- ข้อเข่าเสื่อม รู้ได้อย่างไรว่าถึงเวลาต้องรักษา
หลายคนเมื่ออายุมากขึ้น เริ่มมีอาการปวดเข่า เวลาเดินขึ้นลงบันไดจะรู้สึกเจ็บ บางครั้งได้ยินเสียงดัง “กร๊อบแกร๊บ” ในข้อเข่า จนสงสัยว่าตัวเองเป็นข้อเข่าเสื่อมหรือยัง และที่สำคัญคือ “จะรู้ได้อย่างไรว่า ถึงเวลาต้องรักษาแล้ว”
กรณีตัวอย่าง
คุณลำดวน อายุ 60 ปี เป็นแม่บ้านที่ชอบทำกับข้าวและเดินตลาดทุกเช้า ช่วง 1–2 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีอาการปวดเข่า เดินไกลไม่ได้ ต้องหยุดพักเป็นระยะ ๆ บางครั้งรู้สึกเหมือนเข่าบวมตึง พอไปเดินห้างหรือขึ้นบันไดก็ยิ่งเจ็บมากขึ้น จนทำให้ใช้ชีวิตประจำวันลำบาก
ข้อเข่าเสื่อมคืออะไร
ข้อเข่าเปรียบเหมือนบานพับที่มีกระดูกอ่อนปกคลุมและมีน้ำหล่อเลี้ยงข้างใน ทำให้เคลื่อนไหวได้ลื่น หากกระดูกอ่อนสึกหรอ น้ำหล่อเลี้ยงลดลง หรือโครงสร้างเข่าเสียสมดุล จะเกิดการเสียดสีเหมือนบานพับที่ไม่มีน้ำมันหล่อลื่น ทำให้เกิด “ข้อเข่าเสื่อม”
สาเหตุและการเกิดโรค
-
อายุที่มากขึ้น กระดูกอ่อนสึกตามธรรมชาติ
-
น้ำหนักตัวมาก ทำให้เข่ารับน้ำหนักเกิน
-
ใช้งานเข่าหนัก เช่น ยกของหนัก นั่งยอง ๆ หรือนั่งพับเพียบเป็นเวลานาน
-
อุบัติเหตุหรือบาดเจ็บที่เข่าในอดีต
-
พันธุกรรม มีคนในครอบครัวเป็นข้อเข่าเสื่อม
อาการของข้อเข่าเสื่อม
-
ปวดเข่าเวลาเดิน นั่งพับเพียบ หรือลุกขึ้นยืน
-
ข้อเข่ามีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว
-
เข่าบวมตึง รู้สึกเหมือนมีน้ำในข้อ
-
ขาโก่ง เดินผิดรูป
-
หากรุนแรงมาก อาจเดินไม่ไหวหรือเข่าติด
สัญญาณอันตรายที่ควรรีบพบแพทย์
-
ปวดมากจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
-
เข่าบวมแดง ร้อน ร่วมกับไข้ อาจมีการติดเชื้อ
-
เดินลำบาก ขาอ่อนแรง
-
ไม่สามารถเหยียดหรือพับเข่าได้เหมือนเดิม
การตรวจวินิจฉัย
แพทย์จะซักประวัติและตรวจร่างกาย เช่น กดรอบข้อเข่า ดูการเคลื่อนไหว จากนั้นอาจตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
-
เอกซเรย์ เพื่อดูความสึกหรอของข้อเข่า
-
อัลตราซาวด์ ใช้ดูการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อและของเหลวในข้อ
-
เอ็มอาร์ไอ (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) เพื่อดูรายละเอียดของกระดูกอ่อนและเส้นเอ็นรอบเข่า
การรักษาแบบไม่ผ่าตัด
ปรับพฤติกรรม เลี่ยงการนั่งพับเพียบ นั่งยอง ๆ หรือยกของหนัก
ควบคุมน้ำหนัก ลดแรงกดบนข้อเข่า
ใช้ยา เช่น ยาแก้ปวด ลดอักเสบ หรือยาทาเฉพาะที่
กายภาพบำบัด เช่น ฝึกกล้ามเนื้อต้นขาและสะโพกให้แข็งแรง เพื่อช่วยพยุงข้อเข่า
การฉีดยาลดอักเสบด้วยอัลตราซาวด์ ระบุตำแหน่งที่อักเสบ ช่วยลดปวดและบวม
การฉีดน้ำหล่อเลี้ยงข้อเทียม (Hyaluronic acid) เพิ่มความลื่นของข้อ ทำให้เดินได้คล่องขึ้น
เมื่อไหร่ควรพิจารณาผ่าตัด
-
ปวดมากจนใช้ชีวิตไม่ได้
-
ข้อเข่าโก่งหรือผิดรูปมาก
-
รักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น ในกรณีเหล่านี้ อาจต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พยากรณ์โรค
หากรักษาและดูแลตัวเองอย่างถูกต้อง อาการสามารถดีขึ้นและใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ แต่ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% จึงควรดูแลต่อเนื่องเพื่อชะลอการเสื่อมและป้องกันภาวะแทรกซ้อน
ภาวะแทรกซ้อนที่ควรระวัง
-
ข้อเข่าติดแข็ง เคลื่อนไหวลำบาก
-
กล้ามเนื้อรอบเข่าอ่อนแรง
-
เดินผิดรูป ทำให้กระดูกสะโพกและหลังได้รับผลกระทบตามมา
การดูแลตัวเองเบื้องต้น
-
ควบคุมน้ำหนัก
-
เลือกการออกกำลังกายที่ไม่กระแทกเข่า เช่น เดินเร็ว ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน
-
ใช้ไม้เท้าช่วยพยุงเมื่อเข่าเจ็บ
-
ยืดกล้ามเนื้อต้นขาและน่องสม่ำเสมอ
-
เลือกรองเท้าที่พื้นนุ่มและพอดี
สรุป
ข้อเข่าเสื่อมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ แต่สามารถควบคุมอาการได้ หากสังเกตสัญญาณเตือนและเข้ารับการรักษาแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น และลดโอกาสที่จะต้องผ่าตัดในอนาคต
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#ข้อเข่าเสื่อม #ปวดเข่า #กายภาพบำบัด #ฉีดยาลดอักเสบ #เปลี่ยนข้อเข่าเทียม
คำถามที่พบบ่อย
Q: ปวดเข่าเวลาเดินขึ้นบันไดนี่เป็นข้อเข่าเสื่อมเลยไหมคะ?
A: อาการปวดเข่าเวลาเดินขึ้นลงบันไดเป็นสัญญาณหนึ่งของข้อเข่าเสื่อม แต่ก็อาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้เช่นกัน
Q: ถ้าเข่ามีเสียงดังกร๊อบแกร๊บตลอดเวลา ต้องรีบไปหาหมอเลยไหม?
A: หากมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บร่วมกับอาการปวดหรือบวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย
Q: ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเลยไหม ถ้าปวดเข่ามาก ๆ?
A: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมอาจเป็นทางเลือกหนึ่ง หากการรักษาด้วยวิธีอื่นไม่ได้ผลและอาการปวดรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันอย่างมาก
Q: ข้อเข่าเสื่อมรักษาให้หายขาดได้ไหมคะ?
A: ข้อเข่าเสื่อมไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้ 100% แต่การรักษาและการดูแลตนเองอย่างถูกต้องจะช่วยชะลอการเสื่อมและบรรเทาอาการได้


