ถ้าหมอบอกว่า "ต้องปลูกกระดูก" คุณนึกอะไรเป็นอย่างแรก? กังวลว่ากระดูกนั้นมาจากไหน? ไม่กล้าถาม เพราะกลัวฟังดูโง่?

(เป็นกรณีตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย) ลุงชาย วัย 62 ปี ช่างก่อสร้างที่ต้องใช้ขาหาเลี้ยงครอบครัวมาทั้งชีวิต กระดูกขาหักแบบซับซ้อน — หมอบอกต้องปลูกกระดูกเสริม แกถามว่า "กระดูกเอามาจากใครครับ?" แล้วก็นิ่ง ไม่กล้าถามต่อ กลัวดูไม่เข้าใจ

บทความนี้จะตอบคำถามที่หลายคนไม่กล้าถาม — กระดูกปลูกมีกี่แบบ ต่างกันอย่างไร และหมอเลือกให้คุณจากอะไร


ทำไมหมอถึงเลือกกระดูกปลูกต่างชนิดให้คนไข้แต่ละคน — ความรู้ที่ควรรู้ก่อนผ่าตัด


สิ่งสำคัญที่ต้องรู้

• What: กระดูกปลูกมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่ กระดูกจากร่างกายตัวเอง กระดูกจากธนาคารกระดูก และวัสดุสังเคราะห์ • Why: แต่ละชนิดมีคุณสมบัติสร้างกระดูกต่างกัน การเลือกขึ้นอยู่กับชนิดการผ่าตัด ขนาดข้อบกพร่อง และสุขภาพของผู้ป่วย • When: หากหมอแนะนำให้ใช้กระดูกปลูก ควรถามว่าเลือกชนิดไหนและเหตุผลที่เลือก ก่อนวางแผนการรักษา


กระดูกปลูกมี 3 ชนิดหลักที่หมอกระดูกใช้ในการผ่าตัด ได้แก่ กระดูกจากร่างกายตัวเอง กระดูกจากธนาคารกระดูก และวัสดุสังเคราะห์ — แต่ละชนิดมีจุดแข็งและข้อจำกัดต่างกัน ไม่มีชนิดใดดีที่สุดสำหรับทุกคน การเข้าใจความแตกต่างระหว่างชนิดกระดูกปลูกช่วยให้คุณคุยกับหมอได้อย่างมั่นใจ และร่วมตัดสินใจในสิ่งที่เหมาะกับร่างกายของคุณที่สุด

หลายคนไม่รู้ว่าเวลาหมอผ่าตัด "ปลูกกระดูก" ไม่ได้ใช้วัสดุชนิดเดียวสำหรับทุกคน

มีให้เลือกถึง 3 ชนิดหลัก — และแต่ละชนิดทำงานต่างกันโดยสิ้นเชิง บางชนิดมาจากร่างกายคุณเอง บางชนิดมาจากธนาคารกระดูก และบางชนิดทำจากวัสดุเซรามิกในห้องแล็บ

การรู้ว่ามีตัวเลือก — และรู้ว่าแต่ละตัวเลือกต่างกันอย่างไร — คือสิ่งที่ทำให้คุณเป็นส่วนหนึ่งของการตัดสินใจ ไม่ใช่แค่รอให้หมอตัดสินใจแทน

(เป็นกรณีตัวอย่างสมมติเพื่อประกอบการอธิบาย)

กาลครั้งหนึ่ง มีลุงชาย วัย 62 ปี ที่ทำงานก่อสร้างมาตลอดชีวิต ขาทั้งสองข้างคือเครื่องมือหาเลี้ยงครอบครัว ลูกหลานที่รอข้างบ้าน รอให้แกกลับมาทุกเย็น

ทุกวัน แกขึ้นนั่งร้านตั้งแต่เช้า แบกของหนัก ยืนนานหลายชั่วโมง — ชีวิตปกติธรรมดาที่ทำมาหลายสิบปีโดยไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรเปลี่ยน

จนกระทั่งวันหนึ่ง พลาดตกจากนั่งร้าน กระดูกขาหักหลายชิ้น หมอบอกว่ากระดูกชิ้นหนึ่งแตกจนขาดหายไปบางส่วน และต้องใช้กระดูกปลูกเสริมจึงจะผ่าตัดได้

เพราะเหตุนั้น แกกังวลตลอดคืนก่อนผ่าตัด "กระดูกนั้นมาจากใคร? ร่างกายจะยอมรับไหม? มีความเสี่ยงอะไรบ้าง?" คำถามวนเวียนอยู่ในหัวตลอดคืน

เพราะเหตุนั้น เช้าวันผ่าตัด แกถามหมอตรงๆ ว่า "กระดูกที่จะปลูกให้ผม เอามาจากไหนครับ?" — คำถามสั้นๆ ที่เปิดประตูสู่คำอธิบายที่เปลี่ยนความกังวลทั้งหมด

จนในที่สุด แกเข้าใจว่ามีตัวเลือก ว่าในกรณีของเขาหมอเลือกใช้กระดูกจากร่างกายตัวเองบางส่วนเพราะเหมาะกับขนาดแผล และมีเหตุผลชัดเจนทุกข้อ ความกังวลที่เคยหนักอึ้งเริ่มเบาลง

และตั้งแต่นั้นมา ลุงชายไม่ได้แค่ "รอให้หมอตัดสินใจ" อีกต่อไป — แกรู้จักถามคำถาม รู้จักตัวเลือก และรู้ว่าจะดูแลตัวเองอย่างไรหลังผ่าตัด

ทำไมบางครั้งกระดูกต้องการความช่วยเหลือจากภายนอก?

หลายคนไม่รู้ว่ากระดูกของเราซ่อมแซมตัวเองได้ตามธรรมชาติ

เมื่อกระดูกหัก ร่างกายจะส่งเซลล์เฉพาะทางมาซ่อม สร้างสะพานเชื่อมกระดูก และค่อยๆ กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายสัปดาห์จนถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับตำแหน่งและความรุนแรง

แต่บางครั้ง ร่างกายซ่อมเองไม่ทัน

เมื่อกระดูกแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยจนขาดหายไป เมื่อมีการตัดกระดูกออกเพราะเนื้องอกหรือการติดเชื้อ หรือเมื่อต้องเชื่อมกระดูกสันหลังเข้าด้วยกัน ช่องว่างที่เหลือนั้นใหญ่เกินกว่าร่างกายจะสร้างกระดูกใหม่ได้เอง

นั่นคือจุดที่ "กระดูกปลูก" เข้ามามีบทบาท

กระดูกปลูกทำหน้าที่เหมือน "นั่งร้านชั่วคราว" ให้เซลล์กระดูกใหม่มีที่เกาะ มีที่ขยายตัว และค่อยๆ สร้างกระดูกจริงขึ้นมาแทนที่ เมื่อกระดูกใหม่แข็งแรงพอแล้ว นั่งร้านชั่วคราวนี้จะค่อยๆ สลายตัวหรือรวมเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกใหม่

สิ่งที่ทำให้กระดูกปลูกแต่ละชนิดต่างกันคือ มีคุณสมบัติ 3 อย่างที่อาจมีหรือไม่มีก็ได้ ได้แก่ ให้นั่งร้าน ส่งสัญญาณกระตุ้นสร้างกระดูก และมีเซลล์ที่สร้างกระดูกได้โดยตรง กระดูกแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเหล่านี้แตกต่างกัน นั่นคือเหตุผลที่หมอเลือกต่างชนิดสำหรับแต่ละสถานการณ์

กระดูกปลูกคืออะไร และทำงานอย่างไร?

กระดูกปลูกในปัจจุบันมีหลายชนิด แต่ที่ใช้บ่อยในออร์โธปิดิกส์มี 3 ชนิดหลัก

ชนิดที่ 1 — กระดูกจากร่างกายตัวเอง Autograft (โอตัวกราฟต์ — กระดูกจากร่างกายตัวเอง) คือ "มาตรฐานทองคำ" ของการปลูกกระดูก เพราะมีคุณสมบัติครบทั้ง 3 อย่าง มีนั่งร้าน ส่งสัญญาณสร้างกระดูก และมีเซลล์ที่ยังมีชีวิต หมอมักเก็บกระดูกจากบริเวณสะโพกส่วนขอบ หรือจากกระดูกแข้ง ซึ่งเป็นบริเวณที่เก็บได้โดยไม่กระทบการใช้งานของขา

ข้อดี คือร่างกายยอมรับทันที ไม่มีความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อ

ข้อจำกัด คือต้องเปิดแผลเพิ่มที่จุดเก็บกระดูก ซึ่งอาจทำให้เจ็บแผลเพิ่มในช่วงแรก และบางรายมีอาการปวดที่บริเวณนั้นได้นานในบางราย

ชนิดที่ 2 — กระดูกจากธนาคารกระดูก Allograft (อัลโลกราฟต์ — กระดูกจากธนาคารกระดูก) มาจากผู้บริจาคที่ผ่านการคัดกรองและผ่านกระบวนการฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวด ธนาคารกระดูกที่ได้มาตรฐานมีระบบตรวจสอบหลายชั้นก่อนนำกระดูกไปใช้

กระดูกจากธนาคารให้ "นั่งร้าน" ที่ดี แต่ไม่มีเซลล์มีชีวิตและสัญญาณสร้างกระดูกแบบเต็มเหมือนกระดูกจากตัวเอง เหมาะกับงานที่ต้องการกระดูกปริมาณมากหรือขนาดใหญ่

ชนิดที่ 3 — วัสดุสังเคราะห์ กระดูกสังเคราะห์ทำจากแร่ธาตุที่มีโครงสร้างคล้ายกระดูก เช่น TCP (Tricalcium Phosphate — ไตรแคลเซียมฟอสเฟต) และ HA (Hydroxyapatite — ไฮดรอกซีอะพาไทต์ — แร่ธาตุหลักในกระดูกธรรมชาติ) วัสดุเหล่านี้ให้ "นั่งร้าน" ที่มั่นคง แต่ไม่มีคุณสมบัติทางชีวภาพเหมือนกระดูกจริง เหมาะสำหรับการเสริมช่องว่างเล็กๆ หรือใช้ร่วมกับชนิดอื่น

นอกจาก 3 ชนิดหลัก ยังมีทางเลือกเพิ่มเติม

DBM (Demineralized Bone Matrix — ดีบีเอ็ม — เมทริกซ์กระดูกจากกระบวนการกำจัดแร่ธาตุ) คือกระดูกจากธนาคารที่ผ่านกระบวนการพิเศษเพื่อเปิดเผยโปรตีนกระตุ้นสร้างกระดูกที่ซ่อนอยู่ในโครงสร้าง ทำให้มีทั้งคุณสมบัติให้นั่งร้านและส่งสัญญาณสร้างกระดูก เป็นตัวกลางระหว่างกระดูกจากตัวเองและกระดูกจากธนาคารธรรมดา

PRF (Platelet-Rich Fibrin — พีอาร์เอฟ — ไฟบรินที่มีเกล็ดเลือดสูง) ผสมกับวัสดุสังเคราะห์ คือแนวทางใหม่ที่กำลังมีการศึกษา นำเลือดของผู้ป่วยเองมาปั่นแยกเกล็ดเลือดที่มีสารกระตุ้นการสมาน แล้วผสมกับวัสดุสังเคราะห์เพื่อเพิ่มคุณสมบัติทางชีวภาพ ผลลัพธ์ยังอยู่ระหว่างการศึกษาในวงกว้าง

ใครบ้างที่อาจต้องใช้กระดูกปลูก?

• กระดูกหักซับซ้อนที่มีชิ้นกระดูกสูญหายหรือไม่ยอมติดหลังผ่าตัดครั้งแรก • การผ่าตัดเชื่อมกระดูกสันหลัง เพื่อให้กระดูกรวมกันถาวรและเพิ่มความมั่นคง • การผ่าตัดใส่ข้อเทียมในผู้ที่กระดูกบางหรือเสียหายรุนแรง • การตัดเนื้องอกในกระดูกที่ต้องการเติมช่องว่างหลังผ่าตัด • กระดูกติดเชื้อที่ต้องตัดเนื้อเยื่อร้ายออกและเสริมกระดูกใหม่

หมอประเมินอย่างไรก่อนเลือกชนิดกระดูกปลูก?

หมอจะไม่เลือกชนิดกระดูกโดยพลการ มีกระบวนการประเมินที่ชัดเจน

ขั้นแรก ซักประวัติและตรวจร่างกาย เพื่อดูโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน กระดูกพรุน หรือการใช้ยาบางชนิด ซึ่งส่งผลต่อการฟื้นตัวของกระดูกปลูก

ขั้นที่สอง เอกซเรย์และสแกน CT (Computed Tomography — การสร้างภาพตัดขวางด้วยคลื่นเอกซเรย์) หรือ MRI (Magnetic Resonance Imaging — การสร้างภาพด้วยคลื่นแม่เหล็ก) เพื่อดูขนาดช่องว่างกระดูก ตำแหน่ง และสภาพเนื้อเยื่อโดยรอบ

ขั้นที่สาม หมอจะพิจารณาร่วมกับคุณว่า ขนาดช่องว่างใหญ่แค่ไหน ประเภทการผ่าตัดต้องการกระดูกที่มีคุณสมบัติอะไร และคุณพร้อมรับแผลเพิ่มที่จุดเก็บกระดูกหรือไม่

กระดูกปลูก 3 ชนิดหลัก — เลือกอย่างไรให้เหมาะกับแต่ละคน?

การรักษาด้วยกระดูกปลูกไม่ใช่ "เลือกที่ดีที่สุดเลย" แต่คือ "เลือกที่เหมาะสมที่สุด" สำหรับสถานการณ์ของแต่ละคน

กระดูกจากตัวเอง เป็นตัวเลือกแรกเมื่อช่องว่างกระดูกไม่ใหญ่มาก ผู้ป่วยแข็งแรงพอที่จะรับแผลเพิ่มได้ และต้องการกระดูกที่มีคุณสมบัติสมบูรณ์ที่สุด ฟื้นตัวได้ดีในระยะยาวแต่เจ็บแผลเก็บกระดูกเพิ่มในช่วงแรก

กระดูกจากธนาคาร เหมาะเมื่อช่องว่างกระดูกใหญ่มากจนเก็บกระดูกจากตัวเองไม่พอ หรือเมื่อผู้ป่วยไม่เหมาะกับการเปิดแผลเพิ่ม กระดูกประเภทนี้ผ่านการตรวจสอบและฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดจากธนาคารกระดูกที่ได้มาตรฐาน

วัสดุสังเคราะห์ มักใช้เป็นตัวเสริมเพื่อเพิ่มปริมาณ หรือใช้ร่วมกับกระดูกชนิดอื่น ไม่เหมาะสำหรับใช้แทนกระดูกจริงในการซ่อมแซมข้อบกพร่องขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว

สำหรับ DBM มักใช้เสริมร่วมกับชนิดอื่นเพื่อเพิ่มสัญญาณกระตุ้นการสร้างกระดูก

การผ่าตัดที่ต้องใช้กระดูกปลูกมักเป็นการผ่าตัดที่มีความจำเป็น ควรถามหมอถึงเหตุผลที่เลือกชนิดนั้น และถามว่ามีทางเลือกอื่นที่เหมาะกับสภาพร่างกายของคุณหรือไม่

ผลลัพธ์หลังการปลูกกระดูกคาดหวังได้แค่ไหน?

กระดูกปลูกที่ประสบความสำเร็จจะค่อยๆ รวมเข้ากับกระดูกปกติของผู้ป่วยภายในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย

• ชนิดของกระดูกปลูก — กระดูกจากตัวเองมักรวมตัวได้เร็วกว่าในหลายกรณี • ขนาดของพื้นที่ที่ต้องเติม — ยิ่งใหญ่ ยิ่งใช้เวลามากขึ้น • สุขภาพโดยรวม — ผู้ที่มีเบาหวานหรือสูบบุหรี่อาจฟื้นตัวช้ากว่า • ตำแหน่งของกระดูก — บางตำแหน่งมีเลือดมาเลี้ยงดีกว่า ทำให้รวมตัวได้ดีกว่า

หลังผ่าตัดหมอจะนัดเอกซเรย์ติดตามเป็นระยะ เพื่อดูว่ากระดูกรวมตัวได้ดีหรือไม่

มีความเสี่ยงอะไรบ้างที่ต้องรู้?

ทุกวิธีมีความเสี่ยง แต่ความเสี่ยงแตกต่างกันตามชนิดที่ใช้

กระดูกจากตัวเอง ความเสี่ยงหลักคือเจ็บแผลที่จุดเก็บกระดูก บางรายมีอาการปวดที่บริเวณนั้นได้นาน ซึ่งพบในบางส่วนของผู้รับการผ่าตัด

กระดูกจากธนาคาร ธนาคารกระดูกที่ได้มาตรฐานในปัจจุบันมีกระบวนการคัดกรองและฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวด ทำให้ความเสี่ยงเรื่องโรคติดต่อต่ำมาก

วัสดุสังเคราะห์ ความเสี่ยงโดยรวมต่ำ แต่ประสิทธิภาพสร้างกระดูกน้อยกว่ากระดูกจริง

ดูแลตัวเองอย่างไรหลังการผ่าตัดที่ใช้กระดูกปลูก?

• ทำกายภาพบำบัดตามที่หมอและนักกายภาพกำหนด — อย่าข้ามนัด • ลงน้ำหนักบนกระดูกปลูกตามที่หมอกำหนดเท่านั้น — อย่าเร่งกว่าที่สั่ง • กินอาหารที่มีแคลเซียมและวิตามิน D เพื่อสนับสนุนการสร้างกระดูกใหม่ • งดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาด เพราะนิโคตินขัดขวางกระบวนการสร้างกระดูก • มาตรวจตามนัดทุกครั้ง เพื่อให้หมอติดตามว่ากระดูกรวมตัวได้ดีหรือไม่

ถาม: กระดูกจากธนาคารปลอดภัยไหม มีโอกาสติดโรคจากคนบริจาคไหม?

ตอบ: ธนาคารกระดูกที่ได้มาตรฐานมีกระบวนการคัดกรองและฆ่าเชื้ออย่างเข้มงวดก่อนนำกระดูกไปใช้ ความเสี่ยงจากโรคติดต่อในปัจจุบันถือว่าต่ำมาก อย่างไรก็ตาม ควรถามแพทย์เกี่ยวกับแหล่งที่มาและมาตรฐานของธนาคารกระดูกที่ใช้ในโรงพยาบาลนั้น

ถาม: ถ้าไม่อยากให้หมอเก็บกระดูกจากตัวเอง มีทางเลือกอื่นไหม?

ตอบ: มีครับ หมอสามารถพิจารณาใช้กระดูกจากธนาคารหรือวัสดุสังเคราะห์แทนได้ในหลายกรณี การตัดสินใจขึ้นอยู่กับขนาดช่องว่างกระดูก ตำแหน่งผ่าตัด และความต้องการของผู้ป่วย ควรพูดคุยกับหมอให้ชัดเจนก่อนวันผ่าตัด

ถาม: กระดูกปลูกจะอยู่ในร่างกายตลอดไปไหม?

ตอบ: ขึ้นอยู่กับชนิดครับ กระดูกจากตัวเองหรือจากธนาคารมักรวมเป็นส่วนหนึ่งของกระดูกในที่สุด ส่วนวัสดุสังเคราะห์บางชนิดอาจสลายตัวได้เองเมื่อเวลาผ่านไป หมอจะอธิบายพฤติกรรมระยะยาวของชนิดที่เลือกใช้

ถาม: ผู้ป่วยเบาหวานสามารถรับกระดูกปลูกได้ไหม?

ตอบ: สามารถรับได้ครับ แต่ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้ดีก่อนผ่าตัด เนื่องจากน้ำตาลที่ควบคุมไม่ได้อาจทำให้กระดูกปลูกรวมตัวช้าหรือเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนมากขึ้น หมอจะประเมินความพร้อมก่อนวางแผนการรักษา

ถาม: ใช้เวลาฟื้นตัวนานแค่ไหนหลังการผ่าตัดที่ใช้กระดูกปลูก?

ตอบ: ระยะเวลาฟื้นตัวแตกต่างกันมากในแต่ละคน ขึ้นอยู่กับชนิดกระดูกปลูก ขนาดพื้นที่ผ่าตัด ตำแหน่ง และสุขภาพโดยรวม โดยทั่วไปอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนกว่ากระดูกจะรวมตัวได้ดีพอที่จะรับน้ำหนักหรือทำกิจกรรมได้ตามปกติ

ถ้ามีคนในครอบครัวหรือคนรู้จักที่กำลังจะผ่าตัดกระดูก และยังไม่รู้ว่ามีตัวเลือกเรื่องกระดูกปลูก — ส่งบทความนี้ให้เขาก่อนวันผ่าตัดได้เลย

สิ่งที่ควรจำจากบทความนี้

• กระดูกปลูกมี 3 ชนิดหลัก ได้แก่ กระดูกจากตัวเอง กระดูกจากธนาคาร และวัสดุสังเคราะห์ ไม่มีชนิดใดดีที่สุดสำหรับทุกคน • กระดูกจากตัวเองมีคุณสมบัติสมบูรณ์ที่สุด แต่ต้องเปิดแผลเพิ่มที่จุดเก็บกระดูก ซึ่งอาจเจ็บในช่วงแรก • กระดูกจากธนาคารที่ได้มาตรฐานมีความปลอดภัยสูง กระบวนการคัดกรองและฆ่าเชื้อเข้มงวด • วัสดุสังเคราะห์เหมาะสำหรับเสริมช่องว่าง ไม่ใช่ทดแทนกระดูกจริงในการซ่อมแซมขนาดใหญ่ • การถามหมอว่าเลือกกระดูกชนิดไหนและเหตุผล คือสิทธิ์ของคุณในฐานะผู้ป่วย และทำให้ผลลัพธ์การรักษาดีขึ้น

ทุกคนที่ต้องผ่าตัดกระดูกล้วนมีความกังวล คุณไม่ได้อยู่คนเดียว

สิ่งที่แตกต่างกันคือ คนที่ถามคำถามก่อนเข้าห้องผ่าตัด มักเข้าใจกระบวนการมากกว่า และดูแลตัวเองได้ดีกว่าในช่วงฟื้นตัว

ร่างกายของคุณสมควรได้รับการดูแลที่ดีที่สุด และความเข้าใจเรื่องกระดูกปลูกเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีมากของการดูแลนั้น


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระดูกปลูก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


#กระดูกปลูก #กระดูกและข้อ #ผ่าตัดกระดูก #กระดูกหัก #ข้อบกพร่องกระดูก #กระดูกสันหลัง #หมอเก่ง #หมอเก่งกระดูกและข้อ


เอกสารอ้างอิง

[1] De Pace R, Molinari S, Mazzoni E, Perale G. Bone Regeneration: A Review of Current Treatment Strategies. Journal of Clinical Medicine. 2025;14(6):1838. https://doi.org/10.3390/jcm14061838

[2] van der Stok J, Hartholt KA, Schoenmakers DA, Arts JJ. The available evidence on demineralised bone matrix in trauma and orthopaedic surgery: A systematic review. Bone and Joint Research. 2017;6(7):423–432. https://doi.org/10.1302/2046-3758.67.BJR-2017-0027.R1

[3] Palmer W, Crawford-Sykes A, Rose RE. Donor site morbidity following iliac crest bone graft. West Indian Medical Journal. 2008;57(5):490–492. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/19565981/

[4] Wisanuyotin T, Paholpak P, Sirichativapee W, Kosuwon W. Allograft versus autograft for reconstruction after resection of primary bone tumors: a comparative study of long-term clinical outcomes and risk factors for failure of reconstruction. Scientific Reports. 2022;12:14346. https://doi.org/10.1038/s41598-022-18772-x

[5] Blatt S, Thiem DGE, Kyyak S, et al. Possible Implications for Improved Osteogenesis? The Combination of Platelet-Rich Fibrin With Different Bone Substitute Materials. Frontiers in Bioengineering and Biotechnology. 2021;9:640053. https://doi.org/10.3389/fbioe.2021.640053