
หลายคนที่เป็นโรครูมาตอยด์อาจเริ่มมีอาการปวดเข่าบ่อย บวม นิ่ม ๆ ร้อน ๆ และรู้สึกว่าข้อเข่าเริ่มใช้งานไม่เหมือนเดิม เดินนานไม่ได้ ลุกนั่งแล้วเจ็บ หรือบางคนเริ่มรู้สึกว่า “ข้อเข่าเหมือนหลวม ๆ จะทรุดตลอดเวลา”
หลายคนเข้าใจว่าโรครูมาตอยด์ทำให้ “ข้ออักเสบเฉย ๆ” แต่ความจริงคือ ถ้าปล่อยไว้โดยไม่รักษาให้ถูกจุด โรครูมาตอยด์สามารถทำให้ ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติหลายเท่า จนถึงขั้นข้อพังหรือผิดรูปได้
หมออยากเขียนเรื่องนี้เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวเข้าใจสาเหตุ อาการเตือน การตรวจ และวิธีรักษาแบบถูกต้อง ก่อนที่ข้อเข่าจะเสียหายจนแก้ไขยากครับ
คุณลัดดาวรรณ อายุ 52 ปี เป็นรูมาตอยด์มา 6 ปี ช่วงแรกกินยาบ้าง หยุดบ้าง เพราะรู้สึกว่าอาการดีขึ้น แต่ 1 ปีก่อนเริ่มปวดเข่ามากขึ้นจนเดินไกลไม่ได้ และเข่าบวมแทบทุกวันตอนตื่นนอน
เธอบอกหมอว่า:
“หมอคะ หนูนึกว่าแค่ข้ออักเสบ แต่นี่เข่าหนูเหมือนทรุด จะยืนลำบากมาก กลัวว่าจะต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าแล้วค่ะ”
หลังตรวจพบว่าเธอเริ่มมีภาวะข้อเข่าเสื่อมจากรูมาตอยด์ ซึ่งเกิดขึ้นเพราะ ข้ออักเสบเรื้อรังนานจนกระดูกอ่อนถูกทำลาย
เมื่อปรับยา ควบคุมโรคอย่างต่อเนื่อง และทำกายภาพอย่างถูกวิธี อาการปวดและบวมลดลงมาก และช่วยชะลอความเสื่อมได้ทัน
หมอจึงอยากให้ทุกคนรู้ว่าการ “ควบคุมการอักเสบตั้งแต่เนิ่น ๆ” สำคัญที่สุดในการป้องกันข้อเข่าเสื่อมจากรูมาตอยด์ครับ
รูมาตอยด์เป็นโรคที่ภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ ทำให้เกิดการอักเสบในเยื่อบุข้อ เมื่อข้ออักเสบต่อเนื่องนานปี จะเกิดผลดังนี้:
กระดูกอ่อนที่บุข้อเข่าเริ่มถูกทำลาย
น้ำข้อผิดปกติ ทำให้ข้อลื่นน้อยลง
เส้นเอ็นรอบข้อเข่าเริ่มหย่อน
เกิดการสึกหรอเร็วกว่าคนทั่วไปหลายเท่า
จึงไม่น่าแปลกที่ผู้ป่วยรูมาตอยด์บางรายข้อเสื่อมเร็วกว่าผู้สูงอายุที่ไม่เป็นโรครูมาตอยด์ครับ
ปวดเข่าชัดเจน โดยเฉพาะตอนตื่นนอนหรือตอนเย็น
เข่าบวม นิ่ม ร้อน
มีอาการฝืดหรือตึงตอนเช้า นานกว่า 30 นาที
เดินไกลไม่ได้เหมือนเดิม
เข่าทรุดเวลาเหยียบพื้น หรือรู้สึกว่าข้อไม่มั่นคง
เข่าเริ่มโก่งหรือผิดรูป
ถ้าเริ่มมีอาการเหล่านี้ ควรตรวจให้เร็วที่สุดเพื่อป้องกันข้อพังครับ
ดูอาการบวม ความร้อน การขยับ และความมั่นคงของข้อ
ค่าบ่งชี้การอักเสบ
ค่าที่เกี่ยวข้องกับรูมาตอยด์
ช่วยประเมินความรุนแรงและกิจกรรมของโรค
ดูว่ามีความเสื่อมหรือกระดูกอ่อนสึกมากน้อยแค่ไหน
ช่วยดูเยื่อบุข้ออักเสบ น้ำในข้อ และเส้นเอ็นรอบข้อ
ช่วยดูรายละเอียดของกระดูกอ่อน เอ็น และการอักเสบที่ลึกกว่าเอกซเรย์เห็น
ผลการตรวจทั้งหมดช่วยให้หมอวางแผนรักษาเพื่อชะลอความเสื่อมให้ได้มากที่สุดครับ
เป็นหัวใจของการชะลอข้อพัง
แพทย์จะเลือกใช้ยาเฉพาะของโรครูมาตอยด์ เช่น
ยากลุ่มควบคุมโรค (DMARDs)
ยากลุ่มชีวภาพ (ตามความจำเป็น)
เพื่อหยุดการอักเสบก่อนที่ข้อเข่าจะเสื่อมมากขึ้น
ในกรณีข้อเข่าบวมมาก การฉีดยาเข้าในข้อช่วยให้การอักเสบสงบเร็ว ฟื้นตัวง่ายขึ้น และลดความเสียหายของกระดูกอ่อน
ช่วยให้กล้ามเนื้อรอบข้อเข่าแข็งแรงและลดแรงกดต่อข้อ
ประกอบด้วย:
บริหารกล้ามเนื้อต้นขา
ยืดเหยียดกล้ามเนื้อ
ฝึกการเดินและทรงตัว
น้ำหนักที่ลดลงแม้เพียง 5–10% ช่วยลดแรงกดบนข้อเข่าได้อย่างชัดเจน
หลีกเลี่ยงขึ้น-ลงบันไดบ่อย ๆ
หลีกเลี่ยงการนั่งกับพื้น นั่งพับเพียบ หรือนั่งขัดสมาธิ
เลือกรองเท้าพื้นนุ่ม
ใช้ในกรณีที่ข้อเข่าเสียหายมาก เดินลำบาก หรือรูปข้อผิดรูปจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน
การผ่าตัดช่วยให้เดินได้ดีขึ้น ลดปวด และปรับคุณภาพชีวิตได้มาก แต่จะทำเฉพาะในรายที่จำเป็นจริง ๆ
หากควบคุมการอักเสบได้ดี ข้อเข่าสามารถใช้งานได้อีกยาวนาน
ผู้ป่วยที่ดูแลต่อเนื่องมักป้องกันไม่ให้ข้อพังได้
แต่ถ้าปล่อยไว้นาน ข้ออาจเสื่อมมากจนต้องผ่าตัด
จุดสำคัญคือ “เริ่มรักษาเร็วและต่อเนื่อง” ช่วยลดความเสียหายของข้อได้มากที่สุดครับ
รูมาตอยด์ไม่ได้ทำให้แค่ข้ออักเสบชั่วคราว แต่สามารถทำให้ข้อเข่าเสื่อมเร็วและผิดรูปได้หากปล่อยไว้นาน การรักษาอย่างต่อเนื่อง การปรับยาให้เหมาะสม และการทำกายภาพสม่ำเสมอ คือกุญแจสำคัญในการป้องกันไม่ให้ข้อพัง
ถ้าเริ่มปวดเข่า บวม หรือตึงตอนเช้าเป็นเวลานาน อย่ารอให้ข้อเสียหายจนแก้ไขยากนะครับ การตรวจเร็วช่วยรักษาได้ดีที่สุด
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง)
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666
#รูมาตอยด์ #ข้อเข่าเสื่อม #ข้อเข่าพัง #ข้ออักเสบเรื้อรัง #หมอเก่งให้ความรู้ #กระดูกและข้อ
Q: เป็นรูมาตอยด์แล้วปวดเข่า ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเลยไหมคะ? A: ในหลายกรณี การควบคุมการอักเสบของโรครูมาตอยด์อย่างต่อเนื่องอาจช่วยชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ และอาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัดทันที Q: ทำไมข้อเข่าถึงเสื่อมเร็วกว่าคนทั่วไป ทั้งที่อายุยังไม่มาก? A: การอักเสบเรื้อรังจากโรครูมาตอยด์สามารถทำลายกระดูกอ่อนและโครงสร้างรอบข้อเข่า ทำให้เกิดความเสื่อมได้เร็วกว่าปกติ Q: มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ข้อเข่าพังไปมากกว่านี้? A: การควบคุมโรครูมาตอยด์ให้ดีด้วยยาที่แพทย์สั่ง และการทำกายภาพบำบัดที่เหมาะสม อาจช่วยชะลอความเสื่อมของข้อเข่าได้ Q: ถ้ามีอาการปวดเข่า บวม ร้อน ควรไปหาหมอเลยไหม? A: หากมีอาการเหล่านี้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและประเมินความรุนแรงของข้อเข่าโดยเร็วที่สุด Q: การออกกำลังกายจะช่วยเรื่องข้อเข่าเสื่อมจากรูมาตอยด์ได้ไหม? A: การออกกำลังกายที่เหมาะสมและไม่ลงน้ำหนักมากเกินไป อาจช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อรอบข้อเข่าและลดอาการปวดได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกายภาพบำบัดก่อน