ข้อเท้าบวมแดง ปวดจี๊ดตอนกลางคืน... อาจไม่ใช่แค่ข้อแพลง!
"เมื่อคืนอยู่ดี ๆ พ่อวัย 65 ปี ก็บ่นปวดข้อเท้าข้างขวาแบบเฉียบพลันครับ บวมแดงร้อนจี๋ เดินไม่ได้เลย ทั้งที่ก่อนนอนยังเดินปกติ พอเช้าก็ยังปวดมากจนใส่รองเท้าไม่ได้เลย... แบบนี้น่าห่วงไหมครับหมอ?"
หลายคนอาจคิดว่า “ข้อพลิก” หรือ “ข้ออักเสบธรรมดา” แต่จริง ๆ แล้วอาการแบบนี้อาจบ่งบอกถึง “โรคเก๊าท์เฉียบพลัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในโรคข้อที่เจอได้บ่อยในผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะในคนที่มีพฤติกรรมการกินบางอย่าง หรือมีโรคประจำตัวร่วมด้วย
หมออยากบอกว่า...
ข้อเท้าหรือข้อหัวแม่เท้าบวมแดง ปวดจี๊ดตอนกลางคืน โดยไม่มีการกระแทก หรือบาดเจ็บชัดเจนมาก่อน — ต้องระวัง “โรคเก๊าท์”
เพราะอาการจะปวดรุนแรงถึงขั้นเดินไม่ได้ และถ้าปล่อยเรื้อรังอาจกลายเป็นข้ออักเสบเรื้อรัง หรือมีก้อนโทฟัสตามข้อและเอ็นได้
โรคเก๊าท์ (Gout) คืออะไร?
เป็นโรคที่เกิดจากกรดยูริกในเลือดสูงสะสมเป็นเวลานาน แล้วตกผลึกในข้อ ทำให้เกิดการอักเสบแบบเฉียบพลัน
ข้อที่พบบ่อย:
-
โคนนิ้วหัวแม่เท้า
-
ข้อเท้า
-
ข้อเข่า
บางครั้งก็อาจเริ่มที่ “ข้อเท้า” ได้แบบไม่ทันตั้งตัว
อาการของเก๊าท์เฉียบพลัน
-
ปวดข้อแบบเฉียบพลัน มักเกิดกลางคืนหรือตอนเช้า
-
ข้อบวม แดง ร้อน กดเจ็บมาก
-
ปวดจนขยับไม่ได้ หรือเดินไม่ไหว
-
มักเกิดที่ข้อเดียวในช่วงแรก
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดเก๊าท์
-
ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป
-
ดื่มแอลกอฮอล์ โดยเฉพาะเบียร์
-
กินอาหารที่มีพิวรีนสูง เช่น เครื่องในสัตว์ อาหารทะเล น้ำอัดลม หวานจัด
-
โรคประจำตัว เช่น ความดัน เบาหวาน ไตเสื่อม
-
มีญาติพี่น้องเคยเป็นเก๊าท์
ตรวจวินิจฉัยอย่างไร?
-
ตรวจเลือดดูระดับกรดยูริก (แต่บางรายอาจไม่สูงในช่วงปวด)
-
ตรวจร่างกายดูข้อที่อักเสบ ลักษณะการบวม และตำแหน่ง
-
ในบางกรณีที่ไม่แน่ใจ แพทย์อาจเจาะน้ำในข้อส่งตรวจผลึกยูเรต
รักษาอย่างไรเมื่อเกิดเก๊าท์เฉียบพลัน?
-
พักข้อที่ปวด หลีกเลี่ยงการเดินหรือยืน
-
ประคบเย็นเพื่อลดบวมใน 24–48 ชม. แรก
-
ยาแก้อักเสบ เช่น NSAIDs หรือ Colchicine (ต้องอยู่ภายใต้การดูแลแพทย์)
-
ถ้าเป็นบ่อย หรือมีกรดยูริกสูงมาก อาจต้องใช้ยาลดกรดยูริกระยะยาว (หลังพ้นช่วงอักเสบ)
ถ้าปล่อยไว้ ไม่รักษา จะเกิดอะไรขึ้น?
-
เก๊าท์จะกลับมาเป็นซ้ำ ๆ ถี่ขึ้นเรื่อย ๆ
-
ข้อเริ่มผิดรูป มีการทำลายข้อถาวร
-
อาจเกิด “โทฟัส” (ก้อนกรดยูริก) ตามข้อมือ ข้อศอก นิ้วเท้า
-
เสี่ยงนิ่วในไต หรือไตเสื่อมเรื้อรัง
หมอสรุปให้ว่า...
ข้อเท้าบวมแดงเฉียบพลันในผู้ชายอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยไม่มีการกระแทกชัดเจน อาจเป็น “เก๊าท์เฉียบพลัน”
อย่าชะล่าใจว่าเป็นข้อพลิกธรรมดา ควรรีบพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรักษาให้ถูกต้อง — ยิ่งรู้เร็ว ยิ่งป้องกันไม่ให้กลายเป็นโรคเรื้อรังได้ครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเท้าบวมเฉียบพลัน #ปวดข้อเก๊าท์ #เก๊าท์ในผู้สูงอายุ #ข้ออักเสบเฉียบพลัน #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: อาการปวดข้อเท้าแบบนี้ เป็นเก๊าท์แน่ๆ เลยใช่ไหมคะ?
A: อาการปวดข้อเท้าบวมแดงเฉียบพลัน อาจเป็นสัญญาณของโรคเก๊าท์ได้ แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกันค่ะ
Q: ถ้าเป็นเก๊าท์แล้ว ต้องกินยาลดกรดยูริกตลอดชีวิตเลยไหมคะ?
A: ในบางกรณีที่เก๊าท์เป็นบ่อย หรือมีระดับกรดยูริกสูงมาก อาจจำเป็นต้องใช้ยาลดกรดยูริกระยะยาวค่ะ
Q: ปวดข้อเท้าตอนกลางคืนแบบนี้ ทำยังไงให้หายปวดเร็วๆ คะ?
A: การพักข้อที่ปวด ประคบเย็น และการใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์ อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้ค่ะ
Q: ถ้าไม่รีบไปหาหมอ จะเป็นอะไรมากไหมคะ?
A: หากปล่อยทิ้งไว้ โรคเก๊าท์อาจกลับมาเป็นซ้ำบ่อยขึ้น ทำให้ข้อผิดรูป หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ ได้ค่ะ
Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้เป็นเก๊าท์อีกไหมคะ?
A: การปรับพฤติกรรมการกิน การหลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และการควบคุมโรคประจำตัว อาจช่วยลดความเสี่ยงในการกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ

