กินยาแก้ปวดอักเสบนาน ๆ เสี่ยงไตพัง? หมออยากเตือนเรื่อง NSAIDs โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
"หมอคะ หนูปวดหลัง แล้วไปซื้อยา etoricoxib มากินเอง กินแล้วดีขึ้นเร็วมาก เลยกินวันละเม็ดมา 2 สัปดาห์แล้ว...ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?"
คำถามแบบนี้...หมอเจอบ่อยมากครับ โดยเฉพาะในคนไข้ที่มีอาการปวดข้อ ปวดหลัง หรือปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
ยากลุ่มนี้คือกลุ่มยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือที่เรียกสั้น ๆ ว่า NSAIDs (เอ็นเสด) ซึ่งมีทั้งยาที่ขายทั่วไป และยาที่แพทย์สั่งจ่าย
แต่ปัญหาที่หมอเป็นห่วงมาก คือการใช้แบบไม่ระวัง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่มีปัญหาไต ความดัน หรือหัวใจอยู่เดิม
วันนี้หมออยากอธิบายเรื่องนี้แบบเข้าใจง่าย ๆ ครับ
NSAIDs คืออะไร? ใช้แล้วดีจริงไหม?
NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เป็นกลุ่มยาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง
เพราะช่วยลดอาการปวด อักเสบ และลดไข้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เช่น อาการปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง เอ็นอักเสบ ไขข้อเสื่อม เป็นต้น
ยากลุ่มนี้มีทั้งที่ขายทั่วไป เช่น ไอบูโพรเฟน, ไดโคลฟีแนก และชนิดที่ออกฤทธิ์เฉพาะ เช่น etoricoxib (120 mg) ซึ่งมักใช้ในกรณีที่อาการปวดรุนแรง
ปัญหาเกิดเมื่อไหร่?
ปัญหาหลักของ NSAIDs คือ “ผลข้างเคียง” เมื่อใช้ต่อเนื่องนานเกินไป หรือใช้ขนาดสูงเกินจำเป็น
โดยเฉพาะในกลุ่มยา etoricoxib ซึ่งแม้จะระคายกระเพาะน้อยกว่ายาเก่าบางตัว แต่ มีผลต่อการทำงานของไต และความดันโลหิตอย่างชัดเจน
อันตรายที่ควรรู้เมื่อใช้ NSAIDs โดยเฉพาะ etoricoxib 120 mg
-
เสี่ยงไตวายเฉียบพลัน – เพราะยานี้มีผลลดการไหลเวียนเลือดที่ไปเลี้ยงไต โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ขาดน้ำ
-
ความดันโลหิตสูงขึ้น – ทำให้ควบคุมความดันได้ยากขึ้นในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง
-
บวม น้ำเกลือคั่ง – ร่างกายอาจคั่งน้ำมากขึ้น ทำให้บวม หรือเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะในผู้ที่มีโรคหัวใจ
-
เสี่ยงแผลในกระเพาะอาหาร – แม้ etoricoxib จะระคายกระเพาะน้อยกว่า แต่ถ้าใช้ร่วมกับยาบางกลุ่ม เช่น aspirin ก็เสี่ยงเช่นกัน
-
ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ – พบได้น้อยแต่เป็นอาการที่ต้องเฝ้าระวังในผู้ป่วยบางราย
ใช้ NSAIDs อย่างไรให้ปลอดภัย?
หมอขอแนะนำหลัก 5 ข้อในการใช้ยาอย่างปลอดภัยครับ
-
ไม่ใช้เกินความจำเป็น – ถ้าอาการดีขึ้นแล้ว ควรหยุดยา อย่ากินต่อเนื่องเกิน 5–7 วัน โดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์
-
ดื่มน้ำให้พอ – เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำที่อาจส่งผลต่อไต
-
เลี่ยงในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัว – โดยเฉพาะโรคไต ความดัน หัวใจ หรือเบาหวาน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง
-
ไม่ใช้ร่วมกับยาอื่นที่ส่งผลต่อไต – เช่น ยาขับปัสสาวะบางชนิด หรือยาความดันบางกลุ่ม
-
ต้องรู้ว่ากินยาอะไรอยู่ – ห้ามซ้ำซ้อน เช่น กิน etoricoxib แล้วไปกินไอบูโพรเฟนอีก อันตรายครับ
-
ไม่ควรใช้ยาในปริมาณที่สูง เช่น etoricoxib ในปริมาณ 120 มก
หมอสรุปให้นะครับ
ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs รวมถึง etoricoxib เป็นยาที่ดีมาก ถ้าใช้อย่างถูกต้อง
แต่ถ้าใช้เองนานเกินไป หรือใช้โดยไม่รู้ข้อจำกัด อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนรุนแรงได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ
ถ้าปวดนานเกิน 1 สัปดาห์ ควรมาหาแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ และวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
กินยาให้เป็น ไม่เสี่ยงไตวายครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#NSAIDsอันตรายไหม #etoricoxibใช้ยังไงให้ปลอดภัย #กินยานานไตพังได้ #หมอกระดูก #หมอเก่งกระดูกและข้อ
คำถามที่พบบ่อย
Q: หนูซื้อยาแก้ปวดอักเสบมากินเองมา 2 สัปดาห์แล้ว ไม่เป็นไรใช่ไหมคะ?
A: การใช้ยาแก้ปวดอักเสบต่อเนื่องนานเกิน 5-7 วันโดยไม่มีคำแนะนำจากแพทย์ อาจมีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงได้ครับ
Q: ยา etoricoxib 120 mg อันตรายไหมคะ?
A: ยา etoricoxib 120 mg อาจมีผลต่อการทำงานของไตและความดันโลหิตได้ โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัวครับ
Q: ถ้าหนูเป็นโรคความดันอยู่แล้ว กินยาแก้ปวดอักเสบได้ไหมคะ?
A: ผู้ที่มีโรคความดันโลหิตสูง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาแก้ปวดอักเสบทุกครั้งครับ
Q: กินยาแก้ปวดอักเสบแล้วต้องดื่มน้ำเยอะๆ ไหมคะ?
A: การดื่มน้ำให้เพียงพอจะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำที่อาจส่งผลต่อไตได้ครับ
Q: ถ้าปวดหลังนานๆ ต้องกินยาแก้ปวดอักเสบไปเรื่อยๆ เลยใช่ไหมคะ?
A: หากอาการปวดไม่ดีขึ้นภายใน 1 สัปดาห์ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมครับ
เอกสารอ้างอิง
[1] Modig S, Elmståhl S. Kidney function and use of nonsteroidal anti-inflammatory drugs among elderly people: a cross-sectional study on potential hazards for an at risk population. International Journal of Clinical Pharmacy. 2018. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/29460083/
[2] Cabassi A, et al. Non-steroidal anti-inflammatory drug effects on renal and cardiovascular function: from physiology to clinical practice. European Journal of Preventive Cardiology. 2020. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31088130/
[3] Savage R. Cyclo-oxygenase-2 inhibitors: when should they be used in the elderly? Drugs & Aging. 2005. https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/15813652/

