“ปวดบวมเท้าทั้งสองข้าง เกิดจากอะไรได้บ้าง?”
ช่วงนี้มีคนไข้หลายคน โดยเฉพาะผู้หญิงวัย 40–50 ปี มาพบแพทย์ด้วยอาการ “ปวดและบวมเท้าทั้งสองข้าง” โดยไม่มีอุบัติเหตุ และตรวจเลือดก็ไม่เจออะไรผิดปกติ เช่น ไม่มีโรคเก๊าท์, ไม่มีรูมาตอยด์ แล้วแบบนี้มันเกิดจากอะไร?
วันนี้หมออยากมาเล่าให้ฟังแบบง่าย ๆ ครับ
🔎 ปวดบวมเท้าสองข้าง… หมอคิดถึงอะไรบ้าง?
ข้ออักเสบหลังติดไวรัส เคยเป็นไข้ ผื่น หรือปวดเมื่อยคล้ายไข้เลือดออกไหม? โดยเฉพาะไวรัส ชิคุนกุนยา (Chikungunya) ที่มียุงลายเป็นพาหะ หลังหายไข้ 2–4 สัปดาห์ อาจเกิดอาการปวดข้อเรื้อรังได้
ข้ออักเสบแบบไม่พบเชื้อในเลือด เช่น โรคข้อสะเก็ดเงิน รูมาตอยด์ชนิดไม่เจอผลเลือด หรือโรคข้อแบบอักเสบชั่วคราวที่ยังไม่วินิจฉัยแน่ชัด
ใช้งานเท้ามากเกินไป ยืนนาน เดินมาก ใส่รองเท้าไม่เหมาะสม ก็อาจทำให้เนื้อเยื่ออักเสบได้
ฮอร์โมน หรือโรคไทรอยด์ ไทรอยด์ต่ำทำให้เกิดอาการบวม และปวดกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
🧪 หมอจะตรวจอะไรเพิ่ม?
-
ตรวจเลือดดู ภูมิคุ้มกัน (บางโรคตรวจครั้งแรกยังไม่เจอ ต้องรอตรวจซ้ำ)
-
ตรวจไวรัส เช่น Chikungunya IgM/IgG
-
ตรวจ ฮอร์โมนไทรอยด์
-
ตรวจ อัลตราซาวด์ (MSK ultrasound) เพื่อดูว่าข้ออักเสบจริงไหม หรือแค่บวมน้ำ
💊 แล้วรักษาอย่างไร?
-
ถ้าเป็น ข้ออักเสบหลังติดไวรัส → ให้ยาลดอักเสบ พัก และอาการจะค่อย ๆ ดีขึ้นเอง
-
ถ้าอาการเป็นนานเกิน 3 เดือน → อาจต้องพบหมอเฉพาะทางด้านรูมาติซึม
-
ถ้าแค่ อักเสบจากการใช้งานมากเกินไป → เปลี่ยนรองเท้า พักเท้า และทำกายภาพ
🧠 สรุปสั้น ๆ
“ปวดบวมเท้าทั้งสองข้าง อาจไม่ใช่แค่เดินเยอะ บางทีเป็นสัญญาณของโรคข้อ หรือไวรัสที่เคยเป็นมาแล้ว”
อย่าปล่อยให้เรื้อรัง ลองมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้แน่ชัดนะครับ
การวินิจฉัยเร็ว รักษาเร็ว ช่วยให้หายได้ไวขึ้นมากครับ 💪
📌 หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำเพื่อให้ความรู้เบื้องต้น หากคุณมีอาการควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทาง
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng
#ปวดข้อ #ชิคุนกุนยา #เท้าบวม #รูมาตอยด์ #Chikungunya #ข้ออักเสบ #หมอเล่าให้ฟัง #เท้าบวมไม่ธรรมดา
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดเท้าบวมทั้งสองข้าง เดินลงน้ำหนักไม่ได้เลย แบบนี้เป็นอะไรได้บ้างคะ?
A: อาการปวดบวมเท้าทั้งสองข้างอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ข้ออักเสบหลังติดเชื้อไวรัส การใช้งานเท้ามากเกินไป หรือความผิดปกติของฮอร์โมนไทรอยด์
Q: ถ้าปวดเท้าบวมแบบนี้ ต้องตรวจเลือดหาอะไรบ้างคะ?
A: แพทย์อาจพิจารณาตรวจเลือดเพื่อดูภูมิคุ้มกัน ตรวจหาไวรัสบางชนิด เช่น Chikungunya หรือตรวจฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อช่วยในการวินิจฉัย
Q: หมอจะใช้อะไรตรวจเพิ่มเติมเพื่อดูว่าข้ออักเสบจริงไหม?
A: ในบางกรณี แพทย์อาจใช้อัลตราซาวด์ (MSK ultrasound) เพื่อประเมินสภาพข้อและเนื้อเยื่อบริเวณเท้า
Q: ถ้าเป็นข้ออักเสบหลังติดไวรัส จะรักษาอย่างไรคะ?
A: การรักษาเบื้องต้นอาจเป็นการให้ยาลดการอักเสบ ร่วมกับการพักเท้า ซึ่งอาการมักจะค่อยๆ ดีขึ้น
Q: ถ้าอาการปวดบวมเท้าเป็นนานเกิน 3 เดือน ควรทำอย่างไรคะ?
A: หากอาการไม่ดีขึ้นหรือเป็นนานเกิน 3 เดือน อาจจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคข้อและรูมาติซึมเพื่อการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

