ปวดคอ มือหยาบ ทรงตัวไม่ดี หมอบอกว่า ไขสันหลังถูกกด ต้องผ่าตัด แต่ผ่าตัดแบบไหน — นั่นคือสิ่งที่หลายคนยังไม่รู้
ลุงสมชาย อายุ 62 ปี ชอบขับรถพาลูกหลานไปเที่ยวทุกวันหยุด แต่ช่วงปีที่ผ่านมา สังเกตว่ามือเริ่มหยาบขึ้น กลัดกระดุมเสื้อได้ยาก เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วรู้สึกเหมือนจะล้ม ทรงตัวไม่ค่อยได้ ไปพบแพทย์แล้วรู้ว่าไขสันหลังส่วนคอถูกกด ต้องผ่าตัด หมอบอกว่ามีวิธีให้เลือก 2 แบบ ลุงสมชายยังงงว่าต่างกันอย่างไร
บทความนี้จะอธิบายว่าแพทย์ตัดสินใจเลือกวิธีผ่าตัดจากอะไร เพื่อให้คุณเตรียมพร้อมก่อนพบแพทย์ครับ
ทำไมหมอถึงเลือกผ่าตัดกระดูกคอ 2 วิธีต่างกัน แม้อาการเหมือนกัน
คุณเคยสงสัยไหมครับว่า ทำไมคนไข้สองคนที่มาหาหมอด้วยอาการคล้ายกัน — มือหยาบ เดินไม่มั่นคง หมอบอกว่าไขสันหลังถูกกดเหมือนกัน — แต่หมอกลับเลือกวิธีผ่าตัดให้ต่างกัน?
คนแรกผ่าตัดแบบ "เปิดประตูกระดูก" แล้วยังขยับคอได้ตามปกติ คนที่สองผ่าตัดแบบ "ตัดกระดูกออกแล้วใส่เหล็กยึด" คอขยับได้น้อยลง
ไม่ใช่เพราะหมอเลือกเอาตามใจครับ แต่เพราะโครงสร้างกระดูกคอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และโครงสร้างนั้นเองที่กำหนดว่าวิธีไหนปลอดภัยและได้ผลดีที่สุดสำหรับคนๆ นั้น
เรื่องของลุงสมชาย
ลุงสมชายอายุ 62 ปี เป็นคนที่รักครอบครัวมาก ทุกสัปดาห์จะขับรถพาภรรยาและหลานๆ ออกไปทานข้าวนอกบ้าน บางทีก็ขับไปเที่ยวตามจังหวัดใกล้เคียง ชีวิตเรียบง่าย มีความสุขดี
แต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา เริ่มสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ที่ดูเหมือนไม่สำคัญ
ตอนแรกแค่รู้สึกว่ากลัดกระดุมเสื้อได้ยากขึ้น ต้องใช้เวลานานกว่าเดิม บางวันต้องให้ภรรยาช่วย แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดว่าเป็นเพราะนิ้วมือแข็ง อากาศหนาว
แล้วก็เริ่มสะดุดขึ้นเรื่อยๆ ครั้งหนึ่งลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ รู้สึกเหมือนพื้นเอียง ต้องเอามือเกาะกำแพง ลูกเห็นเข้าตกใจ แต่ลุงบอกว่าแค่เหนื่อย
สองเดือนต่อมา อาการหนักขึ้น ยกแก้วน้ำก็สั่น เดินขึ้นบันไดต้องจับราวตลอด ลุงสมชายเริ่มไม่กล้าขับรถคนเดียว เพราะกลัวตัวเอง
ครอบครัวพาไปพบแพทย์ ตรวจพบว่ากระดูกสันหลังส่วนคอเสื่อมหลายระดับ ไขสันหลังถูกกดทับ หมอบอกว่าต้องผ่าตัด และมีให้เลือก 2 วิธี
ลุงสมชายกลับบ้านพร้อมคำถามในใจ — ต้องเลือกอะไร? และหมอตัดสินใจจากอะไร?
หลายคนไม่รู้ว่ากระดูกคอของเราเสื่อมได้ทีละน้อยโดยไม่รู้ตัว
กระดูกสันหลังส่วนคอของเราทำหน้าที่เหมือนท่อน้ำที่มีสายไฟอยู่ข้างใน ท่อนั้นคือช่องกระดูกที่ห่อหุ้มไขสันหลัง สายไฟคือไขสันหลังและเส้นประสาทที่ส่งสัญญาณจากสมองลงมาควบคุมร่างกายทุกส่วน
เมื่ออายุมากขึ้น กระดูกและหมอนรองกระดูกเริ่มเสื่อม บางส่วนงอกออกมากดทับ บางส่วนโป่งเข้าไปในช่องกระดูก เหมือนท่อน้ำที่ค่อยๆ แคบลงจากสนิมและตะกรัน สายไฟที่อยู่ข้างในก็ถูกบีบแน่นขึ้นเรื่อยๆ
ในระยะแรก อาจแค่รู้สึกปวดคอหรือชาเล็กน้อย สัญญาณยังส่งผ่านได้แม้จะช้าลง ไม่ต่างจากไฟฟ้าที่กระพริบแต่ยังติดอยู่
แต่เมื่อการกดทับหนักขึ้น ไขสันหลังได้รับเลือดน้อยลง เซลล์ประสาทเริ่มเสียหาย อาการก็ชัดเจนขึ้น มือหยาบ ทำงานละเอียดไม่ได้ เดินไม่มั่นคง รีเฟล็กซ์ผิดปกติ
หากปล่อยไว้นาน ความเสียหายของไขสันหลังอาจถาวร แม้จะผ่าตัดทีหลังก็อาจฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่ เหมือนสายไฟที่ถูกกดนานจนไหม้แล้ว — ต่อกลับได้แต่ส่งสัญญาณได้ไม่เท่าเดิม
โรคไขสันหลังส่วนคอถูกกด คืออะไร
โรคไขสันหลังส่วนคอถูกกด หรือที่เรียกว่า Cervical Myelopathy (เซอร์วิเคิล ไมอีโลพาธี) คือภาวะที่ไขสันหลังส่วนคอถูกกดทับจากกระดูกเสื่อม หมอนรองกระดูกโป่ง หรือการหนาตัวของเอ็นในช่องกระดูก
เมื่อไขสันหลังถูกกด การส่งสัญญาณระหว่างสมองกับร่างกายก็บกพร่อง ทำให้เกิดอาการที่สังเกตได้ทั้งส่วนมือและเท้า
อาการที่พบบ่อย ได้แก่ มือหยาบ งุ่มง่าม ทำงานละเอียดอย่างกลัดกระดุมหรือหยิบเหรียญยาก เดินไม่มั่นคง รู้สึกเหมือนเดินบนพื้นนุ่ม หรือสะดุดง่าย บางรายมีชาที่มือหรือขา รีเฟล็กซ์ไวผิดปกติ และในกรณีรุนแรงอาจมีปัญหาเรื่องกลั้นปัสสาวะ
โรคนี้มักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป หลายคนไม่ทันสังเกตจนกว่าอาการจะมากพอที่จะรบกวนชีวิตประจำวัน
ใครเสี่ยงมากกว่าคนอื่น
• อายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไป กระดูกคอเสื่อมตามธรรมชาติมากขึ้น • งานที่ต้องก้มคอนาน เช่น ใช้คอมพิวเตอร์ ดูโทรศัพท์เป็นชั่วโมงๆ • มีประวัติบาดเจ็บที่คอ หรืออุบัติเหตุรถยนต์ที่กระทบกระดูกคอ • กระดูกคอมีความโค้งผิดปกติหรือเคยตรวจพบกระดูกคอเสื่อมมาก่อน • ปัจจัยทางพันธุกรรมในคนเอเชีย โดยเฉพาะภาวะที่มีการแข็งตัวของเอ็นด้านหน้าไขสันหลัง พบได้บ่อยกว่าในชาวตะวันตก
แพทย์วินิจฉัยอย่างไร
การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติอย่างละเอียด แพทย์จะถามว่าอาการเริ่มเมื่อไหร่ แย่ลงเรื่อยๆ หรือคงที่ มีอาการที่มือทั้งสองข้างหรือข้างเดียว มีปัญหาการเดินหรือการทรงตัวไหม
จากนั้นตรวจร่างกาย ทดสอบการทรงตัว การกำมือ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รีเฟล็กซ์ที่เข่าและข้อเท้า ตรวจสัญญาณพิเศษที่บ่งบอกว่าไขสันหลังถูกกด
ถ่ายภาพรังสีคอท่ายืนตรงและก้ม-เงย เพื่อดูความโค้งของกระดูกคอ ซึ่งสำคัญมากในการเลือกวิธีผ่าตัด
ตรวจ MRI (Magnetic Resonance Imaging) เป็นขั้นตอนสำคัญที่สุด เพราะเห็นไขสันหลัง เส้นประสาท และระดับที่ถูกกดทับชัดเจนที่สุด ยังบอกได้ว่าไขสันหลังเริ่มเสียหายถาวรไปแล้วหรือยัง
บางรายอาจต้องทำ CT (Computed Tomography) สแกนเพิ่มเติมเพื่อดูรายละเอียดของกระดูก โดยเฉพาะในรายที่สงสัยว่ามีการแข็งตัวของเอ็นในช่องกระดูก
การรักษา เมื่อไหร่ต้องผ่าตัด และผ่าตัดวิธีไหน
ในผู้ป่วยที่อาการเบามากและไม่มีสัญญาณว่าแย่ลง แพทย์อาจติดตามอาการและทำกายภาพบำบัดไปก่อนได้ แต่นี่ใช้ได้กับกรณีที่เบาและคงที่เท่านั้น
เมื่อใดก็ตามที่ผู้ป่วยมีอาการทางระบบประสาทชัดเจน เช่น มืออ่อนแรง เดินไม่มั่นคง หรืออาการแย่ลงเรื่อยๆ การผ่าตัดคือมาตรฐานการรักษา เพราะถ้าปล่อยให้ไขสันหลังถูกกดนานเกินไป ความเสียหายอาจถาวร และแม้ผ่าตัดทีหลังก็อาจฟื้นตัวไม่เต็มที่
วิธีผ่าตัดด้านหลังที่ใช้บ่อยมี 2 แบบหลัก
วิธีแรก คือ การผ่าตัดเปิดประตูกระดูก (Laminoplasty) หลักการคล้ายกับการเปิดประตูบ้านให้กว้างขึ้นแต่ไม่ได้รื้อประตูทิ้ง แพทย์เปิดกระดูกด้านหลังออกด้านหนึ่ง แล้วค้ำไว้ด้วยแผ่นโลหะขนาดเล็ก ช่องกระดูกขยายกว้างขึ้น ไขสันหลังมีที่อยู่มากขึ้น แต่กระดูกยังอยู่ครบ คอยังขยับได้ค่อนข้างปกติ วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่กระดูกคอถูกกดหลายระดับตั้งแต่ 3 ระดับขึ้นไป และกระดูกคอยังมีความโค้งปกติ
วิธีที่สอง คือ การตัดกระดูกออกและตรึงข้อ (Laminectomy + Fusion) แพทย์ตัดกระดูกด้านหลังออก เพื่อเปิดทางให้ไขสันหลังกว้างขึ้น แล้วใส่เหล็กและสกรูยึดกระดูกคอไว้ให้มั่นคง คอจะขยับได้น้อยลงในระดับที่ผ่าตัด วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปวดคอมาก กระดูกคอโค้งผิดปกติ หรือมีความไม่มั่นคงของกระดูกคอ
สิ่งที่กำหนดว่าจะเลือกวิธีไหน คือความโค้งของกระดูกคอที่เห็นในภาพเอกซเรย์ หากกระดูกคอยังโค้งตามปกติ วิธีแรกมักทำได้และได้ผลดี หากกระดูกคอโค้งผิดทิศหรือแบนราบ วิธีที่สองจำเป็นกว่า เพราะไขสันหลังจะไม่สามารถขยับออกจากบริเวณที่ถูกกดได้เองหลังผ่าตัด
ผลการรักษาเป็นอย่างไร
ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่ผ่าตัดทันหลังจากมีอาการไม่นาน มักเห็นการปรับปรุงชัดเจนในช่วง 1–2 ปีแรกหลังผ่าตัด การศึกษาในระยะ 5 ปีพบว่าผู้ป่วยประมาณ 70–85% มีอาการดีขึ้นในด้านการทำงานของมือและการเดิน
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะระยะเวลาที่ไขสันหลังถูกกดก่อนผ่าตัด ยิ่งรอนาน ยิ่งฟื้นตัวได้น้อยกว่า บางอาการที่เกิดจากความเสียหายถาวรของไขสันหลังอาจไม่กลับมาเต็มที่แม้ผ่าตัดแล้ว
ถ้าไม่รักษาจะเกิดอะไรขึ้น
โรคไขสันหลังส่วนคอถูกกดมักไม่หายเองครับ ในผู้ป่วยที่มีอาการชัดเจน ความอ่อนแรงมักแย่ลงเรื่อยๆ หากปล่อยไว้ อาจเดินไม่ได้ในที่สุด ในรายที่รุนแรงอาจมีปัญหาการกลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ และที่สำคัญที่สุดคือเมื่อไขสันหลังเสียหายถาวรแล้ว แม้จะผ่าตัดภายหลัง การฟื้นตัวก็จะได้ไม่เต็มที่เหมือนผ่าตัดตั้งแต่แรก
ดูแลตัวเองอย่างไรให้กระดูกคอแข็งแรง
• ระวังท่าก้มคอนาน โดยเฉพาะการดูโทรศัพท์หรือใช้คอมพิวเตอร์ ควรยกจอให้อยู่ระดับสายตา • บริหารกล้ามเนื้อคอและบ่าอย่างสม่ำเสมอ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงช่วยรองรับกระดูกคอได้ดีขึ้น • จัดโต๊ะทำงานให้ถูกหลักการยศาสตร์ ระดับจอคอมพิวเตอร์ ที่นั่ง และแสงสว่างควรเหมาะสม • หลีกเลี่ยงอุบัติเหตุที่กระทบกระดูกคอ ใส่หมวกนิรภัยและเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง • หากเริ่มมีอาการมือชา ทรงตัวไม่ดี หรือมือหยาบ ควรพบแพทย์โดยไม่รอให้แย่ลงก่อน
ถาม: ผ่าตัดกระดูกคอ 2 วิธีนี้ต่างกันอย่างไร?
ตอบ: การผ่าตัดเปิดประตูกระดูก (Laminoplasty) คือการเปิดกระดูกด้านหลังให้กว้างขึ้นแต่ยังคงกระดูกไว้ ทำให้คอยังขยับได้ค่อนข้างปกติ เหมาะกับผู้ที่กระดูกคอถูกกดหลายระดับและกระดูกคอยังโค้งตามปกติ ส่วนการตัดกระดูกออกและตรึงข้อ (Laminectomy + Fusion) คือการตัดกระดูกด้านหลังออกแล้วใส่เหล็กยึด ทำให้คอมั่นคงแต่ขยับได้น้อยลง เหมาะกับผู้ที่มีปวดคอมาก กระดูกคอโค้งผิดปกติ หรือมีความไม่มั่นคงของกระดูกคอ
ถาม: อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์โดยด่วน?
ตอบ: ควรรีบพบแพทย์ทันทีหากมีอาการอ่อนแรงที่มือหรือขาเกิดขึ้นเร็ว เดินไม่ได้หรือล้มบ่อย มีปัญหากลั้นปัสสาวะหรืออุจจาระ หรืออาการแย่ลงเร็วภายในไม่กี่วัน อาการเหล่านี้บ่งชี้ว่าไขสันหลังกำลังถูกกดรุนแรง การรักษาที่ทันท่วงทีช่วยให้ฟื้นตัวได้ดีกว่ามาก
ถาม: มีภาวะแทรกซ้อนอะไรที่เกิดขึ้นได้หลังผ่าตัด?
ตอบ: ภาวะแทรกซ้อนที่เจอได้และควรรู้คือ อาการชาหรืออ่อนแรงของไหล่และต้นแขน ที่เรียกว่า C5 palsy พบได้ประมาณ 4–8% หลังผ่าตัดกระดูกคอด้านหลัง เกิดจากเส้นประสาทระดับ C5 ถูกดึงตึงเล็กน้อยหลังไขสันหลังขยับที่ อาการมักดีขึ้นเองภายใน 3–6 เดือนในกรณีส่วนใหญ่ นอกจากนี้อาจมีปวดคอมากขึ้นในช่วงแรกหลังผ่าตัด ซึ่งมักดีขึ้นตามเวลา
ถาม: หลังผ่าตัดต้องพักนานแค่ไหน?
ตอบ: โดยทั่วไปอยู่โรงพยาบาล 3–5 วันหลังผ่าตัด จากนั้นนอนพักที่บ้านและใส่คอเสื้อรองรับคอประมาณ 2–4 สัปดาห์ เริ่มกายภาพบำบัดประมาณ 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด กลับมาทำกิจกรรมเบาๆ ได้ภายใน 1–2 เดือน การฟื้นตัวเต็มที่อาจใช้เวลา 3–12 เดือนขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคก่อนผ่าตัด
ถาม: อายุมากผ่าตัดได้ไหม?
ตอบ: ได้ครับ อายุเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ข้อห้ามในการผ่าตัด แพทย์จะประเมินสุขภาพโดยรวม โรคประจำตัว และความเสี่ยงของการดมยาสลบ ผู้สูงอายุที่แข็งแรงพอมักได้ผลการผ่าตัดที่ดีทีเดียว สิ่งสำคัญกว่าอายุคือสภาพไขสันหลังก่อนผ่าตัดและระยะเวลาที่มีอาการ
แล้วคุณล่ะครับ หรือคนในครอบครัวมีอาการมือหยาบ ทรงตัวไม่ดี เคยได้ยินคำว่าไขสันหลังถูกกดบ้างไหม? คอมเมนต์เล่าให้ฟังได้เลยครับ
สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้
• กระดูกคอเสื่อมและกดทับไขสันหลังเป็นโรคที่รักษาได้ แต่ต้องไม่รอจนอาการรุนแรง • วิธีผ่าตัดขึ้นอยู่กับโครงสร้างกระดูกคอของแต่ละคน ไม่ใช่เลือกตามใจ • การผ่าตัดเปิดประตูกระดูกช่วยให้คอขยับได้ต่อ เหมาะกับหลายระดับและกระดูกคอโค้งปกติ • การตัดกระดูกออกและตรึงข้อเหมาะกับกรณีที่มีความไม่มั่นคงหรือกระดูกคอโค้งผิดปกติ • ยิ่งรักษาเร็ว ยิ่งฟื้นตัวได้ดีกว่า เพราะไขสันหลังที่ถูกกดนานเกินไปอาจเสียหายถาวร
กระดูกคอของเราทำหน้าที่ทุกวันทุกคืนโดยที่เราไม่ค่อยสังเกต แต่เมื่อมันส่งสัญญาณเตือน อย่าปล่อยผ่านครับ ลุงสมชายยังมีหลานรออยู่ที่บ้าน และยังมีที่นั่งหน้าพวงมาลัยที่รอเขาอยู่ด้วย
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนคอ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
เอกสารอ้างอิง
-
Nagoshi, et al. Comparison of the Surgical Outcomes of Open-Door Laminoplasty, Double-Door Laminoplasty, and Selective Laminectomy for Degenerative Cervical Myelopathy: A Multicenter Prospective Study. (2026). Spine (Phila Pa 1976). PMID: 40932330. DOI: 10.1097/BRS.0000000000005498
-
Zheng, et al. Efficacy and Safety of C3 Laminectomy Combined with Open-Door Laminoplasty versus Open-Door Laminoplasty Alone: A Systematic Review and Meta-Analysis. (2024). World Neurosurg. PMID: 39270796. DOI: 10.1016/j.wneu.2024.09.011
-
Bakr, et al. Laminoplasty versus laminectomy with fusion for treating multilevel degenerative cervical myelopathy. (2023). N Am Spine Soc J. PMID: 37416091. DOI: 10.1016/j.xnsj.2023.100232
-
Zhang, et al. Cervical Myelopathy: Diagnosis, Contemporary Treatment, and Outcomes. (2022). Am J Med. PMID: 34861202. DOI: 10.1016/j.amjmed.2021.11.007
-
Paracino, et al. Review of laminoplasty versus laminectomy in the surgical management of cervical spondylotic myelopathy. (2021). Surg Neurol Int. PMID: 33598360. DOI: 10.25259/SNI_788_2020
-
Sun, et al. Safety and Efficacy of Laminoplasty Versus Laminectomy in the Treatment of Spinal Cord Tumors: A Systematic Review and Meta-Analysis. (2019). World Neurosurg. PMID: 30579011. DOI: 10.1016/j.wneu.2018.12.033
-
Hirano, et al. History and Evolution of Laminoplasty. (2018). Neurosurg Clin N Am. PMID: 29173422. DOI: 10.1016/j.nec.2017.09.019
#ปวดคอ #ไขสันหลัง #กระดูกคอ #ผ่าตัดกระดูกสันหลัง #CervicalMyelopathy #Laminoplasty #หมอเก่ง #doctorkeng #กระดูกและข้อ #ธนินนิตย์คลินิก

