ปวดบวมข้อเท้า เดินลงน้ำหนักไม่ได้ โดย ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์

ปวดบวมข้อเท้า เดินลงน้ำหนักไม่ได้ ถ้าอาการเป็นแบบเฉียบพลันภายใน 1-2 วัน ในผู้ชายอายุประมาณ 30-50 ปี น้ำหนักมาก เป็นหลังจากดื่มแอลกอฮอล์ หนึ่งในสาเหตุที่เป็นไปได้คือ โรคเก๊าท์ เฉียบพลัน ทำให้เกิดการตกตะกอนของกรดยูริกที่ข้อ
ปวดบวมข้อเท้า
อาการปวดมากแทบจะร้องไห้เลยนะครับ ขยับข้อเท้าจะปวดมากๆการวินิจฉัยด้วยการตรวจร่างกายจะพบว่าข้อมีการบวมค่อนข้างมาก กดเจ็บรอบข้อเท้าตรวจด้วย ultrasound จะพบการอักเสบ มีน้ำภายในข้อเท้า
ตรวจข้อเท้าด้วย ultrasound
พบน้ำอักเสบในข้อเท้า
แนวทางการรักษา
ดูดน้ำที่มีการอักเสบออกนะครับ เพราะน้ำที่มีมากจะเพิ่มความดันภายในข้อแคปซูลของข้อขยายตัวจะปวดมากร่วมกับการฉีดยาลดการอักเสบเพื่อลดการอักเสบภายในข้อ

ในช่วงนี้ควรใช้ความเย็นประคบนะครับ เพื่อบรรเทาปวด อย่าขยับมาก ยังไม่ควรออกกำลังกาย ร่วมกับการทานยาลดการอักเสบ และลดปวด อาการจะดีขึ้นประมาณ 2-4 วัน ในช่วงนี้ก็ทานยาลดการอักเสบก่อนนะครับ หลังจากอาการปวดดีขึ้นแล้วก็ควรไปตรวจระดับยูริก ในร่างกายว่าสูงหรือไม่ ร่วมกับการประเมินไตเพราะถ้าเป็นเก๊าท์มานานๆอาจจะทำให้ไตเสื่อมได้ครับ

ถ้ายูริกสูงมากก็อาจจะต้องทานยาลดยูริกร่วมด้วยนะครับ เป้าประสงค์ในการทานยาลดยูริกเพื่อป้องกันไม่ให้ไตเสื่อม และลดการเกิดอักเสบเฉียบพลันขึ้นมาอีก


สอบถามปัญหาสุขภาพกระดูกและข้อได้ที่

Line OA: https://lin.ee/swOi91Q หรือ Line ID search @doctorkeng
Website: www.doctorkeng.com
YouTube: https://www.youtube.com/results?search_query=taninnit+leerapun
Facebook: หมอเก่งไขปัญหาปวดกระดูกและข้อ
Blockdit:https://www.blockdit.com/doctorkeng

คำถามที่พบบ่อย

Q: ปวดข้อเท้าบวมมาก เดินไม่ได้แบบนี้ เป็นเก๊าท์ใช่ไหมคะ? A: อาการปวดบวมข้อเท้าเฉียบพลันในผู้ชายวัยกลางคนหลังดื่มแอลกอฮอล์ อาจเป็นสัญญาณของโรคเก๊าท์เฉียบพลันได้ครับ

Q: ถ้าเป็นเก๊าท์ จะมีวิธีรักษาให้หายขาดไหมคะ? A: การรักษาจะเน้นที่การลดการอักเสบและควบคุมระดับกรดยูริกในเลือด ซึ่งอาจช่วยให้อาการดีขึ้นและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำได้ครับ

Q: หมอจะรักษาอาการปวดบวมข้อเท้าของหนูยังไงบ้างคะ? A: ในเบื้องต้น แพทย์อาจพิจารณาดูดน้ำในข้อเท้าที่อักเสบออก และฉีดยาลดการอักเสบเพื่อบรรเทาอาการปวดครับ

Q: ต้องทำกายภาพบำบัดนานแค่ไหนคะ กว่าจะกลับมาเดินได้ปกติ? A: ระยะเวลาในการฟื้นตัวและกลับมาเดินได้ปกติจะแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการและการตอบสนองต่อการรักษาครับ