"ตื่นนอนตอนเช้า ก้าวเท้าลงพื้นก้าวแรกแล้วเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าเหมือนโดนเข็มตำ... ถ้าคุณเป็นแบบนี้ อย่าเพิ่งคิดว่าเป็นเพราะกระดูกงอกหรืออาการชราที่รักษาไม่ได้"
"หมอครับ... เมื่อก่อนผมเดินไปไหนมาไหนสบายมาก แต่เดี๋ยวนี้พอตื่นเช้ามาแค่ก้าวลงจากเตียงก้าวแรก มันเจ็บแหลมขึ้นมาที่ส้นเท้าจนต้องเดินกะเผลกเลยครับ"
นี่คือคำบอกเล่าของ 'คุณลุงสมชาย' (นามสมมติ) ชายไทยวัย 65 ปี อดีตข้าราชการที่ชอบเดินออกกำลังกายในสวนสาธารณะ คุณลุงเล่าว่าอาการนี้แปลกมาก เพราะพอเดินไปสักพักกลับรู้สึกดีขึ้น แต่ถ้าเผลอไปนั่งพักนานๆ แล้วลุกขึ้นเดินใหม่ อาการเจ็บจี๊ดที่ส้นเท้าก็จะกลับมาทักทายอีกครั้ง จนคุณลุงเริ่มกังวลว่า "ผมจะเป็นมะเร็งกระดูก หรือต้องผ่าตัดเท้าไหมหมอ?"
ความจริงที่คนวัยเก๋าต้องรู้: ปวดส้นเท้าแบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว
อาการที่คุณลุงสมชายเป็น ภาษาชาวบ้านเราเรียกว่า "โรครองช้ำ" หรือ "เอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบ" ครับ ไม่ใช่มะเร็งและไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
ลองจินตนาการดูนะครับว่า ใต้ฝ่าเท้าของเราจะมีพังผืดผืนใหญ่ที่ขึงตึงเหมือน "สายธนู" ทำหน้าที่ช่วยพยุงอุ้งเท้าและรองรับแรงกระแทกเวลาเราเดิน พอเราใช้งานมานานกว่า 60 ปี หรือมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น พังผืดนี้ก็เริ่มมีการฉีกขาดเล็กๆ และเกิดการอักเสบสะสม จนสุดท้ายมันหนาตัวขึ้นและยืดหยุ่นน้อยลง พอเราพักเท้า (ตอนนอน) พังผืดจะหดตัวสั้นลง พอก้าวเท้าก้าวแรกในตอนเช้า พังผืดที่หดอยู่นั้นถูกยืดออกทันที จึงเกิดอาการ "เจ็บจี๊ด" อย่างที่หลายคนเจอนั่นเองครับ
เจาะลึก... ทำไมชายวัย 65 ถึงเป็นกันเยอะ?
-
ความเสื่อมตามวัย: พังผืดใต้ฝ่าเท้าผ่านการใช้งานมานาน และไขมันที่ช่วยรองรับส้นเท้าเริ่มบางลง
-
น้ำหนักตัว: แม้จะเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่เท้าต้องรับแรงกระแทกมหาศาลในทุกก้าว
-
โครงสร้างเท้า: คนที่มีเท้าแบนหรือเท้าโก่งเกินไป จะทำให้พังผืดทำงานหนักกว่าปกติ
-
รองเท้าที่ไม่เหมาะสม: การใส่รองเท้าพื้นแข็งเกินไป หรือรองเท้าที่ไม่มีตัวรองรับอุ้งเท้า
-
พฤติกรรม: การยืนหรือเดินบนพื้นแข็งนานๆ ต่อเนื่องกัน
ขั้นตอนการตรวจ: ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด
เวลามาพบหมอ เราจะเริ่มจากขั้นตอนที่เข้าใจง่ายที่สุดครับ:
-
การตรวจร่างกาย: หมอจะใช้นิ้วกดบริเวณกึ่งกลางส้นเท้าด้านใน ถ้าคุณสะดุ้งหรือรู้สึกเจ็บแปลบชัดเจน นั่นคือสัญญาณหลักของโรครองช้ำ
-
การเช็กความตึงของเอ็นร้อยหวาย: บ่อยครั้งที่โรครองช้ำเกิดจาก "เอ็นร้อยหวายตึง" ซึ่งดึงรั้งพังผืดใต้ฝ่าเท้าให้อักเสบตามไปด้วย
-
การเอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามี "หินปูน" หรือกระดูกงอกที่ส้นเท้าหรือไม่ (ซึ่งจริงๆ แล้วหินปูนไม่ใช่สาเหตุหลักที่ทำให้ปวด แต่เป็นตัวบอกว่าพังผืดมีการดึงรั้งมานาน)
-
อัลตราซาวด์ (Ultrasound): วิธีนี้ดีมากครับ หมอจะส่องเห็นเลยว่าพังผืดใต้เท้าหนากว่าปกติไหม มีการฉีกขาดหรือมีน้ำอักเสบขังอยู่หรือไม่ โดยไม่ต้องเจ็บตัว
แนวทางการรักษา: ตั้งแต่ดูแลตัวเองจนถึงนวัตกรรมใหม่
สำหรับเคสคุณลุงสมชาย หมอเริ่มจากการรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งได้ผลดีถึง 90% ของคนไข้ทั้งหมดครับ:
-
การยืดเหยียด (Stretching): นี่คือหัวใจสำคัญ! หมอจะสอนให้ยืดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวายทุกเช้าก่อนก้าวลงจากเตียง
-
ปรับรองเท้า: ใส่รองเท้าที่มีส้นนุ่มและมีตัวหนุนอุ้งเท้า (Arch Support) เพื่อกระจายน้ำหนัก
-
การฉีดยาด้วยอัลตราซาวด์นำทาง: หากปวดรุนแรง หมออาจพิจารณาฉีดยาลดอักเสบเฉพาะจุด โดยใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยระบุตำแหน่งที่แม่นยำ เพื่อความปลอดภัยและลดโอกาสผลข้างเคียง
พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?
โรครองช้ำ "รักษาให้หายได้" ครับ แต่ต้องใช้เวลาและความใจเย็น ส่วนใหญ่จะดีขึ้นชัดเจนใน 4-8 สัปดาห์ โอกาสกลับมาเป็นซ้ำเกิดขึ้นได้ถ้าเรากลับไปใส่รองเท้าแบนๆ แข็งๆ หรือเดินเท้าเปล่าบนพื้นปูนบ่อยๆ
ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง:
- หากทิ้งไว้นาน ความเจ็บปวดจะทำให้เราเดินผิดท่า ส่งผลให้ปวดเข่า ปวดสะโพก และปวดหลังตามมาเป็นโดมิโน่
สรุป
ปวดส้นเท้าในวัย 65 ปี ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนครับ แค่รู้จักวิธี "ยืด" ให้ถูกท่า "ใส่" รองเท้าให้ถูกแบบ และรักษาให้ถูกจุด คุณลุงคุณป้าก็สามารถกลับมาเดินออกกำลังกาย หรือไปเที่ยวกับลูกหลานได้อย่างมีความสุขโดยไม่ต้องพึ่งไม้เท้าครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ปวดส้นเท้า #รองช้ำ #รองช้ำในผู้สูงอายุ #PlantarFasciitis #หมอเก่ง #เอ็นฝ่าเท้าอักเสบ #เจ็บส้นเท้า #ShockwaveTherapy #สุขภาพเท้า #กระดูกและข้อ
References:
-
Morrissey D, et al. Plantar heel pain and plantar fasciitis: Updated clinical practice guidelines. JOSPT. 2024. (สรุป: แนวทางการรักษาล่าสุดที่เน้นการยืดเหยียดและการใช้คลื่นกระแทก Shockwave เป็นทางเลือกหลักที่ได้ผลดี)
-
Trojan J, et al. Ultrasound imaging in the diagnosis and management of plantar fasciitis. Skeletal Radiology. 2023. (สรุป: การใช้อัลตราซาวด์ช่วยให้วินิจฉัยความหนาของพังผืดได้แม่นยำและช่วยนำทางในการรักษาได้ปลอดภัยมากขึ้น)
-
Schuitema D, et al. Effectiveness of mechanical treatment for plantar fasciitis: A systematic review. Foot and Ankle Surgery. 2022. (สรุป: การใช้แผ่นรองรองเท้าที่เหมาะสม (Orthotics) ช่วยลดแรงกดที่ส้นเท้าและลดอาการปวดได้อย่างมีนัยสำคัญ)
-
Lim AT, et al. Management of plantar fasciitis in the elderly population. Australian Family Physician. 2021. (สรุป: แนวทางการดูแลผู้สูงอายุที่มีภาวะรองช้ำ โดยเน้นความปลอดภัยและลดปัจจัยเสี่ยงจากการหกล้ม)
-
Goff JD, et al. Diagnosis and treatment of plantar fasciitis. American Family Physician. 2023. (สรุป: รวบรวมวิธีการตรวจร่างกายและการแยกแยะโรคปวดเท้าที่พบบ่อยในเวชปฏิบัติทั่วไป)
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการเจ็บส้นเท้าตอนเช้าแบบนี้เป็นเพราะกระดูกงอกจริงๆ ใช่ไหมคะ?
A: ไม่เสมอไปค่ะ อาการนี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากเอ็นใต้ฝ่าเท้าอักเสบ ซึ่งไม่ใช่กระดูกงอกเสมอไป
Q: ถ้าเป็นแบบนี้ต้องผ่าตัดเท้าเลยไหมคะ?
A: ในหลายกรณี การรักษาโดยไม่ต้องผ่าตัดก็สามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ค่ะ
Q: มีวิธีดูแลตัวเองที่บ้านได้ไหมคะ?
A: การยืดเหยียดพังผืดใต้ฝ่าเท้าและเอ็นร้อยหวายอย่างสม่ำเสมอ อาจช่วยบรรเทาอาการได้ค่ะ
Q: ใส่รองเท้าแบบไหนถึงจะดีคะ?
A: การเลือกรองเท้าที่มีส้นนุ่มและมีตัวรองรับอุ้งเท้า จะช่วยกระจายน้ำหนักและลดแรงกระแทกได้ค่ะ
Q: อาการนี้จะหายขาดเลยไหมคะ?
A: ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยค่ะ การรักษาที่เหมาะสมและการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง อาจช่วยให้อาการดีขึ้นและลดโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ
เอกสารอ้างอิง
[1] Koc TA Jr, et al. Heel Pain - Plantar Fasciitis: Revision 2023. The Journal of Orthopaedic and Sports Physical Therapy. 2023. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/38037331/
[2] Goff JD, Crawford R. Diagnosis and treatment of plantar fasciitis. American Family Physician. 2011. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/21916393/
[3] Nweke TC. Comprehensive Review and Evidence-Based Treatment Framework for Optimizing Plantar Fasciitis Diagnosis and Management. Cureus. 2025. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/40717873/

