กระดูกพรุนทำให้ปวดหลังได้ไหม? และจะป้องกันไม่ให้กระดูกทรุดอย่างไร?

"หมอคะ หนูไม่ได้หกล้ม ไม่ได้ยกของหนัก แต่ช่วงนี้ปวดหลังมากเลยค่ะ ตรวจแล้วหมอบอกว่าเป็นกระดูกพรุน… มันเกี่ยวกันไหมคะ? กระดูกพรุนทำให้ปวดหลังได้เหรอ?"

คำถามนี้หมอได้ยินบ่อยมาก โดยเฉพาะในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน หรือผู้สูงอายุที่มีผลตรวจบอกว่า “มวลกระดูกต่ำ” หรือ “กระดูกพรุน” แล้วสงสัยว่าทำไมจึงเริ่มปวดหลังทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดปกติ

หมอขออธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า... โรคกระดูกพรุนสามารถเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเรื้อรังได้จริง โดยเฉพาะถ้ามี “กระดูกยุบ” หรือ “กระดูกทรุด” ร่วมด้วย

กระดูกพรุนคืออะไร? ทำไมถึงอันตราย?

โรคกระดูกพรุน (Osteoporosis) คือภาวะที่มวลกระดูกลดลง และโครงสร้างภายในกระดูกบางลง ทำให้กระดูกเปราะ หักง่าย แม้ไม่ได้ล้มแรง ๆ

บริเวณที่พบกระดูกหักจากโรคนี้บ่อย ได้แก่:

  • กระดูกสันหลัง

  • กระดูกสะโพก

  • กระดูกข้อมือ

โดยเฉพาะ “กระดูกสันหลัง” ซึ่งเป็นจุดรับน้ำหนักตัว หากมวลกระดูกลดลงจนเปราะมาก อาจ “ยุบ” หรือ “ทรุด” ลงได้เองแบบไม่ต้องหกล้มเลย

แล้วกระดูกพรุนทำให้ปวดหลังได้อย่างไร?

เมื่อกระดูกสันหลังทรุดหรือยุบ อาจเกิดการเปลี่ยนรูปของแนวกระดูก ทำให้เกิดอาการ:

  • ปวดหลังแบบเฉียบพลัน หรือลึก ๆ เป็น ๆ หาย ๆ

  • หลังค่อม หรือเตี้ยลงโดยไม่รู้ตัว

  • ปวดหลังเวลาเดิน ยืนนาน หรือนั่งนาน

บางคนอาจไม่รู้ตัวว่ากระดูกทรุด จนกระทั่งมีอาการปวดเรื้อรังหรือหลังโก่งชัดเจน

กลุ่มเสี่ยงของโรคกระดูกพรุน มีใครบ้าง?

  • ผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไป หรือหลังหมดประจำเดือน

  • ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไป

  • คนที่มีประวัติกระดูกหักง่าย หรือหลังโก่งในครอบครัว

  • ผู้ที่ได้รับยากลุ่มสเตียรอยด์เป็นเวลานาน

  • ผู้ที่ขาดแคลเซียม วิตามินดี หรือไม่ออกกำลังกาย

หมอจะตรวจอย่างไร?

การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนต้องใช้การตรวจวัดมวลกระดูกด้วยเครื่อง DEXA scan ซึ่งสามารถบอกค่าความหนาแน่นของกระดูก (Bone Mineral Density – BMD) ได้อย่างแม่นยำ

ถ้าผลแสดงว่า T-score ต่ำกว่า -2.5 แสดงว่าเข้าเกณฑ์กระดูกพรุน

หากปวดหลังร่วมด้วย แพทย์อาจแนะนำ X-ray หรือ MRI เพื่อตรวจว่ามีกระดูกทรุดหรือยุบหรือไม่

แนวทางการดูแลและป้องกันไม่ให้กระดูกทรุด

  1. ปรับพฤติกรรม

  2. เสริมแคลเซียม และวิตามินดี

  3. ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก เช่น เดิน ยืนบนขาข้างเดียว ปั่นจักรยานช้า ๆ

  4. การใช้ยาในรายที่จำเป็น

  5. ตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำ โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง

สรุปจากหมอ

โรคกระดูกพรุนไม่ใช่แค่ตัวเลขในผลตรวจ แต่มันส่งผลต่อโครงสร้างร่างกายโดยตรง โดยเฉพาะกระดูกสันหลังที่อาจยุบหรือทรุดได้ ทำให้ปวดหลังเรื้อรัง และกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

แต่ข่าวดีคือ เราสามารถดูแล ป้องกัน และชะลอการเสื่อมของกระดูกได้ ถ้าเริ่มตั้งแต่วันนี้ครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์

สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)

ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#กระดูกพรุน #ปวดหลัง #กระดูกทรุด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #DEXAscan #ป้องกันกระดูกพรุน #กระดูกและข้อ

คำถามที่พบบ่อย

Q: หมอคะ หนูไม่ได้หกล้ม ไม่ได้ยกของหนัก แต่ช่วงนี้ปวดหลังมากเลยค่ะ ตรวจแล้วหมอบอกว่าเป็นกระดูกพรุน… มันเกี่ยวกันไหมคะ? กระดูกพรุนทำให้ปวดหลังได้เหรอ?

A: โรคกระดูกพรุนสามารถเป็นสาเหตุของอาการปวดหลังเรื้อรังได้จริง โดยเฉพาะถ้ามีกระดูกสันหลังยุบหรือทรุดร่วมด้วย

Q: ถ้ากระดูกพรุนแล้วมันจะปวดหลังตลอดเลยไหมคะ?

A: อาการปวดหลังจากกระดูกพรุนอาจเกิดขึ้นแบบเฉียบพลัน หรือเป็น ๆ หาย ๆ ได้ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการทรุดตัวของกระดูก

Q: แล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่ากระดูกเราเริ่มพรุนแล้วคะ?

A: การวินิจฉัยโรคกระดูกพรุนต้องใช้การตรวจวัดมวลกระดูกด้วยเครื่อง DEXA scan ซึ่งสามารถบอกค่าความหนาแน่นของกระดูกได้อย่างแม่นยำ

Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้กระดูกทรุดบ้างไหมคะ?

A: การป้องกันกระดูกทรุดทำได้โดยการปรับพฤติกรรม เสริมแคลเซียมและวิตามินดี ออกกำลังกายแบบลงน้ำหนัก และตรวจสุขภาพกระดูกเป็นประจำ

Q: ถ้าปวดหลังแล้วหมอบอกว่าเป็นกระดูกพรุน ต้องกินยาตลอดไปเลยไหมคะ?

A: การรักษาด้วยยาจะพิจารณาเป็นรายกรณีไป ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและปัจจัยอื่น ๆ ครับ