เรื่องที่หลายคนยังไม่รู้ก่อนวันผ่าตัดข้อเข่าเทียม
คนไข้สองคนผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าในสัปดาห์เดียวกัน แต่ข้อเข่าเทียมที่ได้รับ ไม่ใช่ชนิดเดียวกัน
ทำไมคนไข้สองคนผ่าตัดข้อเข่าเทียม แต่ได้รับอุปกรณ์คนละชนิด?
ผู้หญิงวัย 63 ปีคนหนึ่งโทรมาถามผมหลังได้คุยกับเพื่อนที่ผ่าตัดข้อเข่าเทียมมาก่อนเธอ
"หมอคะ ทำไมเพื่อนหนูได้ข้อเข่าเทียมชนิดหนึ่ง แต่หมอบอกว่าหนูจะได้อีกชนิด แบบนี้แปลว่าของหนูดีกว่าหรือด้อยกว่าไหมคะ?"
คำถามนั้นทำให้ผมตระหนักว่า มีเรื่องสำคัญที่คนไข้ควรรู้ก่อนเข้าห้องผ่าตัด
ข้อเข่าเทียมในปัจจุบันไม่ได้มีแบบเดียว และแพทย์ไม่ได้เลือกแบบสุ่ม ทุกการตัดสินใจมีเหตุผลทางการแพทย์ที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับสภาพข้อเข่าของแต่ละคนโดยเฉพาะ
ข้อเข่าเทียมคืออะไร และทำงานอย่างไร
ลองนึกภาพข้อเข่าเป็นบานพับของประตูที่มีผ้าบุอยู่ด้านใน ผ้าบุนั้นคือกระดูกอ่อนที่ช่วยรองรับแรง เมื่อกระดูกอ่อนสึกหรอจนหมด กระดูกชนกระดูกโดยตรง นั่นคือสาเหตุหลักของอาการปวดรุนแรงและเดินไม่ไหว
ข้อเข่าเทียมถูกออกแบบมาเพื่อ "ครอบผิวใหม่" ให้กับกระดูกต้นขาและกระดูกหน้าแข้ง เหมือนการครอบฟันที่ทันตแพทย์ทำ ไม่ใช่การเปลี่ยนข้อเข่าทั้งหมด แต่เป็นการแทนที่ผิวที่สึกหรอ
แต่เพราะโครงสร้างข้อเข่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทั้งเส้นเอ็น ความโก่งงอ ขนาดกระดูก และโรคประจำตัว ทำให้ต้องมีข้อเข่าเทียมหลายแบบเพื่อตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกัน
ข้อเข่าเทียมมีกี่ชนิด?
แบ่งออกได้เป็น 2 มิติหลัก
มิติแรก — เส้นเอ็นไขว้หลัง (เส้นเอ็นที่อยู่ภายในข้อเข่า ช่วยให้เข่าเคลื่อนไหวตามธรรมชาติ)
ชนิดที่หนึ่ง คือ "CR" หรือแบบอนุรักษ์เส้นเอ็น (Cruciate Retaining) คงเส้นเอ็นเดิมไว้ เลียนแบบการทำงานของข้อเข่าธรรมชาติมากที่สุด เหมาะเมื่อเส้นเอ็นยังแข็งแรงและข้อเข่าไม่ผิดรูปมาก
ชนิดที่สอง คือ "PS" หรือแบบมีกลไกรองรับ (Posterior Stabilized) ตัดเส้นเอ็นออกแล้วใช้กลไกพิเศษของอุปกรณ์ทำหน้าที่แทน เหมาะเมื่อเส้นเอ็นอ่อนแอหรือข้อเข่าโก่งงอมากจนต้องแก้ไขเพิ่มเติม
มิติที่สอง — การเคลื่อนที่ของส่วนรองรับน้ำหนัก
"Fixed Bearing" หรือแบบฐานนิ่ง ส่วนพลาสติกที่รับน้ำหนักระหว่างกระดูกทั้งสองชิ้นติดอยู่กับที่ ทนทาน เชื่อถือได้ มีข้อมูลระยะยาวยืนยันความปลอดภัย เป็นแบบมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในโลก
"Mobile Bearing" หรือแบบฐานหมุนได้ ส่วนพลาสติกสามารถหมุนได้เล็กน้อยเพื่อรองรับการบิดตัวของข้อเข่า ใช้ในบางกรณีที่แพทย์พิจารณาว่าเหมาะสม
ทำมาจากอะไร
ข้อเข่าเทียมในปัจจุบันทำมาจากวัสดุหลัก 3 ชนิด
โลหะผสมโคบอลต์-โครเมียม (cobalt-chromium alloy) ใช้ทำส่วนที่ครอบกระดูกต้นขา แข็งแกร่ง ทนการสึกกร่อนได้ดี
โลหะไทเทเนียม (titanium) ใช้ทำฐานที่ยึดกับกระดูกหน้าแข้ง มีคุณสมบัติเข้ากันได้ดีกับกระดูกธรรมชาติ
พลาสติกโพลีเอทิลีนแรงดึงสูง หรือ UHMWPE (ultra-high-molecular-weight polyethylene) ใช้ทำส่วนที่รับน้ำหนักระหว่างโลหะทั้งสองชิ้น ช่วยให้การเคลื่อนไหวลื่นไหล
อุปกรณ์ทุกชนิดต้องผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA ของสหรัฐอเมริกา และ CE marking ของยุโรป ก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย
แพทย์พิจารณาอะไรก่อนเลือก
• สภาพเส้นเอ็นไขว้หลัง — ถ้ายังแข็งแรงดี CR มักเป็นตัวเลือกแรก ถ้าอ่อนแอหรือเสียหาย PS คือคำตอบที่ถูกต้อง
• ความโก่งงอหรือผิดรูปของข้อเข่า — ข้อเข่าที่โก่งมากหรือผิดรูปรุนแรง PS ช่วยปรับสมดุลได้ดีกว่า
• อายุและระดับกิจกรรม — ผู้ป่วยที่ยังต้องการใช้งานหนักอาจได้ประโยชน์จาก CR เพราะให้ความรู้สึกที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากกว่า
• โรคประจำตัวและประวัติผ่าตัด — โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือเคยผ่าตัดเข่ามาก่อน มักต้องการ PS
• โครงสร้างและขนาดกระดูก — ต้องพอดีกับขนาดกระดูกจริงของแต่ละคน
ขั้นตอนการประเมินก่อนผ่าตัด
การเลือกชนิดข้อเข่าเทียมเริ่มจากการซักประวัติระดับกิจกรรม โรคประจำตัว และประวัติการผ่าตัด จากนั้นตรวจร่างกายเพื่อประเมินความแข็งแรงของเส้นเอ็นและระดับการผิดรูป
เอกซเรย์แบบยืนรับน้ำหนักจริงช่วยให้เห็นระดับการสึกหรอและความผิดรูปของแนวข้อ ในบางกรณีอาจต้องทำ MRI เพิ่มเติมเพื่อดูสภาพเนื้อเยื่อรอบข้อก่อนวางแผนผ่าตัด
ทั้งหมดนี้ช่วยให้แพทย์เลือกชนิดที่เหมาะกับคุณที่สุดก่อนวันผ่าตัด
ผลการรักษา
ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่มีอายุการใช้งานที่ยืนยาว งานวิจัยระดับนานาชาติพบว่ามีอัตรารอดถึงประมาณ 82% ที่ 25 ปี หมายความว่าส่วนใหญ่ใช้ได้นานกว่า 20 ปี
ปัจจัยที่ช่วยให้ข้อเข่าเทียมทนทานขึ้น ได้แก่ การดูแลน้ำหนักตัว ทำกายภาพบำบัดหลังผ่าตัดสม่ำเสมอ และหลีกเลี่ยงกีฬาที่กระแทกรุนแรง
CR และ PS ต่างมีผลลัพธ์โดยรวมที่ดีเมื่อเลือกให้ถูกกับสภาพข้อเข่า งานวิจัยพบว่า PS ให้มุมงอเข่าได้ดีกว่าเล็กน้อย ขณะที่ CR อาจมีความทนทานระยะยาวที่ดีกว่าในบางกลุ่มผู้ป่วย
ถ้าปล่อยไว้ไม่รักษา
เมื่อข้อเข่าเสื่อมถึงระดับที่จำเป็นต้องผ่าตัดแต่ชะลอการรักษาออกไป กระดูกและโครงสร้างรอบข้อจะเสียหายมากขึ้น ทำให้การผ่าตัดในอนาคตซับซ้อนและเสี่ยงมากขึ้น กล้ามเนื้อรอบเข่าที่อ่อนแรงลงยังส่งผลให้ฟื้นตัวหลังผ่าตัดช้าลงด้วย
การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด
• ดูแลน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม น้ำหนักมากกระทบโดยตรงต่ออายุการใช้งาน
• ทำกายภาพบำบัดก่อนและหลังผ่าตัดตามที่นักกายภาพแนะนำ
• หลีกเลี่ยงการยกของหนักและกีฬาที่กระแทกรุนแรง
• ติดตามนัดหมอตามกำหนดทุกปีเพื่อตรวจความสมบูรณ์ของข้อเข่าเทียม
• แจ้งแพทย์ทุกคนรวมถึงทันตแพทย์ว่ามีข้อเข่าเทียม เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากแบคทีเรีย
คำถามที่หลายคนสงสัย
ถาม: ข้อเข่าเทียมแบบ CR กับ PS อย่างไหนดีกว่ากัน?
ตอบ: ไม่มีแบบไหนดีกว่าโดยสมบูรณ์ ทั้งสองมีข้อดีคนละด้าน CR ให้ความรู้สึกใกล้เคียงธรรมชาติและอาจทนทานกว่าในระยะยาว แต่ใช้ได้เฉพาะเมื่อเส้นเอ็นยังแข็งแรง ส่วน PS เหมาะเมื่อข้อเข่าผิดรูปมากหรือเส้นเอ็นอ่อนแอ สิ่งสำคัญคือแพทย์เลือกให้ตามสภาพจริงของข้อเข่าคุณ ไม่ใช่ตามความชอบส่วนตัว
ถาม: ข้อเข่าเทียมอายุการใช้งานเฉลี่ยนานแค่ไหน?
ตอบ: จากข้อมูลงานวิจัยระดับนานาชาติ ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่มีอัตรารอดประมาณ 82% ที่ 25 ปี ในหลายกรณีอาจใช้ได้นานกว่านั้น ขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเอง น้ำหนักตัว และระดับกิจกรรม
ถาม: ข้อเข่าเทียมทำมาจากอะไร ปลอดภัยไหม?
ตอบ: ทำมาจากโลหะผสมโคบอลต์-โครเมียมและพลาสติกโพลีเอทิลีนชนิดพิเศษที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน FDA และ CE marking อุปกรณ์เหล่านี้ผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวดก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วย
ถาม: แพทย์จะเลือกชนิดข้อเข่าเทียมให้ก่อนหรือระหว่างผ่าตัด?
ตอบ: แพทย์วางแผนชนิดที่เหมาะสมล่วงหน้าจากการตรวจก่อนผ่าตัด แต่ในบางกรณีอาจปรับแผนระหว่างผ่าตัดหากพบสภาพข้อเข่าที่แตกต่างจากที่คาด การสื่อสารกับแพทย์ก่อนวันผ่าตัดจึงสำคัญมาก
ถาม: Fixed Bearing กับ Mobile Bearing ต่างกันอย่างไร และอย่างไหนดีกว่า?
ตอบ: Fixed Bearing คือมาตรฐานที่มีข้อมูลระยะยาวยืนยันความปลอดภัยมากกว่า ส่วน Mobile Bearing มีส่วนพลาสติกที่หมุนได้เล็กน้อย งานวิจัยระดับสูงสุดพบว่าทั้งสองให้ผลลัพธ์ที่ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในด้านอายุการใช้งาน แพทย์จะเลือกตามความเหมาะสมของแต่ละเคส
ถ้ามีคนในครอบครัวหรือเพื่อนที่กำลังเตรียมผ่าตัดข้อเข่าเทียมอยู่ ลองส่งบทความนี้ให้อ่านดูครับ อาจช่วยให้เขามีคำถามที่ดีขึ้นสำหรับแพทย์ก่อนวันผ่าตัด
สิ่งสำคัญที่ควรจำ
• ข้อเข่าเทียมมีหลายชนิด CR (อนุรักษ์เส้นเอ็น) และ PS (มีกลไกรองรับ) ต่างมีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน ไม่มีชนิดไหนดีกว่าโดยสมบูรณ์
• Fixed Bearing คือมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุดในโลก Mobile Bearing ใช้ในกรณีที่เหมาะสม ผลลัพธ์ไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
• แพทย์เลือกชนิดข้อเข่าเทียมจากสภาพเส้นเอ็น ความผิดรูป อายุ และกิจกรรมของคุณ ไม่ได้สุ่มเลือก
• ข้อเข่าเทียมสมัยใหม่มีอายุการใช้งานเฉลี่ยยาวกว่า 20 ปีในหลายกรณี
• การดูแลหลังผ่าตัดและน้ำหนักตัวมีผลโดยตรงต่ออายุการใช้งานของข้อเข่าเทียม
คุณไม่ได้เลือกข้อเข่าเทียมแบบเดียวกับคนอื่น เพราะคุณไม่ใช่คนเดียวกัน และนั่นคือสิ่งที่ทำให้การแพทย์สมัยใหม่น่าไว้วางใจ ขั้นตอนสำคัญที่สุดคือการปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนที่เหมาะกับตัวคุณโดยเฉพาะ
บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับชนิดของข้อเข่าเทียม ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ
ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng
เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666
📖 อ่านคู่มือโรคฉบับเต็มได้ที่ ทำไมคนไข้สองคนผ่าตัดข้อเข่าเทียม แต่ได้รับอุปกรณ์คนละชนิด?

