🦴 “ขาหักแต่ไม่ทะลุผิวหนัง” อันตรายไหม? หมอเล่าให้ฟังเรื่อง “กระดูกหน้าแข้งส่วนบนหักแบบมีการเคลื่อน (Tibial Plateau Fracture)”
“หมอครับ ผมลื่นล้ม ขาบวมเป่ง แต่ไม่มีแผล เหมือนกระดูกยังอยู่ดี แต่เดินไม่ได้เลย”
เสียงจากคุณลุงวัย 58 ปี ที่เพิ่งหกล้มขณะลงจากบันไดบ้าน หมอเพียงแค่เห็นขาข้างซ้ายของลุงก็บวมตึงจนผิวหนังตึงเงาวับ แต่ไม่มีแผลทะลุออกมา
ลุงพูดต่อว่า “คิดว่าขาแพลงเฉย ๆ แต่พอขยับไม่ได้ เดินไม่ได้เลย ถึงต้องมาหาหมอ”
จริง ๆ แล้วอาการแบบนี้ไม่ใช่ “ขาแพลง” อย่างที่หลายคนเข้าใจครับ
แต่คือ “กระดูกหน้าแข้งส่วนบนหัก” หรือที่เรียกว่า Tibial Plateau Fracture
แม้จะไม่มีแผลเปิดให้เห็น (เรียกว่า Closed Fracture) แต่ก็ถือว่าเป็นการบาดเจ็บที่ต้องระวังมาก เพราะบริเวณนี้เป็นข้อต่อสำคัญของ “เข่า” และเป็นจุดรับน้ำหนักทั้งหมดของร่างกาย
🩻 กระดูกหน้าแข้งส่วนบน (Tibial Plateau) คืออะไร?
บริเวณนี้อยู่ตรงส่วนบนของกระดูกหน้าแข้ง ซึ่งเป็นฐานของข้อเข่า
ด้านบนจะมีผิวเรียบคล้ายจานรอง เพื่อให้กระดูกต้นขามาวางอยู่ได้อย่างมั่นคง
เมื่อกระดูกส่วนนี้หัก จะกระทบต่อ “ผิวข้อเข่า” โดยตรง
หากผิวข้อยุบหรือเคลื่อน จะทำให้ข้อเข่าเสียสมดุล เกิดข้อเข่าเสื่อมในอนาคตได้
💥 ทำไมถึงเกิดกระดูกหักแบบนี้?
หมอพบได้บ่อยใน 2 กลุ่มใหญ่ครับ
-
กลุ่มอุบัติเหตุแรงสูง เช่น รถล้ม รถชน ตกจากที่สูง
-
กลุ่มผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้หญิงที่มีกระดูกพรุน แค่ลื่นล้มธรรมดา เข่ากระแทกพื้นแรง ๆ ก็ทำให้กระดูกส่วนนี้หักได้แล้ว
🧩 ลักษณะการหักแบบมีการเคลื่อน (Displacement) หมายถึงอะไร?
คือ กระดูกไม่ได้แค่ร้าวหรือแตกในแนวเดิม แต่มี “การเคลื่อนออกจากตำแหน่ง”
เช่น
-
ผิวข้อยุบตัวลง
-
กระดูกส่วนหนึ่งยื่นหรือยกขึ้น
-
หรือแยกออกจากกันจนแนวข้อไม่เรียบ
ถ้าปล่อยไว้ไม่จัดให้เข้าที่ จะทำให้เวลาเดิน ข้อเข่ารับน้ำหนักไม่เท่ากัน
ผลที่ตามมาคือ “ข้อเข่าเสื่อมก่อนวัย” หรือ “ขาโก่ง” ในอนาคตครับ
⚠️ ต้องระวังอะไรบ้างในช่วงแรก?
ถึงแม้จะเป็น “กระดูกหักปิด” (ไม่มีแผล) แต่ภายในอาจมีความเสียหายมาก เช่น
-
บวมจากเลือดออกในข้อ (Hemarthrosis)
-
กล้ามเนื้อหรือเส้นเลือดรอบเข่าช้ำ
-
เส้นประสาทถูกกดหรือยืด
-
ภาวะบวมกดกล้ามเนื้อ (Compartment Syndrome) ซึ่งอันตรายมาก ถ้าไม่รักษาทันท่วงทีอาจทำให้กล้ามเนื้อตาย
ดังนั้น หลังล้มแล้ว “ขาบวมมาก ปวดตึงจนผิวหนังเงา หรือปลายเท้าชา”
ให้รีบไปโรงพยาบาลทันที อย่าคิดว่าเป็นแค่ขาแพลงครับ
🔍 การตรวจวินิจฉัย
หมอจะเริ่มจากตรวจร่างกาย ดูรูปขา ความบวม ระดับการขยับข้อเข่า และการไหลเวียนเลือดปลายเท้า
การตรวจที่จำเป็น ได้แก่
-
เอกซเรย์ (X-ray) เพื่อดูแนวกระดูกที่หัก
-
ซีทีสแกน (CT Scan) ในรายที่ต้องวางแผนผ่าตัด เพื่อดูการเคลื่อนและการยุบของผิวข้ออย่างละเอียด
-
MRI อาจใช้ในกรณีต้องดูเอ็นหรือหมอนรองข้อเข่าที่บาดเจ็บร่วมด้วย
💊 การรักษา
แนวทางการรักษาขึ้นอยู่กับ “ความรุนแรงและการเคลื่อนของกระดูก”
1. กรณีหักแบบไม่เคลื่อน (ไม่ยุบมาก)
-
หมอมักรักษาแบบ ไม่ผ่าตัด โดยให้ใส่เฝือกหรือที่พยุงข้อเข่า (knee brace)
-
งดลงน้ำหนักข้างที่บาดเจ็บ 6–8 สัปดาห์
-
ทำกายภาพเบื้องต้นเพื่อป้องกันเข่ายึด
2. กรณีหักแบบเคลื่อน (Displaced Fracture)
-
มักต้อง ผ่าตัดจัดกระดูกเข้าที่
-
ใช้ แผ่นเหล็กและสกรู (plate & screw) ยึดกระดูกให้แน่น
-
ระหว่างรอให้บวมลด หมออาจใส่เฝือกชั่วคราวก่อน
-
หลังผ่าตัด ต้องทำกายภาพเพื่อเรียกกำลังกล้ามเนื้อและขยับเข่าอย่างถูกวิธี
ในบางกรณีที่บวมมาก หมอจะยังไม่รีบผ่าตัดทันที เพราะถ้าผิวหนังยังตึง การผ่าตัดอาจเสี่ยงแผลแตก
จะรอให้บวมลดก่อน 5–10 วัน จึงค่อยผ่าตัดอย่างปลอดภัย
🦵 หลังผ่าตัดแล้วจะเดินได้เมื่อไหร่?
โดยทั่วไป หลังผ่าตัด 6–8 สัปดาห์ หมอจะเริ่มให้ลงน้ำหนักบางส่วน
และค่อย ๆ เพิ่มจนเต็มน้ำหนักภายใน 3 เดือน
ถ้าเป็นกระดูกหักไม่ซับซ้อน ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะกลับมาเดินได้ใกล้เคียงเดิมภายใน 4–6 เดือน
แต่ในรายที่กระดูกหักรุนแรง หรือมีข้อเข่ายุบมาก อาจต้องใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่านั้นครับ
🔄 พยากรณ์โรคและสิ่งที่ควรระวังระยะยาว
-
ถ้ารักษาถูกวิธีและทำกายภาพต่อเนื่อง ส่วนใหญ่สามารถกลับมาใช้งานได้ดี
-
แต่อาจมีโอกาสเกิด ข้อเข่าเสื่อมตามมา โดยเฉพาะถ้าผิวข้อที่หักไม่เรียบ
-
บางรายมีอาการปวดหรือบวมหลังใช้งานนาน ๆ
-
ควรติดตามเอกซเรย์ตามนัด เพื่อดูการเชื่อมของกระดูกและแนวข้อเข่า
🧠 หมออยากบอกว่า…
“กระดูกหักแบบไม่มีแผล” ไม่ได้แปลว่าเบาเสมอไปครับ
โดยเฉพาะบริเวณข้อเข่า ที่เป็นข้อต่อสำคัญต่อการเดิน
อย่าปล่อยให้เวลาผ่านไปเพราะคิดว่า “แค่ขาแพลง”
การวินิจฉัยและรักษาให้ถูกตั้งแต่ต้น จะช่วยลดโอกาสข้อเข่าเสื่อม
และทำให้กลับมาเดินได้มั่นคงเหมือนเดิมครับ
✅ วิธีดูแลตัวเองระหว่างพักฟื้น
-
ยกขาสูงเพื่อลดบวม
-
ขยับข้อเท้าและนิ้วเท้าบ่อย ๆ ป้องกันเลือดคั่ง
-
รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและโปรตีนเพียงพอ
-
ทำกายภาพตามคำแนะนำของแพทย์
-
งดสูบบุหรี่ เพราะทำให้กระดูกเชื่อมช้า
-
อย่าลงน้ำหนักก่อนหมอสั่งเด็ดขาด
🏁 สรุปสั้น ๆ จากหมอ
-
ขาหักบริเวณข้อเข่า (Tibial Plateau Fracture) เป็นการบาดเจ็บสำคัญ
-
ถึงจะ “หักแบบปิด” แต่ก็อาจรุนแรงและมีภาวะแทรกซ้อน
-
การเอกซเรย์และประเมินโดยแพทย์กระดูกจำเป็นมาก
-
ถ้ารักษาเร็ว ฟื้นตัวถูกทาง จะกลับมาเดินได้ใกล้เคียงเดิมแน่นอนครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng
โทร 081-5303666
#กระดูกหัก #TibialPlateauFracture #ข้อเข่าเสื่อม #หมอเก่งกระดูกและข้อ #OrthopedicCare #ปวดเข่า #กระดูกพรุน
คำถามที่พบบ่อย
Q: หมอครับ ขาหักแบบนี้ต้องผ่าตัดเลยไหมครับ?
A: การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรงและการเคลื่อนของกระดูกครับ บางกรณีอาจไม่ต้องผ่าตัด
Q: ถ้ากระดูกไม่เคลื่อนมาก จะเดินได้เลยไหมครับ?
A: ในกรณีที่กระดูกไม่เคลื่อนมาก อาจต้องงดลงน้ำหนักข้างที่บาดเจ็บ 6-8 สัปดาห์ และทำกายภาพบำบัดครับ
Q: ถ้าไม่ผ่าตัด จะมีผลเสียในระยะยาวไหมครับ?
A: หากกระดูกเคลื่อนและไม่ได้รับการจัดให้อยู่ในแนวที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยได้ครับ
Q: อาการแบบนี้เป็นอันตรายถึงชีวิตไหมครับ?
A: แม้จะไม่มีแผลเปิด แต่ภาวะบวมกดกล้ามเนื้อ (Compartment Syndrome) ที่อาจเกิดขึ้นเป็นอันตรายมากหากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงทีครับ
Q: ถ้าปลายเท้าชาหลังล้ม ควรทำอย่างไรครับ?
A: หากมีอาการปลายเท้าชาหลังล้ม ให้รีบไปโรงพยาบาลทันทีครับ อย่าคิดว่าเป็นแค่ขาแพลง

