ปวดข้อมือ De Quervain’s tenosynovitis เจ็บตรงโคนนิ้วโป้ง รักษาอย่างไรดี
ถ้าคุณรู้สึกเจ็บตรงข้อมือด้านนิ้วโป้ง โดยเฉพาะเวลายกของ อุ้มลูก หรือบิดฝาขวด อาจกำลังเผชิญกับโรคที่เรียกว่า “De Quervain’s tenosynovitis” หรือภาวะเอ็นอักเสบช่องนิ้วโป้ง เป็นโรคที่พบบ่อยในคุณแม่หลังคลอด คนทำงานใช้มือเยอะ และผู้ที่จับมือถือหรือคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
สาเหตุของโรค
De Quervain เกิดจาก เอ็น 2 เส้นหลักของนิ้วโป้ง คือ abductor pollicis longus (APL) และ extensor pollicis brevis (EPB) ที่ผ่านในปลอกเอ็นบริเวณข้อมือด้านนิ้วโป้ง เกิดการเสียดสีและอักเสบจากการใช้งานซ้ำ ๆ เช่น
-
อุ้มลูก จับข้อมือในท่างอ–บิดซ้ำบ่อย (คุณแม่หลังคลอดพบบ่อย)
-
ใช้โทรศัพท์หรือพิมพ์คอมพิวเตอร์นาน
-
ยกของหรือบิดของแรง ๆ
-
เล่นกีฬาที่ใช้มือมาก เช่น แบดมินตัน เทนนิส กอล์ฟ
เมื่อเอ็นบวม ปลอกเอ็นจะแคบลง ทำให้เส้นเอ็นเคลื่อนไม่สะดวก เกิดอาการเจ็บทุกครั้งที่ขยับนิ้วโป้งหรือบิดข้อมือ
อาการที่สังเกตได้
-
เจ็บตรงโคนนิ้วโป้งด้านข้อมือ โดยเฉพาะเวลาใช้งาน
-
ปวดมากเมื่อกำมือ หรืองอนิ้วโป้งเข้าหาฝ่ามือแล้วบิดข้อมือออก (เรียกว่า Finkelstein’s test)
-
บางรายข้อมือบวมเล็กน้อย กดแล้วเจ็บเฉพาะจุด
-
อาการมักเป็นข้างที่ถนัดหรือข้างที่อุ้มลูกบ่อย
ถ้าปล่อยไว้นาน เอ็นจะหนาตัวขึ้นจนเคลื่อนไหวติดและปวดเรื้อรังได้
การวินิจฉัย
แพทย์สามารถวินิจฉัยได้จากการตรวจร่างกาย โดยกดเจ็บเฉพาะจุดตรงโคนนิ้วโป้ง และมีผลทดสอบ Finkelstein’s test เป็นบวก หากสงสัยอักเสบเรื้อรังหรือมีภาวะอื่นร่วม เช่น ถุงน้ำ (ganglion cyst) อาจส่งตรวจอัลตราซาวนด์หรือเอกซเรย์ร่วมด้วย
แนวทางการรักษา
1. พักการใช้งานชั่วคราว
หยุดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นให้ปวด เช่น อุ้มลูกท่าเดิมนาน ๆ บิดของ หรือจับโทรศัพท์นาน ควรใช้มืออีกข้างช่วยงานแทนในช่วงแรก
2. ใส่เฝือกพยุงข้อมือและนิ้วโป้ง (Thumb spica splint)
สวมตลอดเวลาที่ใช้งาน 2–4 สัปดาห์ เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหวของเอ็นที่อักเสบ ช่วยลดการเสียดสีและให้เอ็นได้พัก
3. ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้งในช่วงแรก
ลดอาการอักเสบและบวม ถ้าเริ่มเข้าสู่ระยะเรื้อรัง (>2 สัปดาห์) อาจเปลี่ยนเป็นประคบร้อนเพื่อคลายกล้ามเนื้อ
4. ยาแก้อักเสบหรือยาทาเฉพาะที่
ช่วยบรรเทาปวดในระยะสั้น แต่ไม่ควรใช้ต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาแพทย์ โดยเฉพาะในคุณแม่ให้นมบุตร
**5. การฉีดยาลดอักเสบเฉพาะที่ ร่วมกับการใช้เข็มตัดเลาะพังผืดโดยใช้ ultrasound ระบุตำแหน่ง ไม่ต้องผ่าตัด (ultrasond guided percutaneous fascia release) **
ท่าทางที่ควรหลีกเลี่ยงและข้อควรระวัง
-
หลีกเลี่ยงการอุ้มของหนักด้วยข้อมือบิดหรือกางนิ้วโป้งออกมากเกินไป
-
เวลายกของควรให้ฝ่ามือหงายขึ้น แทนการหงายข้าง
-
อย่าใช้นิ้วโป้งพิมพ์มือถือหรือเลื่อนหน้าจอตลอดเวลา
-
เวลาทำงานบ้านหรือตักอาหาร ให้จับด้ามอย่างผ่อนแรง ไม่บิดข้อมือแรง ๆ
พฤติกรรมเสริมที่ช่วยให้หายไว
-
ยืดข้อมือเบา ๆ ทุก 2–3 ชั่วโมง โดยเฉพาะคนทำงานหน้าคอม
-
เปลี่ยนมืออุ้มลูกหรือถือของบ่อย ๆ
-
ดื่มน้ำมาก พักผ่อนเพียงพอ และหลีกเลี่ยงคาเฟอีนมากเกินไป ซึ่งอาจเพิ่มการตึงของกล้ามเนื้อ
สรุป
ภาวะ De Quervain’s เป็นโรคเอ็นอักเสบที่พบบ่อยในคนยุคนี้ โดยเฉพาะคุณแม่หลังคลอดและคนใช้มือซ้ำ ๆ หากเริ่มเจ็บตรงโคนนิ้วโป้งอย่าฝืนใช้งาน เพราะยิ่งใช้ซ้ำจะอักเสบเรื้อรัง การพัก ใส่เฝือก และทำกายภาพสามารถรักษาให้หายได้ในระยะต้น ส่วนผู้ที่อาการเรื้อรังยังมีทางเลือกฉีดยาหรือผ่าตัดที่ให้ผลดีมาก
การรักษาให้ตรงจุดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น จะช่วยให้กลับมาใช้มือได้คล่อง ไม่ปวด ไม่กำลังตก และป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดข้อมือ #DeQuervain #เอ็นอักเสบข้อมือ #หมอเก่ง #กายภาพบำบัด #สุขภาพมือ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดข้อมือตรงโคนนิ้วโป้งแบบนี้เป็นอะไรคะ?
A: อาจเป็นภาวะเอ็นอักเสบช่องนิ้วโป้ง หรือ De Quervain’s tenosynovitis ซึ่งเกิดจากการใช้งานซ้ำๆ ค่ะ
Q: ต้องผ่าตัดไหมคะ ถ้าปวดแบบนี้?
A: ในหลายกรณี การรักษาเบื้องต้นอาจไม่ต้องผ่าตัด แต่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการค่ะ
Q: ใส่เฝือกนานแค่ไหนคะ?
A: โดยทั่วไปอาจต้องใส่เฝือกประมาณ 2-4 สัปดาห์ เพื่อให้เอ็นได้พักค่ะ
Q: มีวิธีอื่นนอกจากพักกับใส่เฝือกไหมคะ?
A: อาจมีการรักษาด้วยการประคบ ยา หรือการฉีดยาลดอักเสบร่วมด้วยค่ะ
Q: ถ้าเป็นแล้วจะหายขาดไหมคะ?
A: หากได้รับการรักษาที่เหมาะสมและปรับพฤติกรรม อาจช่วยให้อาการดีขึ้นได้ค่ะ

