ตกจากที่สูง ส้นเท้าบวมจนรูปร่างผิดปกติ เจ็บจนแทบขยับเท้าไม่ได้ในทันที

ผู้ชายอายุ 42 ปี ทำงานก่อสร้างมาทั้งชีวิต ตกจากนั่งร้าน ส้นเท้าขวาบวมโตผิดรูปภายในชั่วโมงเดียว เขากลัวว่าจะไม่ได้กลับมาเดินเหมือนเดิม และแปลกใจมาก เมื่อหมอบอกว่า "ต้องรอก่อนผ่าตัด..."

บทความนี้อธิบายว่าทำไมต้องรอ และอะไรคือสิ่งที่ตัดสินว่าต้องผ่าตัดหรือไม่


ทำไมหมอต้องรอให้หนังย่น ก่อนตัดสินใจผ่าตัดกระดูกส้นเท้า


เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้เกี่ยวกับกระดูกส้นเท้าหัก — ก่อนจะตัดสินใจว่าต้องผ่าตัดหรือเปล่า หมอต้องรอสัญญาณหนึ่งจากผิวหนังที่ส้นเท้าก่อนเสมอ

จุดที่ทำให้การรักษาสำเร็จหรือล้มเหลวไม่ใช่แค่ว่า "ผ่าหรือไม่ผ่า" แต่คือ "ผ่าเมื่อไหร่ และด้วยวิธีไหน"

กาลครั้งหนึ่ง ผู้ชายอายุ 42 ปีทำงานรับเหมาก่อสร้างมา 15 ปี ชีวิตทุกวันของเขาคือการขึ้นลงนั่งร้านและแบกของหนัก

ทุกวัน เขาทำสิ่งเหล่านี้โดยไม่เคยคิดว่าจะมีอะไรผิดปกติ

จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะทำงานบนนั่งร้านสูงประมาณ 3 เมตร เท้าพลาด เขาตกลงมา ส้นเท้าข้างขวากระแทกพื้นคอนกรีตโดยตรง

เพราะเหตุนั้น ส้นเท้าบวมโตผิดรูปร่างภายในชั่วโมงเดียว เจ็บปวดอย่างรุนแรงจนขยับไม่ได้เลย เขากลัวว่าจะไม่ได้กลับมาทำงานอีก และกังวลว่าถ้าต้องหยุดงานยาว ครอบครัวจะอยู่อย่างไร

เพราะเหตุนั้น ถูกส่งตัวมาห้องฉุกเฉิน ถ่ายเอกซเรย์และซีทีสแกน แล้วหมอบอกว่า "กระดูกส้นเท้าหัก" และ "ต้องรอก่อน"

จนในที่สุด หลังรอประมาณ 10 วัน เขาเข้ารับการผ่าตัด ฟื้นตัว และค่อยๆ กลับมาเดินได้อีกครั้ง

แล้วทำไมต้องรอ? คำตอบอยู่ในบทความนี้

กระดูกส้นเท้า คือกระดูกก้อนใหญ่ที่อยู่ด้านล่างสุดของเท้า ทำหน้าที่เหมือน "ฐานราก" ที่รองรับน้ำหนักตัวทั้งหมดเวลายืนและเดิน

ทำไมถึงเกิดกระดูกส้นเท้าหัก?

เมื่อตกจากที่สูงหรือเกิดแรงกดรุนแรงที่ส้นเท้า น้ำหนักตัวทั้งหมดถ่ายลงมาในทิศทางเดียว เหมือนตอกลูกค้อนลงไปในก้อนดิน กระดูกข้อเท้าที่อยู่ข้างบนกดทับลงมาบนกระดูกส้นเท้า ทำให้กระดูกส้นเท้าแตกออก

เกิดขึ้นทีละขั้นอย่างไร?

แรงกดดันนั้นสร้างรอยแตกที่มักเข้าไปถึงผิวข้อ ทำให้ผิวข้อที่เคยเรียบกลายเป็นขรุขระ กระดูกส้นเท้าที่เดิมสูงและมีรูปร่างชัดเจน จะแบนลง กว้างขึ้น และสั้นลง เหมือนเค้กที่ถูกกดแบนจนสูญเสียรูปทรง

ทำไมอาการจึงเป็นแบบนี้?

เมื่อกระดูกแตก เลือดและน้ำเหลืองออกมาภายในเนื้อเยื่อ ทำให้บวมมากอย่างรวดเร็ว ผิวหนังบริเวณส้นเท้าตึงมากจนกดเจ็บ และการที่กระดูกแตกเข้าไปในข้อ ทำให้เจ็บปวดอย่างรุนแรงเมื่อพยายามขยับเท้า ในช่วงนี้เองที่ผิวหนังตึงเกินไปสำหรับการผ่าตัด — นั่นคือเหตุผลที่หมอต้องรอ

กระดูกส้นเท้าหักที่เกิดจากแรงกระแทกสูงนั้น ต่างจากกระดูกหักทั่วๆ ไปตรงที่มักแตกเข้าไปถึงข้อ ซึ่งมีผลต่อการรักษาอย่างมาก

หมอจะใช้ภาพซีทีสแกน (CT scan — Computed Tomography scan) เพื่อดูว่ากระดูกแตกกี่ชิ้น และแตกในลักษณะใด จากนั้นจัดกลุ่มตาม Sanders classification ซึ่งแบ่งเป็น 4 ระดับ

• ระดับ 1 — กระดูกแตกแต่ไม่เคลื่อน ข้อยังเรียบดี • ระดับ 2 — กระดูกแตกเป็น 2 ชิ้น และเคลื่อนออกจากตำแหน่ง • ระดับ 3 — กระดูกแตกเป็น 3 ชิ้น ซับซ้อนขึ้น • ระดับ 4 — กระดูกแตกเป็น 4 ชิ้นขึ้นไป แตกละเอียดมาก

แต่ละระดับมีแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ซึ่งหมอจะอธิบายในส่วนถัดไป

กลุ่มที่เสี่ยงต่อกระดูกส้นเท้าหักจากแรงกระแทกสูง ได้แก่

• ผู้ที่ทำงานในที่สูง เช่น ช่างก่อสร้าง ช่างซ่อมหลังคา ช่างไฟฟ้า — กลุ่มนี้พบบ่อยที่สุด • นักกีฬาที่มีการกระโดดสูงหรือลงจากที่สูง เช่น ปาร์กัวร์ บาสเกตบอล • ผู้ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยเฉพาะการชนแบบมีแรงกดที่เท้า • ผู้ที่มีภาวะกระดูกบางหรือกระดูกพรุน เพราะกระดูกรับแรงได้น้อยลง • ผู้ที่หกล้มในลักษณะที่ส้นเท้าลงพื้นก่อน

เมื่อมาถึงโรงพยาบาลด้วยอาการส้นเท้าบวมและเจ็บรุนแรงหลังตกจากที่สูง แพทย์จะดำเนินการตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. ซักประวัติ — ตกจากความสูงเท่าไร ลงน้ำหนักที่ส้นเท้าตรงๆ หรือเปล่า มีอาการเจ็บหลังหรือไม่ เพราะการบาดเจ็บแบบนี้อาจมีกระดูกสันหลังหักร่วมด้วยได้ในบางราย

  2. ตรวจร่างกาย — ดูรูปร่างส้นเท้า บวมหรือผิดรูปไหม กดเจ็บตรงไหน เส้นเลือดและเส้นประสาทบริเวณเท้าทำงานปกติหรือเปล่า

  3. เอกซเรย์ธรรมดา — ดูภาพรวมของกระดูก ว่าแตกหรือเปล่า และกระดูกแบนลงหรือไม่

  4. ซีทีสแกน — สำคัญที่สุด ดูรายละเอียดของรอยแตก ว่าแตกกี่ชิ้น เข้าไปถึงข้อไหม เพื่อวางแผนการรักษา

แนวทางการรักษากระดูกส้นเท้าหักขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรง ซึ่งหมอตัดสินใจจากภาพซีทีสแกน

ระดับ 1 — ไม่ต้องผ่าตัด

ถ้ากระดูกแตกแต่ยังอยู่ในตำแหน่งดี ไม่มีการเคลื่อน แพทย์จะรักษาแบบไม่ผ่าตัด ได้แก่ พักเท้า ห้ามลงน้ำหนัก ใส่เฝือกหรืออุปกรณ์พยุงเท้า ยกขาสูง และทำกายภาพบำบัดหลังจากกระดูกเริ่มติดกัน

ระดับ 2 และ 3 — มักต้องผ่าตัด

เมื่อกระดูกแตกและเคลื่อนออกจากตำแหน่งเข้าไปในข้อ หมอส่วนใหญ่แนะนำการผ่าตัดจัดกระดูกกลับที่และยึดด้วยแผ่นโลหะหรือสกรู เพื่อให้ผิวข้อกลับมาเรียบ ลดโอกาสที่ข้อจะเสื่อมในภายหลัง

ระดับ 4 — กระดูกแตกละเอียด ต้องพิจารณาเชื่อมข้อ

เมื่อกระดูกแตกละเอียดมากจนไม่สามารถจัดกลับได้อย่างดี แพทย์อาจพิจารณาการเชื่อมข้อกระดูกส้นเท้า (primary fusion) ซึ่งช่วยลดความเจ็บปวดในระยะยาวและช่วยให้กลับมาทำงานได้เร็วขึ้นในหลายราย

ทำไมต้องรอก่อนผ่าตัด — เรื่องของ "สัญญาณหนังย่น"

เมื่อกระดูกหัก ส้นเท้าจะบวมอย่างรุนแรงในทันที ผิวหนังตึงมาก ถ้าผ่าตัดในช่วงนี้ แผลมีโอกาสแตกออกหรือติดเชื้อสูงมาก เพราะผิวหนังที่ตึงจะไม่สามารถรับรอยเย็บได้ดี

หมอจะรอจนกว่าจะเห็น "สัญญาณหนังย่น" — คือเมื่อบีบผิวหนังเบาๆ ที่ส้นเท้า แล้วหนังเกิดรอยย่นขึ้นมา แสดงว่าบวมลดลงพอแล้ว โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 7-14 วันหลังจากได้รับบาดเจ็บ

วิธีผ่าตัด — เลือกแบบใดให้เหมาะกับแต่ละคน

ปัจจุบันมีวิธีผ่าตัดหลักสองแบบ วิธีเปิดแผลใหญ่ที่ด้านข้างส้นเท้าช่วยให้หมอมองเห็นกระดูกได้ชัดเจน แต่มีโอกาสเกิดปัญหาแผลสูงกว่า วิธีเปิดแผลเล็กบริเวณข้างเท้ามีโอกาสเกิดปัญหาแผลน้อยกว่า และผลลัพธ์โดยรวมใกล้เคียงกัน แพทย์จะเลือกวิธีที่เหมาะสมกับสภาพผิวหนัง สุขภาพ และลักษณะกระดูกของแต่ละคน

ผู้ที่เป็นเบาหวาน สูบบุหรี่ หรือมีปัญหาเส้นเลือด แพทย์มักเลือกวิธีแผลเล็กเพื่อลดความเสี่ยง

การฟื้นตัวจากกระดูกส้นเท้าหักต้องใช้เวลาและความอดทน แต่หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

โดยทั่วไป หลังผ่าตัดจะยังลงน้ำหนักไม่ได้ในช่วง 6-8 สัปดาห์แรก จากนั้นค่อยๆ ฝึกลงน้ำหนักบางส่วน และลงน้ำหนักเต็มที่ได้ในช่วงเดือนที่ 3-4 การกลับไปทำงานขึ้นอยู่กับลักษณะงาน งานที่ไม่ต้องยืนหรือเดินมากอาจกลับได้เร็วกว่างานที่ต้องแบกของหนักหรือทำในที่สูง

ในระยะยาว บางคนอาจมีอาการปวดหรือข้อเท้าแข็งเล็กน้อย โดยเฉพาะถ้ากระดูกแตกเข้าไปในข้อมาก แต่ในหลายรายอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญหลังการรักษาที่ถูกต้อง

ถ้าปล่อยกระดูกส้นเท้าหักที่เคลื่อนออกไว้โดยไม่รักษา อาจเกิดผลตามมาที่ส่งผลต่อการใช้ชีวิตระยะยาว

• ข้อเสื่อมเร็ว เพราะผิวข้อที่ขรุขระจะเสียดสีกันทุกครั้งที่ขยับ ทำให้ปวดเรื้อรัง • ส้นเท้ากว้างและแบนผิดรูป เดินลำบาก ใส่รองเท้าไม่ได้ • ปวดเรื้อรังที่รักษายากในระยะยาว กระทบต่อการทำงานและคุณภาพชีวิต • อาจต้องผ่าตัดเชื่อมข้อในภายหลัง ซึ่งยุ่งยากและใช้เวลาฟื้นตัวมากกว่าการรักษาตั้งแต่แรก

สำหรับผู้ที่ทำงานหรือใช้ชีวิตในพื้นที่เสี่ยง สามารถลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บนี้ได้ด้วยวิธีเหล่านี้

• ใส่รองเท้านิรภัยที่มีส่วนป้องกันส้นเท้าเสมอเมื่อทำงานในที่สูง • ตรวจสอบนั่งร้านและอุปกรณ์ก่อนใช้งาน ไม่ทำงานในที่สูงคนเดียว • ใส่สายรัดนิรภัยเมื่อทำงานในที่สูงเกิน 2 เมตร • ถ้ามีภาวะกระดูกพรุน รักษาและป้องกันการหกล้มที่บ้าน เช่น ราวจับในห้องน้ำ • ระมัดระวังพื้นที่ลื่นและสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการตก

ถาม: กระดูกส้นเท้าหักทุกรายต้องผ่าตัดไหม? ตอบ: ไม่เสมอไปครับ ถ้ากระดูกแตกแต่ไม่เคลื่อน อาจรักษาโดยไม่ผ่าตัดได้ด้วยการพักเท้าและใส่เฝือก แต่ถ้ากระดูกเคลื่อนเข้าไปในข้อ หมอมักแนะนำผ่าตัดเพื่อจัดกระดูกกลับที่ และลดโอกาสที่ข้อจะเสื่อมในระยะยาว

ถาม: ทำไมต้องรอหลายวันก่อนผ่าตัด? ตอบ: เพราะส้นเท้าบวมมากในช่วงแรก ถ้าผ่าตัดทันทีเมื่อบวมอยู่ แผลมีโอกาสแตกและติดเชื้อสูงมากครับ หมอจะรอให้บวมลดลงพอสมควรโดยดูสัญญาณที่ผิวหนัง ซึ่งมักใช้เวลา 7-14 วัน

ถาม: หลังผ่าตัดจะกลับมาเดินได้ปกติไหม? ตอบ: ในหลายรายอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญครับ แต่ระยะเวลาและระดับการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับความรุนแรงของกระดูกที่หัก วิธีรักษาที่เหมาะสม และการทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ

ถาม: มีโลหะในร่างกายหลังผ่าตัดต้องเอาออกไหม? ตอบ: ขึ้นอยู่กับกรณีครับ โลหะบางชนิดสามารถคงอยู่ได้ตลอดชีวิต แต่บางรายแพทย์อาจพิจารณาถอดออกหลังกระดูกติดสนิทแล้ว ซึ่งมักเป็นหลังจาก 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละบุคคล

ถาม: กระดูกส้นเท้าหักมีโอกาสกลับมาทำงานก่อสร้างได้ไหม? ตอบ: ในหลายรายสามารถกลับมาทำงานได้ครับ แต่ต้องใช้เวลาฟื้นตัวและทำกายภาพบำบัดอย่างสม่ำเสมอ ระยะเวลาและความสามารถในการกลับมาทำงานขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ควรพูดคุยกับแพทย์เพื่อวางแผนการฟื้นตัวที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ถ้ามีคนในครอบครัว เพื่อน หรือเพื่อนร่วมงานที่ทำงานในที่สูงหรือเพิ่งประสบอุบัติเหตุแบบนี้ ส่งบทความนี้ให้เขาอ่านได้เลยครับ

สิ่งสำคัญที่ควรจำ

• กระดูกส้นเท้าหักจากแรงกระแทกสูงเป็นการบาดเจ็บที่รุนแรง ต้องได้รับการตรวจด้วยซีทีสแกนเสมอ • ระดับความรุนแรงของกระดูกที่แตกกำหนดแนวทางรักษา — ระดับ 1 ไม่ผ่าตัด ระดับ 2-3 มักต้องผ่าตัด ระดับ 4 พิจารณาเชื่อมข้อ • "สัญญาณหนังย่น" คือสัญญาณที่หมอรอก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงปัญหาแผล • การรักษาที่ถูกต้องและตรงเวลามีผลต่อการฟื้นตัวในระยะยาวอย่างมาก • การทำกายภาพบำบัดหลังการรักษาเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กลับมาเดินและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ

ความเจ็บปวดจากกระดูกส้นเท้าหักอาจดูน่ากลัว แต่ด้วยการวินิจฉัยที่ถูกต้องและการรักษาที่เหมาะสม หลายคนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ดีขึ้นอย่างมากครับ


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกระดูกส้นเท้าหัก ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666



เอกสารอ้างอิง

  1. Zhang, et al. Fracture mapping of intra-articular calcaneal fractures. (2023). Int Orthop. PMID: 36333569. DOI: 10.1007/s00264-022-05622-8

2 Shi, et al. 3D mapping of intra-articular calcaneal fractures. (2023). Sci Rep. PMID: 37258588. DOI: 10.1038/s41598-023-34711-w

3 Welck, et al. Stress fractures of the foot and ankle. (2017). Injury. PMID: 26412591. DOI: 10.1016/j.injury.2015.06.015

#กระดูกส้นเท้าหัก #กระดูกหัก #ออร์โธปิดิกส์ #หมอเก่ง #ปวดเท้า #กระดูกและข้อ #อุบัติเหตุ #ฟื้นตัว #ธนินนิตย์คลินิก #calcaneus #กระดูกเท้า