ปวดคอร้าวขึ้นตา กับ ปวดคอจนชามือ... สัญญาณเตือนที่บอกความอันตรายต่างกัน
เคยไหมครับ? ตื่นมาตอนเช้าแล้วรู้สึกหนักหัว ท้ายทอยตึงเปรี๊ยะ พอลุกขึ้นยืนก็รู้สึกหน้ามืด เวียนหัวเหมือนบ้านหมุน บางวันลามไปปวดกระบอกตาจนนึกว่าเป็นไมเกรน หรือในอีกมุมหนึ่ง บางคนอาจจะไม่ได้ปวดหัว แต่กลับรู้สึกว่า "มือมันชาๆ" หยิบจับอะไรก็หล่นบ่อยๆ ปวดร้าวจากคอลงไปที่แขนเหมือนมีไฟช็อต
หลายคนกังวลว่า "หมอครับ ผมจะเป็นอัมพาตไหม?" หรือ "ต้องผ่าตัดหรือเปล่า?" วันนี้ผมจะมาไขข้อข้องใจให้ฟังครับว่า อาการปวดคอที่ร้าวขึ้นไปบนหัว กับปวดคอที่ร้าวลงไปที่มือ มันมีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่ "น่ากลัว" กว่ากัน
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: สองอาการที่ดูเหมือนจะคล้ายแต่ไม่เหมือน
ผมมีคนไข้สองท่านที่มาหาในวันเดียวกัน เคสแรกคือ คุณก้อย อายุ 38 ปี เป็นกราฟิกดีไซน์เนอร์ คุณก้อยมาด้วยอาการปวดตึงท้ายทอย ลามไปถึงขมับและปวดกระบอกตามาก บางครั้งเวียนหัวจนทำงานไม่ได้ คุณก้อยกังวลมากว่าจะเป็นเนื้องอกในสมองหรือเปล่า เพราะกินยาแก้ปวดหัวเท่าไหร่ก็ไม่หาย
เคสที่สองคือ คุณลุงสมหมาย อายุ 65 ปี คุณลุงไม่ได้ปวดหัวเลยครับ แต่แกบอกว่าปวดคอเรื้อรังมานาน ล่าสุดเริ่มมีอาการชาที่ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้ แขนเริ่มไม่มีแรง ติดกระดุมเสื้อลำบาก และเดินเหินเริ่มไม่มั่นคงเหมือนเมื่อก่อน
เชื่อไหมครับว่า ทั้งสองคนมีจุดเริ่มต้นที่ "คอ" เหมือนกัน แต่สาเหตุและความรุนแรงนั้นอยู่คนละระดับกันเลยครับ
เปรียบเทียบให้เห็นภาพ: สายไฟกับยางรัดของ
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ผมอยากให้ลองนึกภาพตามนะครับ
-
กลุ่มอาการปวดร้าวขึ้นตา/เวียนหัว: ให้ลองนึกถึง "ยางรัดของ" ที่รัดตึงเกินไป กล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่ ของเราเหมือนยางรัดครับ พอเราก้มหน้านานๆ ยางนี้จะถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ พอมันตึงมากๆ มันจะไปดึงรั้งเยื่อหุ้มกะโหลกศีรษะ และกดเบียดเส้นเลือดเล็กๆ ที่ไปเลี้ยงหนังศีรษะและดวงตา ทำให้เราปวดขมับ ปวดตา และเวียนหัว อาการนี้เปรียบเสมือนอาการ "เครื่องร้อน" เพราะใช้งานหนักครับ
-
กลุ่มอาการชามือ/แขนอ่อนแรง: อันนี้ให้ลองนึกถึง "สายไฟ" ครับ กระดูกคอของเรามีหน้าที่ปกป้องสายไฟหลัก (ไขสันหลัง) และสายไฟย่อย (เส้นประสาท) ที่ไปเลี้ยงแขนและมือ ถ้าหมอนรองกระดูกคอเสื่อมหรือปลิ้นออกมา มันจะเหมือนมี "ก้อนหิน" ไปทับสายไฟครับ ทำให้สัญญาณไฟฟ้าส่งไปไม่ถึงมือ เกิดอาการชา หรือถ้าทับหนักๆ สายไฟอาจจะขาดหรือเสียหายจนแขนอ่อนแรงได้ อาการนี้ "อันตราย" กว่าแบบแรกมากครับ
เจาะลึกอาการ: ปวดคอจนเวียนหัว และ ปวดกระบอกตา
โรคนี้ในทางการแพทย์เรามักเรียกว่า กลุ่มอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อคอ (Cervicogenic Headache) หรืออาการเวียนหัวจากคอครับ
สาเหตุ: เกิดจากการที่กล้ามเนื้อคอชั้นลึกเกิดความเครียดจากการอยู่ในท่าเดิมนานๆ เช่น การจ้องจอคอมพิวเตอร์ หรือไถมือถือ (ที่เรียกว่า Text Neck) เมื่อกล้ามเนื้อตึงตัวมากๆ มันจะส่งสัญญาณความเจ็บปวดย้อนกลับไปยังประสาทรับความรู้สึกเดียวกับที่รับความรู้สึกจากใบหน้าและดวงตาครับ เราจึงรู้สึกปวดเบ้าตา ทั้งที่ตาเราไม่ได้เป็นอะไรเลย
อาการสำคัญ:
-
ปวดท้ายทอยร้าวขึ้นไปที่ขมับ หรือกระบอกตา (มักเป็นข้างเดียว)
-
รู้สึกตึงที่คอ คอแข็ง หันหน้าลำบาก
-
มีอาการเวียนหัว โคลงเคลง เหมือนเดินบนสำลี
-
อาการมักจะสัมพันธ์กับท่าทาง เช่น ปวดมากขึ้นเมื่อนั่งทำงานนานๆ
เจาะลึกอาการ: ปวดคอร้าวลงแขน และ ชามือ
ส่วนอาการของคุณลุงสมหมายนั้น คือ โรคกระดูกคอเสื่อมกดทับเส้นประสาท (Cervical Radiculopathy) หรือถ้าหนักกว่านั้นคือ กดทับไขสันหลัง (Cervical Myelopathy) ครับ
สาเหตุ: เกิดจากความเสื่อมตามวัย หรือการใช้งานที่ผิดลักษณะ ทำให้หมอนรองกระดูกคอทรุดตัว หรือมีกระดูกงอกออกมา ซึ่งก้อนกระดูกหรือหมอนรองกระดูกที่ปลิ้นออกมานี้จะเข้าไปเบียดช่องทางออกของเส้นประสาทครับ
อาการสำคัญ:
-
อาการปวดจะร้าวจากคอ ลงไปที่สะบัก และวิ่งลงไปตามแขนจนถึงปลายนิ้ว
-
รู้สึกชาเหมือนมีไฟฟ้าช็อต หรือเข็มหมุดเล็กๆ ทิ่มตลอดเวลา
-
กล้ามเนื้อแขนหรือมือเริ่มลีบลง หรืออ่อนแรง
-
ถ้ากดทับไขสันหลัง จะมีอาการเดินลำบาก ก้าวขาไม่ออก หรือกลั้นปัสสาวะไม่อยู่ (อันนี้คือภาวะฉุกเฉินครับ!)
5 ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องระวัง
-
พฤติกรรมการก้ม: การใช้มือถือหรือแท็บเล็ตต่อเนื่องเกิน 2 ชั่วโมงต่อวัน
-
ท่าทางการทำงาน (Ergonomics): จอคอมพิวเตอร์อยู่ต่ำเกินไป หรือเก้าอี้ไม่มีที่ซัพพอร์ตคอ
-
อายุ: เมื่ออายุเกิน 40 ปี หมอนรองกระดูกจะเริ่มสูญเสียน้ำและเสื่อมตามธรรมชาติ
-
อุบัติเหตุในอดีต: เช่น เคยตกบันได หรือโดนรถชนท้าย (Whiplash injury)
-
การสูบบุหรี่: บุหรี่ทำให้เลือดไปเลี้ยงหมอนรองกระดูกน้อยลง ทำให้เสื่อมเร็วขึ้นมากครับ
การตรวจวินิจฉัย: หมอจะทำอะไรบ้าง?
เมื่อมาพบหมอ เราจะไม่รีบสั่งเอกซเรย์ทันทีครับ แต่เราจะเริ่มจาก:
-
การตรวจร่างกาย: หมอจะทดสอบการขยับคอ เช็คแรงมือ และทดสอบปฏิกิริยารีเฟล็กซ์
-
เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูโครงสร้างกระดูกคอว่ามีกระดูกงอกหรือช่องว่างหมอนรองกระดูกแคบลงไหม
-
เอ็มอาร์ไอ (MRI): อันนี้สำคัญมากสำหรับคนที่ "ชามือ" เพราะจะเห็นเส้นประสาทและหมอนรองกระดูกชัดเจนที่สุดครับ
-
การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG): ใช้เพื่อยืนยันว่าเส้นประสาทถูกกดทับที่จุดไหนกันแน่
แนวทางการรักษา: ไม่ต้องกลัวการผ่าตัด
เชื่อไหมครับว่า กว่า 90% ของคนไข้ปวดคอ รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ครับ
-
ปรับพฤติกรรม: นี่คือยาที่ดีที่สุดครับ ปรับระดับจอคอมพิวเตอร์ พักสายตาและยืดเหยียดคอทุก 45 นาที
-
กายภาพบำบัด: การทำ Ultra sound ลดปวด การดึงคอ (Traction) หรือการนวดรักษาโดยนักกายภาพที่มีความเชี่ยวชาญ
-
การใช้ยา: ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) หรือยาช่วยลดอาการปวดเส้นประสาท
-
การฉีดยาระงับปวด: หากกินยาไม่ดีขึ้น หมออาจใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดอักเสบเข้าไปที่รอบๆ เส้นประสาทที่ถูกกดทับได้อย่างแม่นยำครับ วิธีนี้ปลอดภัยและเห็นผลเร็ว
-
การผ่าตัด: จะทำต่อเมื่อมีการกดทับไขสันหลังรุนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นนานกว่า 6-12 สัปดาห์แล้วไม่เห็นผลเท่านั้นครับ
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
-
กลุ่มปวดคอขึ้นตา/เวียนหัว: หายขาดได้ครับ! ถ้าเราปรับพฤติกรรมและออกกำลังกายกล้ามเนื้อคอให้แข็งแรง
-
กลุ่มชามือ/กระดูกทับเส้น: อาการปวดร้าวจะหายได้ดีมาก แต่อาการชาอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟูเส้นประสาทนานหน่อยครับ (ประมาณ 3-6 เดือน) และหากไม่ดูแลตัวเองให้ดี ก็มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ในระดับอื่นครับ
5 วิธีป้องกันให้คออยู่กับเราไปนานๆ
-
กฎ 20-20-20: ทุก 20 นาที ให้พักสายตา 20 วินาที และขยับคอยืดเหยียด
-
ตั้งจอคอมให้พอดี: ขอบบนของจอควรอยู่ในระดับสายตาพอดี
-
เลือกหมอนที่เหมาะสม: ไม่สูงหรือต่ำจนเกินไป เพื่อให้แนวกระดูกคอขนานกับพื้นตอนนอน
-
งดนอนเล่นมือถือ: ท่านี้คอจะได้รับภาระหนักที่สุด
-
ออกกำลังกายเพิ่มความแข็งแรง: เน้นท่าบริหารกล้ามเนื้อรอบคอและบ่า (Scapular stabilization)
Q&A ถาม-ตอบ ข้อสงสัย
Q: ปวดคอร้าวขึ้นตา อันตรายถึงขั้นตาบอดไหม? A: ไม่อันตรายถึงขั้นตาบอดครับ เป็นเพียงการส่งสัญญาณความเจ็บปวดที่คาบเกี่ยวกัน แต่ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตอย่างมากครับ
Q: ชามือแบบไหนที่ต้องรีบมาหาหมอทันที? A: ถ้าเริ่มหยิบตะเกียบไม่ได้ กลัดกระดุมเสื้อไม่ได้ หรือเดินแล้วรู้สึกเหมือนจะล้ม อันนี้ต้องรีบมาพบหมอเพื่อตรวจ MRI โดยด่วนครับ
Q: นวดแผนโบราณช่วยได้ไหม? A: ถ้าเป็นปวดกล้ามเนื้อทั่วไป การนวดช่วยได้ครับ แต่ถ้ามีอาการชาร้าวลงแขน "ห้ามดัดคอ" เด็ดขาด เพราะอาจทำให้หมอนรองกระดูกแตกไปทับเส้นประสาทจนเป็นอัมพาตได้ครับ
สรุปประเด็นสำคัญ
-
ปวดคอร้าวขึ้นตา/เวียนหัว มักเกิดจากกล้ามเนื้อตึงตัวรุนแรง (ไม่อันตรายถึงชีวิตแต่ทรมาน)
-
ปวดคอร้าวลงแขน/ชามือ คือสัญญาณของเส้นประสาทถูกกดทับ (อันตรายกว่าและควรได้รับการตรวจละเอียด)
-
การปรับท่าทางการทำงานและการใช้มือถือคือหัวใจสำคัญของการรักษาและป้องกัน
-
การตรวจ MRI และการรักษาด้วยการฉีดยาโดยใช้ Ultrasound นำทาง เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพและไม่ต้องผ่าตัด
-
หากมีอาการอ่อนแรง เดินเซ หรือคุมการขับถ่ายไม่ได้ ให้รีบพบแพทย์ทันทีโดยไม่ต้องรอ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดคอ #กระดูกคอเสื่อม #หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #เวียนหัวจากคอ #ปวดหัวไมเกรน #ชามือ #ปวดกระบอกตา #ออฟฟิศซินโดรม #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #NeckPain #CervicalSpondylosis #CervicogenicHeadache #CervicalRadiculopathy #OfficeSyndrome

