ตาตุ่มบวมกดนุ่ม อาจเป็น “Malleolus Bursitis” หรือถุงน้ำอักเสบที่ข้อเท้า — สาเหตุ อาการ และวิธีรักษาที่ถูกต้อง
หลายคนพบว่าตรงบริเวณ “ตาตุ่ม” มีอาการบวม กดแล้วนุ่ม คล้ายมีน้ำอยู่ข้างใน ไม่ค่อยเจ็บมาก แต่รู้สึกเกะกะ ใส่รองเท้าแล้วเสียดสีง่าย บางครั้งปวดเวลายืนหรือเดินนาน จนกังวลว่าเป็นกระดูกผิดรูปหรือเป็นโรคร้ายอะไรหรือไม่
ความจริงแล้วอาการแบบนี้เข้ากับภาวะที่เรียกว่า Malleolus bursitis หรือ “ถุงน้ำบริเวณตาตุ่มอักเสบ” ซึ่งพบได้บ่อยในคนที่มีการกด–เสียดสีซ้ำ ๆ ที่ข้อเท้า หรือใส่รองเท้าที่บีบตาตุ่มเป็นประจำ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุ อาการ วิธีดูแล และสถานการณ์ที่ควรไปพบแพทย์ครับ
Malleolus Bursitis คืออะไร
บริเวณรอบตาตุ่มของเรา (malleolus) มี “ถุงน้ำเล็ก ๆ” ที่เรียกว่า bursa ทำหน้าที่ลดแรงเสียดทานระหว่างกระดูก เส้นเอ็น และผิวหนัง
เมื่อถุงน้ำนี้ถูกกดหรือเสียดสีซ้ำ ๆ จะเกิดการอักเสบ มีน้ำเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดก้อนบวมกดนุ่ม ๆ อยู่ด้านข้างข้อเท้า
อาการมักไม่ได้รุนแรง แต่ถ้าปล่อยไว้นานอาจปวด เดินลำบาก หรือเสี่ยงติดเชื้อได้
อาการที่พบบ่อย
-
บวมคล้ายก้อนน้ำบริเวณตาตุ่มด้านนอกหรือด้านใน
-
กดนุ่ม คล้ายถุงน้ำ หรือมีความรู้สึกเหมือนเจลนิ่ม ๆ อยู่ใต้ผิว
-
อาจเจ็บเวลาใส่รองเท้าหรือเดินนาน ๆ
-
ผิวหนังอาจแดงอุ่นเล็กน้อยถ้ามีการอักเสบมาก
-
มักเคลื่อนไหวข้อเท้าได้ปกติ ไม่ค่อยมีปวดแหลมเหมือนข้อแพลง
อาการเหล่านี้มักไม่อันตราย แต่ควรหาสาเหตุเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
สาเหตุที่ทำให้เกิดตาตุ่มบวมแบบนี้
1) การเสียดสีซ้ำ ๆ (พบมากที่สุด)
ใส่รองเท้าบีบตาตุ่ม รองเท้าแข็ง รองเท้ากีฬาที่ขูดกับตาตุ่ม หรือใส่รองเท้าส้นแข็งนาน ๆ
2) การกระแทกหรือบาดเจ็บเล็กน้อย
เช่น ข้อเท้าชนโต๊ะ ข้อเท้าพลิก ทำให้ถุงน้ำระคายและบวมขึ้น
3) การลงน้ำหนักผิดปกติ
ผู้ที่เท้าเอียง เท้าแบน หรือขาโก่งอาจมีแรงกดที่ตาตุ่มมากกว่าปกติ
4) การอักเสบจากโรคข้อบางชนิด
เช่น รูมาตอยด์ หรือเก๊าท์ (แต่จะมีอาการปวดมากและแดงร้อนชัด)
5) การติดเชื้อ (พบน้อยกว่า)
ลักษณะนี้จะมีอาการบวมแดง ร้อน ปวดมาก และอาจมีไข้ร่วมด้วย
ต้องตรวจอะไรบ้าง
แพทย์จะตรวจจากลักษณะก้อนเป็นหลัก แต่กรณีที่สงสัยสาเหตุอื่นร่วม อาจตรวจเพิ่ม เช่น
-
อัลตราซาวนด์ ดูว่ามีของเหลวในถุงน้ำมากแค่ไหน
-
เจาะน้ำในถุงตรวจ (ถ้าสงสัยติดเชื้อ หรือเก๊าท์)
-
เอกซเรย์ เพื่อดูโครงสร้างกระดูกถ้าบวมเรื้อรังหรือมีกระแทกมาก่อน
วิธีดูแลและรักษา
1) หลีกเลี่ยงการเสียดสีและแรงกด
-
เปลี่ยนรองเท้าให้กว้างขึ้น หลีกเลี่ยงรองเท้าบีบตาตุ่ม
-
ใช้แผ่นซิลิโคนรองป้องกันบริเวณตาตุ่ม
2) ประคบเย็น 10–15 นาที วันละ 2–3 ครั้ง
ช่วยลดบวม ลดอักเสบ โดยเฉพาะช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
3) ลดกิจกรรมที่ลงน้ำหนักมาก
หลีกเลี่ยงวิ่ง กระโดด เดินนาน ๆ จนกว่าอาการดีขึ้น
4) ยาทาและยากินลดอักเสบ
เจลลดอักเสบ เช่น diclofenac gel ทาบริเวณบวม 2–3 ครั้ง/วัน (ถ้าไม่มีข้อห้าม)
5) กายภาพบำบัด
ถ้าสาเหตุเกิดจากเท้าเอียงหรือกล้ามเนื้อรอบข้อเท้าอ่อน แนะนำให้ฝึกเสริมความแข็งแรงหรือใช้แผ่นรองเสริมรูปเท้า
6) การดูดน้ำหรือฉีดยาเฉพาะที่ (เฉพาะบางกรณี)
-
ถ้าก้อนบวมมาก เจ็บมาก หรือพองขึ้นเรื่อย ๆ แพทย์อาจดูดน้ำออก
-
บางรายใช้การฉีดยาลดการอักเสบเฉพาะจุดร่วม (ทำโดยแพทย์และใช้เข็มเล็กมาก)
7) รักษาการติดเชื้อ (ถ้ามี)
หากมีไข้ บวมแดงร้อนมาก ต้องพบแพทย์ทันทีเพื่อตรวจหาเชื้อและให้ยาฆ่าเชื้อ
อาการแบบไหนควรรีบพบแพทย์
-
บวมมากขึ้นเรื่อย ๆ ภายในไม่กี่วัน
-
ปวดจนเดินไม่ได้
-
ผิวแดง ร้อนมาก หรือมีไข้ (เสี่ยงติดเชื้อ)
-
เจ็บแน่นเฉพาะที่นานเกิน 2–3 สัปดาห์ไม่ดีขึ้น
-
ก้อนแข็งผิดปกติ ไม่กดนุ่ม (อาจเป็นสาเหตุอื่น เช่น เนื้องอกไขมัน หรือปัญหาเอ็น)
สรุป
ตาตุ่มบวมกดนุ่มแบบ malleolus bursitis มักเกิดจากการเสียดสีหรือแรงกดซ้ำ ๆ บริเวณข้อเท้า ไม่ใช่โรคร้ายแรง และส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการปรับรองเท้า ลดแรงกด ประคบเย็น และพักใช้งาน
ถ้าอาการบวมไม่ลด เจ็บมากขึ้น หรือสงสัยติดเชื้อ ควรพบแพทย์กระดูกและข้อเพื่อตรวจวินิจฉัยและให้การรักษาที่เหมาะสมครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#malleolusbursitis #ตาตุ่มบวม #ข้อเท้าอักเสบ #หมอเก่ง #กายภาพบำบัด #สุขภาพข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: ตาตุ่มบวมกดนุ่มแบบนี้ เป็นอะไรอันตรายไหมคะ?
A: โดยทั่วไปแล้ว อาการตาตุ่มบวมกดนุ่มมักเกิดจากภาวะถุงน้ำอักเสบที่ข้อเท้า ซึ่งส่วนใหญ่มักไม่เป็นอันตรายร้ายแรง แต่ควรหาสาเหตุเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำ
Q: ถ้าตาตุ่มบวมแบบนี้ ต้องไปหาหมอเลยไหม?
A: หากอาการไม่รุนแรงและไม่มีอาการอื่นร่วม เช่น ปวดมาก แดงร้อน หรือมีไข้ อาจลองดูแลเบื้องต้นก่อน แต่หากอาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการที่น่ากังวล ควรปรึกษาแพทย์
Q: ต้องผ่าตัดรักษาไหมคะ?
A: การผ่าตัดมักไม่ใช่ทางเลือกแรกในการรักษาภาวะนี้ การรักษาเบื้องต้นมักเน้นที่การปรับพฤติกรรมและยา
Q: ใส่รองเท้าแบบไหนถึงจะดีคะ?
A: ควรเลือกรองเท้าที่กว้างพอดี ไม่บีบตาตุ่ม และอาจพิจารณาใช้แผ่นซิลิโคนรองป้องกันบริเวณตาตุ่ม
Q: จะหายขาดไหมคะ?
A: หากสามารถหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดการเสียดสีหรือแรงกดซ้ำ ๆ ได้ อาการก็อาจดีขึ้นและไม่กลับมาเป็นซ้ำได้ครับ

