คุณยายเคยเดินไปตลาดเช้าได้เองทุกวัน

ตอนนี้แค่ลุกจากเก้าอี้ก็ต้องเอามือยันโต๊ะ

ขาข้างหนึ่งชาเหมือนไม่ใช่ขาของตัวเอง ก้าวขึ้นบันไดทีไรต้องหยุดพัก

คุณยายวัยแปดสิบห้า เคยทำกับข้าวให้ลูกหลานกินทุกวันอาทิตย์ วันหนึ่งเริ่มปวดหลังร้าวลงขา หลังก็ค่อม ๆ ลง ลูกหลานบอกให้ไปหาหมอ แต่คุณยายกลัวว่าไปแล้วหมอจะบอกให้ผ่าตัด เลยทนมาเป็นปี

บทความนี้จะเล่าให้ฟังว่า อาการแบบคุณยาย จริง ๆ แล้วเกิดจากอะไร และทำไมการ "หาต้นเหตุให้ถูก" ถึงสำคัญกว่าการรีบรักษา


ปวดหลังร้าวลงขาในวัยแปดสิบกว่า ดูแลให้ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ถ้าหาต้นเหตุให้ถูก


ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ

ผู้สูงอายุหลายคนคิดว่า "ปวดหลัง หลังค่อม ขาชา" เป็นเรื่องธรรมดาของคนแก่ ต้องทนเอา หรือไม่ก็กลัวว่าถ้าไปหาหมอจะต้องผ่าตัดแน่ ๆ ความจริงคือ อาการเหล่านี้อาจมาจากหลายสาเหตุพร้อมกัน และส่วนใหญ่ดูแลให้ดีขึ้นได้ ถ้าเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร

เรื่องของคุณยาย

เมื่อก่อนคุณยายแข็งแรง เดินไปไหนมาไหนเองได้ ทุกเช้าชอบไปจ่ายตลาด กลับมาทำกับข้าว วันหนึ่งเริ่มปวดหลัง พอนานเข้าหลังก็ค่อมลง แล้วก็มีอาการใหม่คือ ขาชาร้าวลงไปถึงน่อง บางทีก้าวขึ้นบันไดแล้วขาอ่อนแรง

คุณยายเริ่มไม่กล้าออกไปไหนคนเดียว กลัวล้ม กลัวเป็นภาระลูกหลาน แต่ก็ยังไม่กล้าไปหาหมอ เพราะกลัวคำว่า "ผ่าตัด" สุดท้ายลูกสาวพามาตรวจ

โรคนี้คืออะไร อธิบายแบบเข้าใจง่าย

หลังของคนเราเปรียบเหมือนเสาบ้านที่ต่อกันเป็นข้อ ๆ มีกระดูกสันหลังเป็นก้อน และมีหมอนรองกระดูก (cushion ระหว่างข้อกระดูก) คั่นอยู่ระหว่างแต่ละข้อ คอยรับแรงและกันกระแทก

ในกรณีของคุณยาย มีสองเรื่องเกิดขึ้นพร้อมกัน

เรื่องแรก คือเคยมี "กระดูกสันหลังยุบ" จากภาวะกระดูกพรุน (osteoporosis) เมื่อกระดูกบางลง รับน้ำหนักตัวไม่ไหว กระดูกก็ยุบลงด้านหน้าเหมือนกล่องที่ถูกกดจนแฟบ พอยุบแล้วหลังเลยค่อมลง อันนี้เป็นแผลเก่าที่หายแล้ว แต่รูปร่างที่ค่อมยังอยู่ ทำให้ปวดหลังเวลานั่งนานยืนนาน

เรื่องที่สอง คือหมอนรองกระดูกที่เสื่อมตามวัย แล้วมีบางส่วนปลิ้นออกมา (เรียกว่าหมอนรองกระดูกเคลื่อน) ไปกดทับเส้นประสาทที่วิ่งลงไปเลี้ยงขา พอเส้นประสาทถูกกดและเกิดการอักเสบ ก็ส่งสัญญาณผิดเพี้ยนเป็นอาการ "ชา ร้าวลงขา" นี่คือต้นเหตุของอาการที่ขา ไม่ใช่มาจากกระดูกที่ยุบ

เข้าใจง่าย ๆ คือ ปวดหลังมาจากกระดูกที่ยุบและหลังค่อม ส่วนขาชามาจากเส้นประสาทที่ถูกหมอนรองกระดูกกดทับ เป็นคนละจุดกัน

ความรู้พื้นฐานที่ควรรู้

สาเหตุของอาการที่ขา คือเส้นประสาทถูกกดและอักเสบ ร่างกายมีกลไกธรรมชาติที่น่าทึ่ง คือเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนของหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมา มักจะค่อย ๆ ถูกร่างกายย่อยสลายและดูดกลับไปเอง ทำให้แรงกดที่เส้นประสาทลดลง อาการชาและปวดร้าวจึงดีขึ้นได้แม้ไม่ผ่าตัด

ส่วนกระดูกที่ยุบ เกิดจากกระดูกพรุน เมื่อกระดูกบางมาก แค่ก้มยกของ ไอแรง ๆ หรือสะดุดเบา ๆ ก็ทำให้ยุบได้ พอยุบด้านหน้า หลังจึงค่อมไปข้างหน้า และน้ำหนักตัวจะไปลงด้านหน้ามากขึ้น ทำให้กระดูกข้ออื่นเสี่ยงยุบตามไปอีก

ปัจจัยเสี่ยง

  • อายุมาก กระดูกบางลงตามวัย

  • เป็นผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือน ฮอร์โมนที่ช่วยรักษากระดูกลดลง

  • เคยมีกระดูกหักจากกระดูกพรุนมาก่อน เสี่ยงหักซ้ำ

  • ขาดแคลเซียมและวิตามินดี ไม่ค่อยโดนแดด

  • ใช้งานหลังหนัก ก้มยกของบ่อย หรือล้มบ่อย

การวินิจฉัย ทำอย่างไร

ขั้นแรก หมอจะซักประวัติ ว่าปวดตรงไหน ร้าวลงขาแบบไหน ชาตรงไหน มีแขนขาอ่อนแรงหรือควบคุมการขับถ่ายผิดปกติไหม

ต่อมา ตรวจร่างกาย ดูแนวหลังว่าค่อมแค่ไหน ทดสอบกำลังขา ความรู้สึก และปฏิกิริยาตอบสนอง เพื่อหาว่าเส้นประสาทเส้นไหนถูกกด

จากนั้นอาจใช้ภาพถ่าย เช่น เอกซเรย์ดูแนวกระดูกและการยุบ และการตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ที่เห็นทั้งหมอนรองกระดูก เส้นประสาท และบอกได้ว่ากระดูกที่ยุบเป็นแผลเก่าหรือเพิ่งเกิด

สิ่งสำคัญที่หมอต้องทำเสมอเมื่อเจอกระดูกสันหลังยุบ คือตรวจให้แน่ใจว่าไม่ได้เกิดจากสาเหตุอื่นที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะสรุปว่าเป็นจากกระดูกพรุน

แนวทางการรักษา จากเบาไปหาหนัก

หัวใจของการรักษาคือ "ดูแลคุณยายให้กลับมาใช้ชีวิตได้" และ "กันไม่ให้กระดูกหักซ้ำ" เพื่อให้ยังดูแลตัวเองและอยู่กับลูกหลานได้นาน ๆ

เริ่มจากสิ่งที่เบาที่สุดก่อน คือให้ความรู้ ปรับกิจกรรม ไม่นอนนิ่งนานเกินไป ทำกายภาพบำบัดเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหลังและขา

ร่วมกับการใช้ยาบรรเทาปวดที่เหมาะกับผู้สูงอายุ โดยหมอจะเลือกอย่างระมัดระวัง เพราะยาบางกลุ่มมีผลต่อไตและกระเพาะในผู้สูงวัย

เรื่องที่สำคัญมากและมักถูกลืม คือการรักษาภาวะกระดูกพรุน เพราะกระดูกที่ยุบไปแล้วคือสัญญาณเตือนว่ากระดูกอ่อนแอ ถ้าไม่รักษา กระดูกข้ออื่นก็เสี่ยงยุบตามมาอีก การรักษากระดูกพรุนจึงเป็นการดูแลต้นเหตุที่แท้จริง

ถ้าอาการชาร้าวลงขายังไม่ดีขึ้นหลังดูแลเบื้องต้นพอสมควร อาจพิจารณาการฉีดยาลดการอักเสบเข้าโพรงเส้นประสาททางช่องกระเบนเหน็บ (caudal epidural steroid injection) ซึ่งเป็นการฉีดผ่านช่องเล็ก ๆ บริเวณก้นกบ เข้าถึงง่าย ความเสี่ยงต่ำ ทำได้โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ (ultrasound) ช่วยนำทางเข็มแบบเห็นภาพขณะทำ ไม่ต้องใช้รังสี วิธีนี้ช่วยลดการอักเสบและบรรเทาอาการ แต่ไม่ได้ไปแก้หมอนรองกระดูกหรือแก้หลังที่ค่อมโดยตรง

การผ่าตัดจะพิจารณาเฉพาะกรณีที่จำเป็นจริง ๆ เช่น มีกล้ามเนื้อขาอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ควบคุมการขับถ่ายไม่ได้ หรือปวดทรมานมากจนดูแลด้วยวิธีอื่นไม่ไหว ซึ่งในกรณีของคุณยายที่ยังไม่มีอาการเหล่านี้ การดูแลแบบไม่ผ่าตัดคือทางเลือกแรกที่เหมาะสม

จะหายไหม ใช้เวลานานแค่ไหน

ข่าวดีคือ อาการชาร้าวลงขาจากหมอนรองกระดูกกดเส้นประสาท ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองตามเวลา เมื่อร่างกายค่อย ๆ ดูดส่วนที่ปลิ้นกลับไป มักใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ส่วนหลังที่ค่อมจากกระดูกที่ยุบไปแล้ว รูปร่างจะคงอยู่ แต่อาการปวดดูแลให้ทุเลาได้ และที่สำคัญคือถ้ารักษากระดูกพรุนต่อเนื่อง จะช่วยลดโอกาสยุบเพิ่ม

ถ้าไม่รักษาจะเป็นอย่างไร

ถ้าปล่อยให้กระดูกพรุนไว้โดยไม่รักษา กระดูกสันหลังข้ออื่นมีโอกาสยุบตามมาได้ หลังก็จะค่อมมากขึ้น ทำให้ปวดเรื้อรัง ทรงตัวลำบาก และเสี่ยงล้มมากขึ้น นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการดูแลกระดูกพรุนตั้งแต่วันนี้จึงคุ้มค่า

วิธีป้องกัน

  • กินอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ และรับวิตามินดีให้พอ

  • ออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงและการทรงตัวอย่างเหมาะสมกับวัย

  • จัดบ้านให้ปลอดภัย ลดของที่ทำให้สะดุดล้ม แสงสว่างเพียงพอ

  • ตรวจความหนาแน่นกระดูกเมื่อถึงวัยที่ควรตรวจ

  • หลีกเลี่ยงการก้มยกของหนักผิดท่า

คำถามที่คนไข้ถามบ่อย

ถาม กระดูกยุบไปแล้ว ดามหรือฉีดซีเมนต์ได้ไหม ตอบ การฉีดซีเมนต์เสริมกระดูกเหมาะกับกระดูกที่เพิ่งยุบใหม่และยังปวดมาก ไม่ได้เหมาะกับแผลเก่าที่หายแล้ว หมอจะดูจากภาพถ่ายและอาการประกอบกัน

ถาม ขาชาแบบนี้ ต้องผ่าตัดแน่เลยใช่ไหม ตอบ ส่วนใหญ่ไม่ต้อง ถ้าไม่มีอาการอ่อนแรงมากขึ้นหรือควบคุมการขับถ่ายผิดปกติ การดูแลแบบไม่ผ่าตัดคือทางเลือกแรก

ถาม การฉีดยาเข้าโพรงเส้นประสาทอันตรายไหม ตอบ เป็นวิธีที่ความเสี่ยงต่ำเมื่อทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญ การใช้อัลตราซาวด์ช่วยนำทางทำให้เห็นตำแหน่งขณะทำและไม่ต้องใช้รังสี

ถาม รักษากระดูกพรุนสำคัญขนาดนั้นเลยหรือ ตอบ สำคัญมาก เพราะเป็นการดูแลต้นเหตุที่จะช่วยกันกระดูกหักซ้ำในอนาคต

สรุปสิ่งที่อยากให้จำ

  • ปวดหลังกับขาชาของคุณยายมาจากคนละจุด ปวดหลังจากกระดูกยุบและหลังค่อม ขาชาจากเส้นประสาทถูกกด

  • การหาต้นเหตุให้ถูกสำคัญที่สุด เพราะแต่ละสาเหตุดูแลคนละแบบ

  • อาการชาร้าวลงขาส่วนใหญ่ดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

  • การรักษากระดูกพรุนคือการดูแลต้นเหตุที่ช่วยกันหักซ้ำ อย่าละเลย

  • คุณไม่ได้เผชิญเรื่องนี้คนเดียว การดูแลตัวเองตั้งแต่วันนี้ คือของขวัญให้ตัวเองและคนที่รัก


ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ปรึกษาหมอเก่ง กระดูกและข้อ ธนินนิตย์คลินิก เชียงใหม่ Line ID @doctorkeng โทร 081-5303666


#หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดหลังร้าวลงขา #กระดูกพรุน #หมอนรองกระดูกเคลื่อน #ผู้สูงอายุ #ปวดหลังผู้สูงอายุ #รักษาไม่ผ่าตัด #อัลตราซาวด์รักษาปวด #ธนินนิตย์คลินิก #เชียงใหม่

คำถามที่พบบ่อย

Q: อาการปวดหลังร้าวลงขาในคนอายุเยอะนี่เป็นเรื่องปกติที่ต้องทนใช่ไหมคะ?

A: ในหลายกรณี อาการเหล่านี้อาจมาจากหลายสาเหตุ และส่วนใหญ่สามารถดูแลให้ดีขึ้นได้ค่ะ

Q: ถ้าปวดหลังร้าวลงขาแบบนี้ หมอจะบอกให้ผ่าตัดเลยหรือเปล่าคะ?

A: การผ่าตัดเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ก็ขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงของอาการค่ะ

Q: หมอนรองกระดูกปลิ้นแล้วมันจะหายไปเองได้จริงเหรอคะ?

A: ร่างกายมีกลไกธรรมชาติที่สามารถค่อยๆ ย่อยสลายและดูดซับส่วนที่ปลิ้นไปได้ค่ะ

Q: แล้วกระดูกสันหลังที่ยุบไปแล้ว มันจะกลับมาเหมือนเดิมได้ไหมคะ?

A: กระดูกที่ยุบไปแล้วอาจไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ แต่สามารถจัดการเพื่อลดอาการปวดและป้องกันการยุบเพิ่มได้ค่ะ

Q: มีวิธีอื่นในการรักษาอาการปวดหลังร้าวลงขา นอกจากผ่าตัดไหมคะ?

A: มีหลายวิธีในการดูแลรักษาค่ะ การรักษาจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้องเป็นหลักค่ะ