ปวดคอแบบไหน อันตราย? : 7 สัญญาณเตือนที่บอกว่า อาการปวดคอของคุณไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบธรรมดา แต่เป็นกระดูกเสื่อม
“หมอครับ ผมนวดก็แล้ว กินยาคลายกล้ามเนื้อก็แล้ว ทำไมมันไม่หายปวดสักที แถมหลังๆ มาเริ่มรู้สึกหยิบจับของไม่ถนัด แก้วกาแฟหลุดมือบ่อยๆ”
นี่คือคำบ่นของคนไข้ชายวัย 50 ปีท่านหนึ่ง ที่เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้ากังวลใจ เขาเข้าใจมาตลอด 3 เดือนว่าเป็น “ออฟฟิศซินโดรม” เพราะนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน พยายามยืดเหยียดก็แล้ว ไปนวดแผนไทยก็แล้ว แต่อาการกลับแย่ลง จากแค่ปวดคอ กลายเป็นเริ่มมีอาการชาที่ปลายนิ้ว และที่น่าตกใจคือขาเริ่มอ่อนแรง เดินแล้วรู้สึกเหมือนจะล้ม
เมื่อหมอได้ตรวจร่างกายและดูผล MRI ก็พบความจริงที่ซ่อนอยู่ครับ มันไม่ใช่แค่กล้ามเนื้ออักเสบ แต่เป็น “กระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาทและไขสันหลัง” ซึ่งเป็นภาวะที่ต้องการการรักษาที่ตรงจุดกว่าการนวดผ่อนคลาย
หลายท่านอาจกำลังสงสัยว่า แล้วเราจะแยกออกได้อย่างไร? วันนี้หมอจะมาเล่าให้ฟังแบบเจาะลึก ถึงความแตกต่างระหว่างอาการปวดทั่วไปกับสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบมาพบแพทย์ครับ
ทำความเข้าใจเรื่อง "ปวดคอ" กันใหม่
โดยปกติแล้ว คอของคนเราประกอบไปด้วยกระดูก 7 ชิ้น เรียงต่อกัน มีหมอนรองกระดูกคั่นกลางเพื่อรับแรงกระแทก และมีเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณจากสมองลงไปเลี้ยงแขนและขา รอบๆ กระดูกก็จะมีกล้ามเนื้อและเส้นเอ็นคอยพยุง
เวลาที่เราปวดคอ 80-90% มักเกิดจาก “กล้ามเนื้ออักเสบ” หรือที่เราชอบเรียกกันว่าออฟฟิศซินโดรม เกิดจากการก้มหน้านานๆ เกร็งคอ หรือนอนตกหมอน อาการพวกนี้มักจะปวดเฉพาะที่ หันคอแล้วเจ็บ แต่พักแล้วจะดีขึ้นภายในไม่กี่วัน
แต่ “ความเสื่อม” ของกระดูกและหมอนรองกระดูก เป็นเรื่องของโครงสร้างภายในครับ เมื่ออายุมากขึ้น หรือใช้งานหนักสะสม หมอนรองกระดูกจะเริ่มทรุดตัว กระดูกจะเริ่มสร้างหินปูนขึ้นมาเกาะ (Bone Spur) ซึ่งเจ้าหินปูนหรือหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมานี่แหละครับ ที่อาจจะไปเบียด “เส้นประสาท” หรือรุนแรงกว่านั้นคือเบียด “ไขสันหลัง”
7 สัญญาณเตือน : ปวดคอแบบไหนที่ "ไม่ใช่" แค่กล้ามเนื้อ
หากคุณ หรือคนในครอบครัว มีอาการปวดคอร่วมกับอาการข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ ขอให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเลยว่า อาจมีความผิดปกติที่เส้นประสาทหรือไขสันหลังครับ
-
ปวดร้าวลงแขน (Radicular Pain) อาการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปจะปวดตื้อๆ อยู่ที่คอ บ่า หรือสะบัก แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีอาการ “ปวดจี๊ด” เหมือนไฟช็อต หรือปวดแล่นจากคอ ร้าวลงไปที่ไหล่ แขน หรือยาวไปถึงปลายนิ้ว อาการนี้บ่งบอกว่าเส้นประสาทที่คอกำลังถูกรบกวนครับ ทิศทางการปวดจะวิ่งไปตามแนวเส้นประสาทเส้นนั้นๆ
-
ชา หรือ ความรู้สึกเปลี่ยนไป นอกจากการปวดแล้ว อาการ “ชา” เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บอกว่าเส้นประสาททำงานผิดปกติ อาจจะชาหนาๆ เหมือนใส่ถุงมือ ชาซ่าๆ หรือความรู้สึกสัมผัสลดลง บริเวณแขน มือ หรือนิ้ว หากเป็นเรื้อรัง อาจนำไปสู่ภาวะกล้ามเนื้อฝ่อลีบได้ในอนาคต
-
มืออ่อนแรง หยิบจับของไม่ถนัด (Clumsiness) ข้อนี้สำคัญมากและคนไข้มักมองข้ามครับ หากคุณเริ่มรู้สึกว่าติดกระดุมเสื้อยากขึ้น ใช้ตะเกียบลำบาก หรือถือของอยู่ดีๆ แล้วของหลุดมือโดยไม่ได้ตั้งใจ นี่ไม่ใช่ความซุ่มซ่ามครับ แต่เป็นสัญญาณของ “ไขสันหลังถูกกดทับ” (Myelopathy) ซึ่งเป็นภาวะที่อันตรายกว่าการกดทับเส้นประสาทธรรมดา เพราะไขสันหลังเป็นแกนหลักในการสั่งการร่างกาย
-
การทรงตัวมีปัญหา หรือเดินเซ ฟังดูไม่น่าเกี่ยวกับคอใช่ไหมครับ? แต่จริงๆ แล้ว ไขสันหลังที่คอเปรียบเสมือนสะพานไฟใหญ่ที่ส่งกระแสประสาทไปทั่วร่างกาย หากไขสันหลังที่คอถูกบีบอัด สัญญาณที่ส่งไปขาจะผิดเพี้ยน ทำให้เดินแล้วรู้สึกเหมือนลอยๆ ขาแข็งเกร็ง ก้าวขาไม่ออก หรือเดินเซเหมือนคนเมา ทั้งที่ไม่ได้ดื่มสุรา
-
ปวดเรื้อรัง เกิน 2 สัปดาห์ และไม่ดีขึ้นด้วยการพัก หากเป็นการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ เมื่อเราหยุดใช้งาน พักผ่อน หรือทานยาแก้อักเสบ อาการควรจะทุเลาลง แต่ถ้าอาการปวดนั้นยังคงอยู่รบกวนการใช้ชีวิต หรือปวดมากตอนกลางคืนจนตื่นนอน (Night Pain) นี่เป็นสัญญาณที่ต้องตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมครับ
-
มีประวัติอุบัติเหตุที่คอมาก่อน หากเคยรถชน รถล้ม หรือมีการบาดเจ็บที่คออย่างรุนแรงในอดีต แม้ตอนนั้นจะรักษาหายแล้ว แต่แรงกระแทกอาจทำให้โครงสร้างความมั่นคงของกระดูกคอเสียไป และเร่งให้เกิดความเสื่อมได้เร็วกว่าคนทั่วไป
-
อาการทางระบบอื่นๆ (Constitutional Symptoms) ในบางกรณีที่พบน้อยแต่สำคัญมาก คืออาการปวดคอร่วมกับมีไข้ เบื่ออาหาร น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีประวัติเป็นมะเร็งที่อวัยวะอื่น อาการเหล่านี้อาจบ่งชี้ถึงการติดเชื้อ หรือโรคที่ร้ายแรงกว่าความเสื่อมทั่วไปครับ
การตรวจวินิจฉัย : หมอจะทำอะไรบ้าง?
เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะเริ่มจากการซักประวัติและ ตรวจร่างกาย อย่างละเอียดครับ หมอจะทดสอบแรงของกล้ามเนื้อแขนและมือ ตรวจการรับความรู้สึก และเคาะดูปฏิกิริยาสะท้อนกลับ (Reflexes) ซึ่งบอกได้มากว่าเส้นประสาทเส้นไหนที่มีปัญหา
เอกซเรย์ (X-ray): เป็นการตรวจเบื้องต้นเพื่อดูโครงสร้างกระดูก ดูความโค้งของคอ ดูว่าช่องว่างระหว่างกระดูกแคบลงหรือไม่ หรือมีหินปูนเกาะตรงไหนบ้าง แต่เอกซเรย์จะมองไม่เห็นเส้นประสาทครับ
MRI (Magnetic Resonance Imaging): ถ้าหมอสงสัยว่ามีการกดทับเส้นประสาท MRI คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะจะเห็นภาพเนื้อเยื่ออ่อน หมอนรองกระดูก และเส้นประสาทได้ชัดเจนมาก ทำให้เรารู้ว่าจุดไหนที่ถูกกดทับ และกดทับมากน้อยเพียงใด
อัลตราซาวนด์ (Ultrasound): ในปัจจุบันเราใช้อัลตราซาวนด์ช่วยในการวินิจฉัยเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อ รวมถึงใช้ “นำทาง” ในการฉีดยาเพื่อรักษาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งจะกล่าวถึงในหัวข้อการรักษาครับ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คอเสื่อมก่อนวัย
นอกจากอายุที่มากขึ้นแล้ว พฤติกรรมคือตัวเร่งที่สำคัญครับ
-
ท่าทางในการทำงาน (Posture): การก้มหน้าเล่นมือถือ (Text Neck) หรือยื่นหน้าไปมองจอคอมพิวเตอร์นานๆ ทำให้คอต้องรับน้ำหนักศีรษะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว
-
การสูบบุหรี่: สารนิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง ทำให้หมอนรองกระดูกเสื่อมและแห้งกรอบเร็วขึ้น
-
การยกของหนัก: การแบกหามโดยใช้แรงจากบ่าและคอสะสมเป็นเวลานาน
แนวทางการรักษา : ไม่ใช่ทุกคนต้องผ่าตัด
ข่าวดีคือ ผู้ป่วยที่มีปัญหากระดูกคอเสื่อมกว่า 90% อาการดีขึ้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ เราจะเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอ
1. การปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด นี่คือหัวใจสำคัญที่สุดครับ การปรับท่านั่งทำงาน จอคอมพิวเตอร์ต้องอยู่ในระดับสายตา เลิกก้มหน้าเล่นมือถือเป็นเวลานาน การบริหารกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรงเพื่อช่วยพยุงกระดูก และการทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือต่างๆ เช่น การดึงคอ (Traction) เพื่อลดแรงกดทับ
2. การใช้ยา หมออาจจ่ายยาเพื่อลดการอักเสบ ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาบำรุงเส้นประสาท เพื่อบรรเทาอาการปวดและลดความระคายเคืองของเส้นประสาท
3. การฉีดยาระงับการอักเสบผ่านอัลตราซาวนด์ (Ultrasound-guided Injection) เทคโนโลยีปัจจุบันช่วยให้เราไม่ต้องเดาสุ่มครับ หมอสามารถใช้อัลตราซาวนด์สแกนหาตำแหน่งเส้นประสาทที่ถูกรบกวน แล้วฉีดยาลดการอักเสบเข้าไปที่จุดนั้นโดยตรง (Selective Nerve Root Block) วิธีนี้ช่วยลดปวดได้ดีมาก ลดผลข้างเคียงจากการกินยา และช่วยยืนยันตำแหน่งที่เป็นสาเหตุของอาการปวดได้ด้วย
4. การผ่าตัด (Surgery) เราจะพิจารณาการผ่าตัดก็ต่อเมื่อ
-
รักษาด้วยวิธีอื่นมา 6-12 สัปดาห์แล้วไม่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตเสียไป
-
มีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่ชัดเจน หรือกล้ามเนื้อเริ่มลีบ
-
มีการกดทับไขสันหลัง (มีอาการเดินเซ มือใช้งานไม่ถนัด) กรณีนี้มักต้องรีบผ่าตัดเพื่อป้องกันความพิการถาวร
การผ่าตัดในปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากครับ ทั้งการผ่าตัดผ่านกล้องแผลเล็ก (Endoscopic) หรือการผ่าตัดเชื่อมข้อ และการเปลี่ยนหมอนรองกระดูกเทียม ซึ่งพักฟื้นเร็วและมีความปลอดภัยสูงกว่าในอดีตมาก
บทสรุป
โรคกระดูกคอเสื่อม เป็นความเสื่อมตามธรรมชาติที่เราหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่เราสามารถ “ชะลอ” และ “อยู่ร่วม” กับมันได้ครับ หากท่านมีอาการปวดคอที่เป็นๆ หายๆ หรือมี 7 สัญญาณเตือนที่หมอเล่าไป อย่าปล่อยทิ้งไว้จนเรื้อรังครับ การตรวจพบเร็ว การรักษาจะง่ายและได้ผลดีกว่ามาก
ความเข้าใจที่ถูกต้องคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดครับ อย่าเพิ่งตื่นตระหนกไปว่าปวดคอแล้วต้องเป็นอัมพาตเสมอไป ถ้าเราดูแลตัวเองดี ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเมื่อมีอาการผิดปกติ คุณก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ขยับคอได้คล่องแคล่ว และทำกิจกรรมที่รักได้เหมือนเดิมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้น #ปวดร้าวลงแขน #ชาแขน #มือชา #เดินเซ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #เชียงใหม่ #ปวดคออันตรายไหม
References
-
Binder AI. Cervical spondylosis and neck pain. BMJ. 2007;334(7592):527-31.
-
Iyer S, Kim HJ. Cervical radiculopathy. Current reviews in musculoskeletal medicine. 2016;9(3):272-80.
-
Fehlings MG, Tetreault LA, Riew KD, Middleton JW, Aarabi B, Arnold PM, et al. A Clinical Practice Guideline for the Management of Patients With Degenerative Cervical Myelopathy: Recommendations for Patients With Mild, Moderate, and Severe Disease and Nonmyelopathic Patients With Evidence of Cord Compression. Global Spine J. 2017;7(3 Suppl):70S-83S.
-
Childress MA, Becker BA. Nonoperative Management of Cervical Radiculopathy. Am Fam Physician. 2016;93(9):746-54.
-
Woods BI, Hilibrand AS. Cervical radiculopathy: epidemiology, etiology, diagnosis, and treatment. J Spinal Disord Tech. 2015;28(5):E251-9.
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการปวดคอของหนูเป็นมา 3 เดือนแล้วค่ะ นวดก็ไม่หาย แถมบางทีก็มีอาการชาๆ ที่นิ้วมือด้วย แบบนี้อันตรายไหมคะ?
A: อาการปวดคอที่เรื้อรังและมีอาการชาร่วมด้วย อาจเป็นสัญญาณเตือนของความผิดปกติที่เส้นประสาทหรือไขสันหลังได้ค่ะ
Q: ถ้าปวดคอแล้วแขนชา ถือว่าเส้นประสาทถูกกดทับแล้วใช่ไหมคะ?
A: อาการปวดร้าวลงแขนและมีอาการชา เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเส้นประสาทที่คอกำลังถูกรบกวนค่ะ
Q: หนูรู้สึกว่ามือไม่ค่อยมีแรง หยิบจับของหลุดมือบ่อยๆ แบบนี้เป็นเพราะอะไรคะ?
A: อาการมืออ่อนแรงและหยิบจับของไม่ถนัด อาจเป็นสัญญาณของไขสันหลังถูกกดทับ ซึ่งเป็นภาวะที่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยค่ะ
Q: แล้วอาการปวดคอแบบไหนที่หมอบอกว่า "ไม่ใช่" แค่กล้ามเนื้อคะ?
A: หากมีอาการปวดร้าวลงแขน ชาที่แขนหรือนิ้ว มืออ่อนแรง หรือมีปัญหาการทรงตัว ร่วมกับอาการปวดคอ ควรสงสัยว่าอาจมีความผิดปกติที่โครงสร้างภายในค่ะ
Q: ถ้ามีอาการตามที่หมอบอก ต้องรีบไปหาหมอเลยไหมคะ?
A: หากมีอาการปวดคอร่วมกับสัญญาณเตือนที่กล่าวมาข้างต้น การรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยจะช่วยให้ได้รับการรักษาที่เหมาะสมค่ะ

