🦴 ปวดคอ นอนตกหมอน คอเคล็ด…ระวังสัญญาณกระดูกคอผิดรูป (Kyphotic deformity) และอาการชาที่นิ้วโป้ง
“หมอคะ ช่วงนี้ปวดคอบ่อย โดยเฉพาะหลังตื่นนอน เหมือนตกหมอน เอี้ยวคอแล้วเจ็บแปล๊บ ๆ พอไปเอกซเรย์ หมอบอกว่ากระดูกคอเป็น kyphotic deformity และช่วงนี้เริ่มชาที่นิ้วโป้งด้วย แบบนี้อันตรายไหมคะ?”
นี่คืออาการที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะในคนวัยทำงานที่ต้องก้มคอทำงานหน้าคอมพ์ เล่นมือถือบ่อย หรือเคยมีประวัตินอนตกหมอนบ่อย ๆ จนกระดูกคอเริ่ม “โค้งผิดธรรมชาติ” และส่งผลต่อเส้นประสาทที่ออกจากกระดูกคอครับ
💡 เข้าใจก่อนว่า “Kyphotic deformity” คืออะไร
ปกติ “กระดูกคอ” ของเราจะมีลักษณะโค้งเล็กน้อยไปทางด้านหน้า เรียกว่า “lordosis” เพื่อช่วยรับแรงและกระจายน้ำหนักของศีรษะเวลายืน เดิน หรือนั่ง
แต่เมื่อคอเกิดการอักเสบ เสื่อม หรือกล้ามเนื้อรอบคอเกร็งเรื้อรัง โครงสร้างนี้จะเปลี่ยนจากโค้งหน้าเป็น “โค้งหลัง” เรียกว่า Kyphotic deformity หรือ ภาวะกระดูกคอโก่งผิดรูป
🧠 สาเหตุของภาวะ Kyphotic deformity
กล้ามเนื้อรอบคออักเสบจากท่าทางไม่ถูกต้อง
นอนตกหมอนบ่อย ๆ
หมอนรองกระดูกคอเสื่อม (Cervical spondylosis)
อุบัติเหตุหรือกระดูกคอเคยบาดเจ็บ
ความเสื่อมตามอายุ
🔎 ทำไมถึง “ชาที่นิ้วโป้ง” ได้
อาการ “ชาที่นิ้วโป้ง” มักเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทจากกระดูกคอระดับ C6 (Cervical 6)
เมื่อกระดูกคอแอ่นผิดรูป (Kyphotic) จะทำให้ช่องทางออกของเส้นประสาทแคบลง เส้นประสาท C6 ถูกกดหรือระคายเคือง เกิดอาการดังนี้ได้:
-
ปวดคอร้าวลงแขนและหัวไหล่
-
ชาที่ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้
-
กล้ามเนื้อต้นแขนหรือท่อนแขนอ่อนแรง
-
เจ็บแปล๊บเวลาหันหรือเงยคอ
🩻 การตรวจวินิจฉัย
เอกซเรย์คอ (X-ray cervical spine)
MRI คอ
การตรวจระบบประสาท (Neurological exam)
💊 แนวทางการรักษา
1. ระยะเริ่มต้น (ไม่มีอาการอ่อนแรง)
-
พักและปรับพฤติกรรม: หลีกเลี่ยงการก้มคอนาน หรือหันคอแรง ๆ
-
ปรับหมอน: ใช้หมอนที่รองคอได้พอดี ไม่สูงเกินไป (ความสูงประมาณ 8–10 ซม.)
-
กายภาพบำบัด: ฝึกยืดกล้ามเนื้อคอ เสริมกล้ามเนื้อหลังและสะบัก เช่น ท่า chin tuck, shoulder blade squeeze
-
ประคบอุ่น: วันละ 2 ครั้ง ช่วยคลายกล้ามเนื้อและลดการอักเสบ
-
ยา: ยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือตัวยาคลายกล้ามเนื้อเพื่อลดอาการปวดและเกร็ง
2. ระยะมีเส้นประสาทอักเสบหรือชา
-
ฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด (Ultrasound-guided injection):
-
ยาช่วยปลายประสาท: เช่น Gabapentin หรือ Pregabalin ในกรณีมีอาการชาหรือปวดแปล๊บเหมือนไฟฟ้าช็อต
-
ทำกายภาพร่วม: ช่วยให้แนวกระดูกคอกลับเข้าสู่รูปปกติและลดการกดเส้นประสาท
3. ระยะรุนแรง (อ่อนแรง แขนชาเพิ่มขึ้น)
อาจต้องพิจารณา MRI เพื่อดูว่ามีเส้นประสาทถูกกดมากจนต้องผ่าตัดหรือไม่ โดยเฉพาะถ้ามีอาการอ่อนแรงหรือเดินเซ
⚠️ ควรรีบพบแพทย์ถ้ามีอาการเหล่านี้
-
ชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
-
ปวดร้าวลงแขนทั้งสองข้าง
-
เดินเซหรือเสียการทรงตัว
-
ปวดคอรุนแรงตอนกลางคืน
เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทหรือไขสันหลังถูกกดมากขึ้น ซึ่งต้องรีบรักษาเพื่อป้องกันภาวะอัมพาตครับ
🩺 หมออยากฝากไว้
รักษาได้ดีถ้าเริ่มตั้งแต่ระยะต้นครับ ❤️
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากมีอาการปวดคอ ชา หรืออ่อนแรง ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางกระดูกและข้อเพื่อประเมินและรักษาอย่างถูกต้อง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #ตกหมอน #คอโก่ง #KyphoticDeformity #หมอนรองกระดูกคอเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #orthopedicclinic
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดคอ นอนตกหมอนบ่อยๆ แบบนี้จะเป็นอันตรายถึงขั้นอัมพาตไหมคะ?
A: หากมีอาการชาหรืออ่อนแรงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือปวดร้าวลงแขนทั้งสองข้าง ควรรีบพบแพทย์เพื่อประเมินและรักษาอย่างเร่งด่วนครับ
Q: Kyphotic deformity คืออะไรคะ?
A: คือภาวะที่กระดูกคอมีการโค้งผิดรูปจากปกติที่ควรจะโค้งไปทางด้านหน้า กลายเป็นโค้งไปทางด้านหลังครับ
Q: ทำไมกระดูกคอผิดรูปถึงทำให้ชานิ้วโป้งได้คะ?
A: เมื่อกระดูกคอแอ่นผิดรูป อาจทำให้ช่องทางออกของเส้นประสาทแคบลงและไปกดทับเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับนิ้วโป้งได้ครับ
Q: ถ้ามีอาการปวดคอ ชาที่นิ้วโป้ง ควรทำอย่างไรดีคะ?
A: ในระยะเริ่มต้น อาจรักษาด้วยการปรับพฤติกรรม กายภาพบำบัด หรือยา แต่หากมีอาการรุนแรงขึ้น อาจต้องปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาการรักษาอื่นๆ ครับ
Q: การปรับหมอนช่วยเรื่องอาการปวดคอได้ไหมคะ?
A: การใช้หมอนที่รองรับคอได้พอดีและไม่สูงเกินไป อาจช่วยลดอาการปวดคอในบางกรณีได้ครับ
เอกสารอ้างอิง
[1] Koller H, Hartmann S. Fixed cervical high-grade kyphosis: Chin-on-chest deformity-Treatment plan. Der Orthopade. 2018. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29666897/
[2] Gong DC, et al. Risk factors associated with distal junctional kyphosis and failure after surgical management of adult cervical deformity: a systematic review. European Spine Journal. 2025. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40593339/
[3] Deutsch H, et al. Postlaminectomy cervical deformity. Neurosurgical Focus. 2003. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15347223/

