เคสของผู้หญิงอายุ 41 ปี ที่มีอาการ ปวดคอ บ่า สะบัก ปวดขึ้นหัว เคล็ดง่าย เป็นมานานกว่า 10 ปี และเอกซเรย์พบว่ามี กระดูกคอเสื่อมระดับ C5–C6 เป็นเคสที่พบได้บ่อยมากในวัยทำงาน โดยเฉพาะคนที่ต้องนั่งหน้าคอม ใช้มือถือก้มหน้า หรือเกร็งไหล่เวลาทำงาน
ยากิน–ยาทา “ช่วยได้บางครั้งแต่ไม่หายขาด” เป็นสัญญาณว่าอาการไม่ได้เกิดจากกล้ามเนื้อตึงเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการอักเสบของ ข้อต่อคอ (Facet joint) และ รากประสาทคอ ร่วมด้วย ซึ่งรักษาได้ตรงจุดขึ้นด้วยหัตถการแบบแม่นยำภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guided Injection)
บทความนี้สรุปให้ครบ ทั้งสาเหตุ อาการ การวินิจฉัย และทางเลือกการรักษาที่ได้ผลจริง
อาการของผู้ป่วยรายนี้เข้ากับกลุ่ม คอเสื่อม + ข้อต่อคออักเสบ + เส้นประสาทคอระคายเคือง ซึ่งทำให้เกิดอาการดังนี้
✔ ปวดคอเรื้อรัง
✔ ปวดบ่า–สะบักเหมือนมีอะไรดึงรั้ง
✔ ปวดร้าวขึ้นศีรษะ (Cervicogenic headache)
✔ เคล็ดคอบ่อย เวลาเผลอหันเร็ว ๆ
✔ ปวดมากขึ้นเวลานั่งนาน ทำงานคอม ใช้มือถือ
หมอนรองคอเสื่อมระดับ C5–C6
Facet joint อักเสบ (ตำแหน่งที่ทำให้ปวดขึ้นหัวและลงสะบัก)
กล้ามเนื้อคอ–สะบักเกร็งเรื้อรัง
ท่าใช้งานคอผิดซ้ำ ๆ (Text neck)
หมอต้องแยกว่าอาการมาจาก “กล้ามเนื้อ” หรือ “ข้อต่อคอ” หรือ “รากประสาทคอ” เพราะแต่ละจุดต้องใช้การรักษาไม่เหมือนกัน
1) ตรวจร่างกายเฉพาะทางคอ–บ่า–สะบัก
ตรวจจุดกดเจ็บของ facet joint
ตรวจการหมุน–ก้ม–เงยคอ
ตรวจเส้นประสาท C5–C6
ตรวจการทำงานของสะบัก
2) X-ray คอ
3) MRI (เฉพาะกรณีจำเป็น)
ผู้ป่วยหลายรายกินยาคลายกล้ามเนื้อ NSAIDs มานาน แต่ยังปวด เพราะโรคไม่ได้อยู่ที่กล้ามเนื้ออย่างเดียว
⭐ 1)Facet joint อักเสบ (Cervical facet syndrome)
→ ทำให้ปวดคอ–สะบัก–ขึ้นท้ายทอย
⭐ 2)รากประสาทคอระคายเคือง (Cervical radiculopathy)
เมื่อรู้ตำแหน่งที่อักเสบ การรักษาจึงตรงจุดขึ้นมาก
เป็นการรักษาที่ได้ผลดีสำหรับผู้ที่ปวดเฉียบพลัน หรือปวดเรื้อรัง และไม่ตอบสนองต่อยาหรือกายภาพเพียงอย่างเดียว
✔ วิธีทำ (เข้าใจง่าย):
หมอจะใช้ เครื่องอัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ส่องดูตำแหน่งรากประสาทหรือข้อต่อที่อักเสบแบบ Real-time
เพื่อเลี่ยงเส้นเลือด–เส้นประสาทใหญ่ แล้วใช้เข็มเล็กฉีดยาลดอักเสบปริมาณต่ำเข้า
✔ ตำแหน่งที่ฉีดได้ผลมาก:
รอบรากประสาท C5–C6
Facet joint ระดับ C4–5 / C5–6 / C6–7
บริเวณ levator scapulae insertion (ถ้าปวดสะบักมาก)
✔ ข้อดี
ลดปวดเฉพาะจุดชัดเจน
ลดปวดขึ้นหัว–ปวดคอ–สะบัก
ลดกล้ามเนื้อตึงเรื้อรัง
ทำให้กายภาพได้ผลชัดกว่าเดิม
ปลอดภัยกว่าแบบ X-ray เพราะมองเห็นเส้นเลือด–เส้นประสาทโดยตรง
✔ ระยะเวลาเห็นผล
ผลอยู่นาน 1–3 เดือน และทำซ้ำได้หากจำเป็น
การฉีดยาอย่างเดียวไม่พอ ต้องปรับการใช้งานคอใหม่ทั้งหมด
✔ 1) ลดท่าก้มคอนาน ๆ
ยกมือถือขึ้นระดับหน้า
ตั้งจอคอมให้สูงระดับสายตา
✔ 2) เปลี่ยนหมอน
ควรใช้หมอนที่คออยู่ในแนวเดียวกับลำตัว
✔ 3) พักทุก 45 นาทีเมื่อทำงานคอมหรือใช้มือถือ
หญิงอายุ 41 ปี ปวดคอ–บ่า–สะบักเรื้อรัง 10 ปี จากคอเสื่อม C5–C6
แนวทางที่ได้ผลคือ:
ทำกายภาพบำบัด
ปรับพฤติกรรมคอทั้งในชีวิตประจำวันและการทำงาน
และสามารถใช้ชีวิตได้ปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัด
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
#ปวดคอ #คอเสื่อม #C5C6 #ปวดบ่า #สะบักจม #ฉีดFacet #UltrasoundGuided #หมอเก่ง

Q: ปวดคอ บ่า สะบัก มา 10 ปีแล้ว กินยาคลายกล้ามเนื้อก็ไม่หาย จะเป็นอะไรมากไหมคะ? A: อาการปวดเรื้อรังอาจเกิดจากการอักเสบของข้อต่อคอและเส้นประสาท ซึ่งยาคลายกล้ามเนื้ออาจช่วยได้เพียงบางส่วน
Q: กระดูกคอเสื่อม C5-C6 นี่อันตรายไหมคะ? A: กระดูกคอเสื่อมอาจทำให้เกิดอาการปวดและข้อจำกัดในการเคลื่อนไหวได้ ซึ่งการรักษาที่ตรงจุดอาจช่วยให้อาการดีขึ้น
Q: การฉีดยาเข้าไปที่คอ จะเจ็บมากไหมคะ แล้วปลอดภัยหรือเปล่า? A: การฉีดยาภายใต้เครื่องอัลตราซาวนด์จะช่วยให้แพทย์มองเห็นตำแหน่งที่แม่นยำ ลดความเสี่ยง และอาจช่วยลดอาการปวดได้
Q: ถ้าปวดคอจากการนั่งทำงานนานๆ ต้องรักษาแบบไหนคะ? A: อาการปวดจากการใช้งานคอผิดท่าซ้ำๆ อาจต้องพิจารณาการรักษาที่ต้นเหตุของการอักเสบของข้อต่อคอและเส้นประสาท
Q: การรักษาด้วยการฉีดยา จะหายขาดเลยไหมคะ? A: การฉีดยาอาจช่วยลดอาการปวดเฉพาะจุดได้อย่างชัดเจน และทำให้การรักษาอื่นๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล