เคยถามตัวเองไหมว่า ทำไมข้อศอกข้างที่ใช้บ่อยถึงปวดทุกครั้งที่หิ้วของ ทั้งที่ไม่เคยตีเทนนิส ไม่เคยเล่นกีฬา แค่ขันน็อต หิ้วถุง หรือหมุนลูกบิดประตู

คุณสมชาย ช่างไฟฟ้าวัย 47 ปี เริ่มรู้สึกว่าข้อศอกขวาปวดทุกครั้งที่จับไขควง เดือนแรกทนได้ พักก็ดีขึ้น แต่พอกลับไปทำงานอาการก็กลับมาทุกครั้ง จนวันหนึ่งแค่หยิบแก้วน้ำก็รู้สึกแปลบ ๆ ที่ด้านนอกข้อศอก เขาไม่แน่ใจว่านี่คืออะไร และต้องพักนานแค่ไหนถึงจะหาย

คนส่วนมากที่เป็น "เทนนิสเอลโบว์" ไม่ใช่นักกีฬา แต่คือคนทำงานที่ใช้แขนซ้ำ ๆ ทุกวัน บทความนี้จะอธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นที่เส้นเอ็นข้อศอก และรักษาให้หายได้อย่างไร


ปวดข้อศอกไม่ได้แปลว่าตีเทนนิส — คนที่ไม่เคยเล่นก็เป็นได้


[1]

"เทนนิสเอลโบว์" ชื่อนี้ทำให้หลายคนสับสน คิดว่าต้องเป็นนักกีฬาถึงจะเป็นได้ แต่ในความเป็นจริง คนที่เล่นเทนนิสคิดเป็นแค่เศษเสี้ยวของผู้ป่วยทั้งหมด

คนส่วนใหญ่ที่เป็นโรคนี้คือ ช่างไฟฟ้า ช่างก่อสร้าง คนทำงานออฟฟิศที่พิมพ์คอมพิวเตอร์นาน แม่บ้าน หรือใครก็ตามที่ใช้แขนซ้ำ ๆ ในมุมเดิมทุกวัน

ข้อดีคือ โรคนี้ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องรักษาให้ถูกวิธี ไม่ใช่แค่ "พักแล้วรอ"


[2]

กาลครั้งหนึ่ง คุณสมชาย ช่างไฟฟ้าวัย 47 ปี ทำงานที่ถนัดได้ทุกวัน จับไขควง ขันน็อต ดึงสายไฟ ไม่มีปัญหาอะไร

ทุกวัน เขาทำงานด้วยมือขวาเป็นหลัก งานช่างต้องใช้แรงข้อมือซ้ำ ๆ แต่ก็ทำมาหลายปีโดยไม่มีปัญหา

จนกระทั่งวันหนึ่ง หลังจากงานหนักต่อเนื่องหลายสัปดาห์ เขาเริ่มรู้สึกแปลบ ๆ ที่ด้านนอกข้อศอกขวาเวลาขันน็อต เขานึกว่าแค่เมื่อยจากทำงานหนัก

เพราะเหตุนั้น เขาพักสักสองสามวัน อาการดีขึ้นบ้าง แต่พอกลับไปทำงานก็กลับมาอีก ครั้งนี้ปวดมากขึ้น หิ้วกระเป๋าเครื่องมือก็เจ็บ บิดมือถือแก้วน้ำก็รู้สึก

เพราะเหตุนั้น เขาเริ่มเลี่ยงงานบางอย่าง และกังวลว่าถ้าอาการแย่ลงเรื่อย ๆ จะยังทำงานได้ไหม

จนในที่สุด สามเดือนต่อมาเขาตัดสินใจมาพบแพทย์ เพราะอาการไม่ดีขึ้นแม้จะพักหลายครั้งแล้ว


[3]

หลายคนไม่รู้ว่า "เทนนิสเอลโบว์" ไม่ใช่การอักเสบแบบเฉียบพลันอย่างที่คิด แต่คือการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็น ซึ่งเกิดจากการใช้งานมากเกินกว่าที่เส้นเอ็นจะฟื้นตัวได้ทัน

ลองนึกภาพว่าเส้นเอ็นที่ยึดกล้ามเนื้อข้อมือกับด้านนอกข้อศอกเหมือนเชือกที่ถูกดึงซ้ำ ๆ มาเป็นเวลานาน เส้นใยเริ่มแตกเป็นรอยเล็ก ๆ เรียกว่า "microtear" แต่ละครั้งอาจเจ็บเล็กน้อยหรือไม่รู้สึกเลย

ร่างกายพยายามซ่อมแซมรอยนั้น แต่บริเวณนี้มีเลือดไปเลี้ยงน้อยและมักถูกใช้ซ้ำก่อนที่จะฟื้นตัวได้ทัน กระบวนการซ่อมแซมจึงไม่สมบูรณ์ เส้นใยใหม่ที่สร้างขึ้นมาเรียงตัวไม่เป็นระเบียบ คอลลาเจนที่สร้างขึ้นมาผิดปกติ เส้นเอ็นจึงอ่อนแอลงและเจ็บเมื่อใช้งาน

นั่นคือสาเหตุที่แค่หิ้วของหรือบิดข้อมือก็เจ็บ แม้ว่าจะ "แค่" ขยับเบา ๆ เพราะเส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพไม่แข็งแรงพอที่จะรับแรงเหล่านั้นได้ตามปกติ

และนั่นคือสาเหตุที่แค่พักไม่พอ เพราะเมื่อเส้นเอ็นเสื่อมสภาพแล้ว การพักเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้เส้นเอ็นสร้างเส้นใยที่แข็งแรงใหม่ขึ้นมา สิ่งที่จำเป็นคือการกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมอย่างถูกวิธี


[4]

"เทนนิสเอลโบว์" หรือที่แพทย์เรียกว่า "ภาวะเส้นเอ็นด้านนอกข้อศอกเสื่อมสภาพ" (lateral epicondylitis) คือภาวะที่เส้นเอ็นกล้ามเนื้อที่ยึดติดกับปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอกเกิดการเสื่อมสภาพจากการใช้ซ้ำ

พบได้ประมาณ 1-3% ของประชากรทั่วไป มักเกิดในช่วงอายุ 35-55 ปี และพบในผู้ที่ต้องใช้แขนในลักษณะเดิมซ้ำ ๆ ในการทำงานหรือกิจกรรมประจำวัน

อาการที่พบบ่อย ได้แก่

• ปวดหรือแสบที่ด้านนอกข้อศอก โดยเฉพาะเวลาจับของ บิดข้อมือ หรือยกของ • เจ็บเมื่อกดตรงปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอก • แรงจับลดลง รู้สึกว่าจับของได้ไม่แน่นเหมือนเดิม • อาการแย่ลงเมื่อทำกิจกรรมซ้ำ ๆ แต่ดีขึ้นชั่วคราวเมื่อพัก


[5]

ใครมีความเสี่ยงเป็นเทนนิสเอลโบว์มากกว่าปกติ

• ทำงานที่ต้องใช้แขนซ้ำ ๆ เช่น ช่าง นักการตลาด เลขานุการ นักดนตรี หรือคนทำงานสายการผลิต

• ต้องบิดข้อมือหรือหมุนแขนท่าเดิมหลายชั่วโมงต่อวัน

• ช่วงอายุ 35-55 ปี กลุ่มที่พบบ่อยที่สุด

• เพิ่งเปลี่ยนลักษณะงานหรือเพิ่มปริมาณการใช้แขนอย่างรวดเร็ว โดยไม่มีช่วงปรับตัว

• เป็นโรคเบาหวาน อาจเพิ่มความเสี่ยงได้เล็กน้อย


[6]

แพทย์วินิจฉัยเทนนิสเอลโบว์อย่างไร

• การซักประวัติ ถามเรื่องอาชีพ กิจกรรม ระยะเวลาที่ปวด และลักษณะอาการ

• การตรวจร่างกาย กดตรงปุ่มกระดูกด้านนอกข้อศอก และทดสอบโดยให้ผู้ป่วยเหยียดข้อมือต้านแรง ถ้าปวดที่ด้านนอกข้อศอกบ่งชี้ว่าเป็นเทนนิสเอลโบว์

• อัลตราซาวด์ ช่วยดูการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นและตัดสาเหตุอื่น ใช้เพื่อวางแผนการรักษาและนำทางการฉีดยา

• เอกซเรย์ มักปกติ แต่ช่วยแยกโรคอื่น เช่น กระดูกงอก

• คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ใช้เมื่อสงสัยว่ามีพยาธิสภาพอื่นร่วม หรือเมื่อวางแผนผ่าตัด


[7]

คนที่เป็นเทนนิสเอลโบว์มักบอกว่าสิ่งที่ต้องการมากที่สุดคือ "กลับมาทำงานได้ปกติโดยไม่เจ็บ" นั่นคือเป้าหมายของการรักษา และทำได้ในคนไข้ส่วนใหญ่

การรักษาโดยไม่ผ่าตัด เป็นแนวทางหลักที่ได้ผลดีในคนไข้ส่วนมาก

[1] ปรับการใช้งาน
ลดหรือหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่กระตุ้นอาการชั่วคราว ไม่ใช่หยุดเคลื่อนไหวทั้งหมด แต่ให้เส้นเอ็นได้พักจากแรงกระตุ้นที่เพิ่มมากเกินไป

[2] การทำกายภาพบำบัดและออกกำลังกายแบบเอ็กเซนทริก
การออกกำลังกายแบบพิเศษที่กระตุ้นกระบวนการสร้างเส้นเอ็นใหม่ เป็นหัวใจสำคัญของการรักษาระยะยาว ไม่ใช่แค่พักเฉย ๆ

[3] การใช้อุปกรณ์พยุงข้อศอก
สายรัดข้อศอกช่วยลดแรงกระทำต่อจุดที่เสื่อมสภาพระหว่างทำกิจกรรม บรรเทาปวดระหว่างรักษา

[4] ยาแก้ปวดและยาทา
ช่วยบรรเทาปวดระหว่างการรักษา ใช้ควบคู่กับวิธีอื่น

[5] การฉีดยา
มีหลายชนิด เช่น การฉีดยาสเตียรอยด์ที่ช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้น และการฉีดพลาสมาเข้มข้น (เกล็ดเลือดเข้มข้น) ที่บางการศึกษาพบว่าให้ผลดีในระยะยาวมากกว่า แพทย์จะพิจารณาตามสภาพและความต้องการของผู้ป่วยแต่ละราย

การผ่าตัด สำหรับรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่นหลัง 6-12 เดือน

• ผ่าตัดเอาเนื้อเยื่อที่เสื่อมสภาพออก ได้ผลดีในรายที่เลือกถูกต้อง


[8]

เทนนิสเอลโบว์ส่วนใหญ่ดีขึ้นได้เองเมื่อเวลาผ่านไป แต่ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจใช้เวลานานหลายปีและมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำสูง

ด้วยการรักษาที่เหมาะสม ผู้ป่วยส่วนมากมีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญใน 3-6 เดือน แม้ว่าบางรายอาจใช้เวลานานกว่านั้น

สิ่งสำคัญในการป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำคือการปรับวิธีการทำงานและออกกำลังกายกล้ามเนื้อแขนให้แข็งแรงอย่างต่อเนื่อง


[9]

ถ้าปล่อยให้เทนนิสเอลโบว์โดยไม่รักษา หรือรักษาไม่ถูกวิธี สิ่งที่อาจเกิดขึ้นคือ

• อาการเรื้อรัง ปวดติดต่อกันนานหลายปีโดยไม่หายสนิท

• เส้นเอ็นอ่อนแอลงเรื่อย ๆ จนกระทบการทำงานและชีวิตประจำวัน

• ในบางรายที่ได้รับการฉีดยาสเตียรอยด์ซ้ำ ๆ โดยไม่ฟื้นฟูเส้นเอ็น อาจทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงในระยะยาว

• ต้องหยุดงานหรือเปลี่ยนอาชีพในกรณีที่รุนแรงและไม่ได้รับการดูแล


[10]

สิ่งที่ทำได้เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ

• ค่อย ๆ เพิ่มความหนักในการทำงานหรือออกกำลังกาย ไม่เพิ่มปริมาณอย่างรวดเร็ว

• เลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับมือและงาน เช่น ด้ามจับที่ไม่แข็งหรือไม่เล็กเกินไป

• ออกกำลังกายกล้ามเนื้อแขนและข้อศอกสม่ำเสมอ

• ยืดเส้นก่อนและหลังทำงานที่ต้องใช้แขนมาก

• ถ้าเริ่มมีอาการ รีบปรึกษาแพทย์ก่อนที่อาการจะเรื้อรัง


[11]

คำถามที่พบบ่อย

[1] ต่างจากปวดข้อศอกด้านในอย่างไร
เทนนิสเอลโบว์ปวดที่ด้านนอกข้อศอก ส่วนด้านในเรียกว่า "โกล์เฟอร์เอลโบว์" เกิดจากกลุ่มกล้ามเนื้อคนละกลุ่ม การตรวจเพื่อแยกทำได้ง่ายโดยแพทย์

[2] แค่พักนานพอไหมไหมถ้าไม่อยากทำกายภาพ
การพักช่วยบรรเทาปวดได้ชั่วคราว แต่เส้นเอ็นที่เสื่อมสภาพต้องการการกระตุ้นอย่างถูกวิธีเพื่อสร้างเนื้อเยื่อใหม่ที่แข็งแรง ถ้าพักอย่างเดียวโดยไม่ฟื้นฟู มีโอกาสสูงที่อาการจะกลับมาเมื่อเริ่มใช้งานอีก

[3] ฉีดยาสเตียรอยด์แล้วจะหายไหม
ยาสเตียรอยด์ช่วยลดปวดได้ดีในระยะสั้น แต่ไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุของการเสื่อมสภาพ การฉีดซ้ำ ๆ อาจทำให้เส้นเอ็นอ่อนแอลงในระยะยาว ควรใช้ควบคู่กับการฟื้นฟูเส้นเอ็น

[4] ต้องผ่าตัดไหม
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง การผ่าตัดสงวนไว้สำหรับรายที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาแบบอื่นมาแล้วอย่างน้อย 6-12 เดือน

[5] กลับมาทำงานได้เร็วแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและลักษณะงาน บางรายกลับมาทำงานได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ถ้าดูแลตั้งแต่เริ่ม บางรายที่อาการเรื้อรังอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน แพทย์จะช่วยวางแผนให้เหมาะกับงานของแต่ละคน


[12]

สรุปสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับปวดข้อศอก-เทนนิสเอลโบว์

• ไม่ต้องเล่นเทนนิสก็เป็นได้ คนที่เสี่ยงมากที่สุดคือผู้ที่ใช้แขนซ้ำ ๆ ในงานหรือชีวิตประจำวัน

• สาเหตุที่แท้จริงคือการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็น ไม่ใช่การอักเสบเฉียบพลัน ดังนั้นการรักษาต้องฟื้นฟูเส้นเอ็น ไม่ใช่แค่ลดการอักเสบ

• แค่พักอย่างเดียวมักไม่พอ การออกกำลังกายแบบถูกวิธีเป็นหัวใจของการรักษา

• ส่วนใหญ่รักษาหายได้โดยไม่ผ่าตัด ถ้าเริ่มรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ และถูกวิธี

• คุณไม่ได้อยู่คนเดียว ผู้ป่วยเทนนิสเอลโบว์จำนวนมากกลับมาทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติ ดูแลตัวเองเพื่อให้มือที่ทำงานมาตลอดยังคงแข็งแรงต่อไปได้นาน


บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับปวดข้อศอก-เทนนิสเอลโบว์ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล อาการและความเสี่ยงของแต่ละคนแตกต่างกัน ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการประเมินและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับตัวคุณ

ความเจ็บปวดไม่ควรจำกัดชีวิตคุณ หลายกรณีสามารถรักษาได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละคนอย่างแท้จริง

ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อได้ที่ Line ID @doctorkeng

เพิ่มเพื่อน Line https://lin.ee/swOi91Q โทร 081-5303666


#เทนนิสเอลโบว์ #ปวดข้อศอก #ข้อศอก #กระดูกและข้อ #หมอเก่ง #doctorkeng #tennisElbow #lateralEpicondylitis #สุขภาพกระดูก #orthopedics #ปวดเส้นเอ็น

คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดข้อศอกแบบนี้ต้องพักนานแค่ไหนถึงจะหายคะ?

A: การพักเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ การรักษาที่ถูกวิธีจะช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเส้นเอ็นให้ดีขึ้น

Q: ถ้าไม่ได้เล่นเทนนิส ทำไมถึงเป็นเทนนิสเอลโบว์ได้คะ?

A: โรคนี้เกิดจากการใช้งานแขนซ้ำๆ ในท่าเดิมทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกีฬา

Q: อาการปวดข้อศอกแบบนี้ต้องผ่าตัดไหมคะ?

A: ส่วนใหญ่แล้วโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด

Q: เส้นเอ็นที่ข้อศอกเสื่อมสภาพแล้ว จะกลับมาแข็งแรงเหมือนเดิมได้ไหม?

A: การรักษาที่ถูกต้องจะช่วยกระตุ้นให้เส้นเอ็นสร้างเส้นใยที่แข็งแรงขึ้นมาใหม่ได้ในหลายกรณี

Q: มีวิธีป้องกันไม่ให้อาการปวดข้อศอกกลับมาอีกไหมคะ?

A: การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้งานแขนและบริหารกล้ามเนื้ออย่างสม่ำเสมออาจช่วยป้องกันได้