืนนาน • อาการมักแย่ลงเวลาไอ จาม หรือก้มตัว

ใครเสี่ยงกว่าคนอื่น?

• วัย 30-50 ปี — หมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อมแต่ยังมีแรงดันสูง • ยกของหนักเป็นประจำ หรือนั่งทำงานนานหลายชั่วโมงต่อวัน • น้ำหนักเกินมาตรฐาน — เพิ่มแรงกดต่อกระดูกสันหลัง • สูบบุหรี่ — ลดการหล่อเลี้ยงหมอนรองกระดูก • มีประวัติครอบครัวที่มีปัญหากระดูกสันหลัง

หมอวินิจฉัยได้อย่างไร?

การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติ — ปวดที่ไหน ร้าวไปไหน เป็นนานแค่ไหน อาการแย่ลงเมื่อทำอะไร

จากนั้นตรวจร่างกาย — ทดสอบการเคลื่อนไหวของขา ความรู้สึก กำลังกล้ามเนื้อ และปฏิกิริยาตอบสนอง

การถ่ายภาพรังสีเอกซ์ (X-ray) ช่วยดูโครงสร้างกระดูก แต่ไม่เห็นหมอนรองกระดูกโดยตรง

การสแกนด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI — Magnetic Resonance Imaging) คือมาตรฐานสำหรับดูตำแหน่งและความรุนแรงของหมอนรองกระดูกที่กดทับเส้นประสาท

สำคัญมาก: การพบความผิดปกติใน MRI ต้องประเมินร่วมกับอาการทางคลินิกเสมอ เพราะบางคนมีภาพ MRI ผิดปกติแต่ไม่มีอาการเลย

รักษาแบบไหน — และเมื่อไหร่ที่ผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง?

เริ่มจากการรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนเสมอ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน:

ขั้นที่ 1 — ยาและการปรับกิจกรรม: ยาต้านการอักเสบ เช่น ไอบูโพรเฟน หรือไดโคลฟีแนค ช่วยลดการบวมรอบเส้นประสาท ควบคู่กับการปรับกิจกรรม — ไม่ใช่นอนพักโดยสมบูรณ์ แต่หลีกเลี่ยงการยกของหนักและท่าที่กระตุ้นอาการ

ขั้นที่ 2 — กายภาพบำบัด: การฝึกการเคลื่อนไหวและเสริมสร้างกล้ามเนื้อหลัง-ท้อง ช่วยลดแรงกดบนหมอนรองกระดูก และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

ขั้นที่ 3 — ฉีดยาสเตียรอยด์เข้าช่องไขสันหลัง: สำหรับรายที่ปวดมาก สามารถฉีดยาเข้าบริเวณรอบเส้นประสาทโดยตรง เพื่อลดการอักเสบและอาการปวดชั่วคราว

เมื่อไหร่ที่ผ่าตัดคือคำตอบที่ถูกต้อง:

มีกรณีที่การผ่าตัดจำเป็นและถูกต้อง: • ขาอ่อนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อย่างรวดเร็ว • มีปัญหาปัสสาวะหรืออุจจาระผิดปกติ (ภาวะฉุกเฉิน — ต้องรับการผ่าตัดโดยเร็วที่สุด) • รักษาแบบไม่ผ่าตัดครบ 6-12 สัปดาห์แล้ว แต่อาการยังไม่ดีขึ้นหรือทนปวดไม่ไหว

วิธีผ่าตัดที่นิยมในปัจจุบันคือการผ่าตัดแบบแผลเล็กผ่านกล้องจุลทรรศน์ (microdiscectomy) หรือการผ่าตัดผ่านกล้องส่องทางผิวหนัง (percutaneous endoscopic lumbar discectomy) ซึ่งให้ผลการรักษาดี ฟื้นตัวเร็ว และมีภาวะแทรกซ้อนน้อยกว่าการผ่าตัดแบบเดิม

หลังรักษาแล้วจะดีขึ้นแค่ไหน?

ข่าวดีคือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน 6-8 สัปดาห์แรก โดยหมอนรองกระดูกที่โป่งออกมาอาจค่อยๆ ยุบตัวลงได้เอง

หลัง 3 เดือน ผู้ป่วยประมาณ 8-9 ใน 10 คนมีอาการดีขึ้นอย่างมาก ไม่ว่าจะรักษาด้วยวิธีใด

ในระยะยาว อาจมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ประมาณ 5-10% ใน 10 ปี การออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังอย่างสม่ำเสมอช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ภาวะที่ควรรู้ไว้?

• เส้นประสาทเสียหายถาวร — พบได้ในรายที่ถูกกดทับนานโดยไม่รักษา โดยเฉพาะในกลุ่มที่กำลังกล้ามเนื้อลดลงรุนแรง • ภาวะฉุกเฉินที่เส้นประสาทส่วนล่างทั้งหมดถูกกดทับ — ทำให้มีปัญหาปัสสาวะ-อุจจาระ ชาบริเวณก้น ต้องพบแพทย์ทันที • การกลับมาเป็นซ้ำ — พบได้ 5-10% ใน 10 ปี ทั้งในรายที่ไม่ผ่าตัดและผ่าตัดแล้ว

ป้องกันได้ไหม?

• ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและท้องอย่างสม่ำเสมอ • ยกของหนักโดยงอเข่า ไม่โค้งหลัง • ปรับท่านั่งทำงาน ให้หลังตรง และลุกขยับทุก 30-60 นาที • ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ • เลิกสูบบุหรี่เพื่อรักษาการหล่อเลี้ยงหมอนรองกระดูก

คำถามที่ถามผมบ่อย?

ถาม: ถ้าไม่ผ่าตัด หมอนรองกระดูกจะหายเองได้ไหม?

ตอบ: ในหลายกรณีร่างกายสามารถดูดซึมหมอนรองกระดูกที่โป่งออกมาได้เองตามธรรมชาติ โดยเฉพาะในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก ผู้ป่วยส่วนใหญ่จึงดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับลักษณะและความรุนแรงของการกดทับเส้นประสาทในแต่ละราย

ถาม: MRI เจอว่ามีหมอนรองกระดูกทับเส้น ต้องผ่าตัดทันทีไหม?

ตอบ: ไม่เสมอไป การพบภาพ MRI ผิดปกติต้องประเมินร่วมกับอาการทางคลินิก หากไม่มีสัญญาณอันตราย เช่น ขาอ่อนแรงมาก หรือปัสสาวะผิดปกติ อาจลองรักษาแบบไม่ผ่าตัดก่อนได้ใน 6-8 สัปดาห์แรก

ถาม: ผ่าตัดแล้วจะกลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

ตอบ: อาจเป็นซ้ำได้ประมาณ 5-10% ใน 10 ปี การออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อหลังและปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้

ถาม: กายภาพบำบัดช่วยได้จริงไหม?

ตอบ: ช่วยได้จริงในหลายกรณี โดยเฉพาะในระยะ 6-8 สัปดาห์แรก ช่วยลดการอักเสบ เสริมกล้ามเนื้อ และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ควรทำร่วมกับการดูแลรักษาอื่นๆ ตามที่แพทย์แนะนำ

ข้อมูลนี้อาจช่วยให้คนที่คุณห่วงใยตัดสินใจได้ถูกต้องกว่าเดิม — แชร์ให้เขาอ่านได้เลย

5 สิ่งสำคัญที่ควรจำ: • 9 ใน 10 คนที่หมอนรองกระดูกทับเส้น ดีขึ้นได้เองใน 6-8 สัปดาห์ โดยไม่ต้องผ่าตัด • ยา กายภาพบำบัด และการฉีดยาสเตียรอยด์ คือทางเลือกแรกที่ปลอดภัยและได้ผล • ผ่าตัดจำเป็นเมื่อ: ขาอ่อนแรงมากขึ้น ปัสสาวะผิดปกติ หรือปวดรุนแรงจนทนไม่ไหวเกิน 6-12 สัปดาห์ • การผ่าตัดแบบแผลเล็กให้ผลดี ฟื้นตัวเร็ว ภาวะแทรกซ้อนน้อย • การรักษาที่ถูกต้องต้องเริ่มจากการวินิจฉัยที่แม่นยำตั้งแต่ต้น

คุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียว ผู้คนจำนวนมากที่มาพบผมก็เริ่มจากความกลัวแบบเดียวกัน และส่วนใหญ่ผ่านมันมาได้ โดยไม่ต้องผ่าตัด สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรู้ว่าตัวเองอยู่ในกลุ่มไหน — และก้าวแรกนั้นเริ่มจากการพบแพทย์เพื่อประเมินอย่างถูกต้อง


เอกสารอ้างอิง

[1] Zhong M, Liu JT, Jiang H, et al. Incidence of spontaneous resorption of lumbar disc herniation: a meta-analysis. Pain Physician. 2017;20(1):E45-E52. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/36722839/

[2] Gugliotta M, da Costa BR, Dabis E, et al. Surgical versus conservative treatment for lumbar disc herniation: a prospective cohort study. BMJ Open. 2017;7(2):e013600. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/28130015/

[3] Nater A, Côté P, Doagooei N, et al. Recovery of severe motor deficit secondary to herniated lumbar disc prolapse: is surgical intervention necessary? Systematic review and survey of the literature. European Spine Journal. 2015;24(5):947-958. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/24871633/

[4] Gao G, Liu X, Zhang G, et al. Percutaneous Endoscopic Lumbar Discectomy: Indications and Complications. Pain Physician. 2020;23(1):49-56. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32013278/


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



เอกสารอ้างอิง

  1. Luo, et al. Comparative analysis of the efficacy of UBE-PLIF versus conventional PLIF in the treatment of L4-5 degenerative spondylolisthesis. (2025). J Orthop Surg Res. PMID: 41013687. DOI: 10.1186/s13018-025-06266-1

  2. Shen, et al. Percutaneous endoscopic lumbar discectomy for L5-S1 disc herniation based on image analysis and clinical findings: A retrospective review of 345 cases. (2023). Medicine (Baltimore). PMID: 36749265. DOI: 10.1097/MD.0000000000032832

  3. Hornung, et al. Resorption of Lumbar Disk Herniation: Mechanisms, Clinical Predictors, and Future Directions. (2023). JBJS Rev. PMID: 36722839. DOI: 10.2106/JBJS.RVW.22.00148

  4. Xi, et al. Caudad Insertion of Pedicle Screws Facilitates Interbody Distraction During Spondylolisthetic Vertebrae Restoration: A Retrospective Study. (2021). Pain Ther. PMID: 34524629. DOI: 10.1007/s40122-021-00315-3

  5. Pan, et al. Percutaneous Endoscopic Lumbar Discectomy: Indications and Complications. (2020). Pain Physician. PMID: 32013278

  6. Delgado-López, et al. [Lumbar disc herniation: Natural history, role of physical examination, timing of surgery, treatment options and conflicts of interests]. (2017). Neurocirugia (Astur). PMID: 28130015. DOI: 10.1016/j.neucir.2016.11.004

  7. Balaji, et al. Recovery of severe motor deficit secondary to herniated lumbar disc prolapse: is surgical intervention important? A systematic review. (2014). Eur Spine J. PMID: 24871633. DOI: 10.1007/s00586-014-3371-2


📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ปวดหลังร้าวลงขา