“คุณหมอครับ ช่วงนี้ผมเดินแล้วสะโพกข้างขวาปวดมาก เดินได้นิดเดียวก็เจ็บ ต้องหยุดพัก บางทีรู้สึกสะโพกร้าวลงไปถึงต้นขา เดิน ๆ ไปก็เหมือนจะกะเผลก เพื่อนบอกว่าอาจจะเป็นแค่กล้ามเนื้อ แต่ผมกลัวว่าจะเป็นอย่างอื่นครับ”
นี่คือคำบ่นของคุณวิชัย อายุ 48 ปี ที่เดินเข้าห้องตรวจด้วยอาการเจ็บสะโพกข้างเดียวที่ไม่หายสักที การปวดแบบนี้อาจไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะเบื้องหลังอาจคือโรคที่เรียกว่า “หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดไปเลี้ยง” หรือที่หมอมักเรียกสั้น ๆ ว่า AVN
หัวกระดูกสะโพกเปรียบเสมือน “ลูกกลม ๆ” ที่อยู่บนสุดของกระดูกต้นขา สวมเข้ากับเบ้าสะโพกพอดี ทำหน้าที่เป็นข้อต่อหลักในการเดิน ยืน หรือแม้แต่การนั่ง
เมื่อหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงบริเวณหัวกระดูกสะโพกถูกปิดกั้น เลือดไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้เซลล์กระดูกค่อย ๆ ขาดอาหารและตายลง พอเวลาผ่านไปโครงสร้างกระดูกอ่อนแอและ “ยุบตัว” จนทำให้ข้อสะโพกเสื่อมและปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลองนึกภาพ “เจลลี่ที่ถูกบีบไม่ให้เลือดไหลเข้า” พอเนื้อในตายลงก็จะค่อย ๆ ยุบตัว คล้าย ๆ ขนมปังที่เนื้อในแฟบ แต่ยังมีเปลือกด้านนอกอยู่ ภาวะนี้ก็คือสิ่งที่เกิดกับหัวกระดูกสะโพกครับ
โรคนี้ไม่ได้เกิดกับใครก็ได้ แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่พบได้บ่อย เช่น
การดื่มสุราหนักเป็นเวลานาน
การใช้ยาสเตียรอยด์ในปริมาณสูงต่อเนื่อง
การบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุ เช่น กระดูกสะโพกหัก ทำให้หลอดเลือดเสียหาย
โรคบางชนิด เช่น โรคเลือดบางประเภท ที่ทำให้หลอดเลือดอุดตันง่าย
บางครั้งก็เกิดขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด
ระยะแรกอาจไม่มีอาการชัดเจน แต่เมื่อโรคดำเนินไป ผู้ป่วยมักเจออาการเหล่านี้
ปวดสะโพก โดยเฉพาะเวลาเดินหรือยืน
ปวดร้าวลงต้นขา หรือบางทีรู้สึกที่ก้น
เดินนาน ๆ แล้วเจ็บจนต้องหยุดพัก
มีการเดินกะเผลก เพราะลงน้ำหนักข้างที่เจ็บไม่เต็มที่
ในระยะรุนแรง ข้อสะโพกอาจติด ขยับไม่สะดวก
ซักประวัติและตรวจร่างกาย — หมอจะถามถึงอาการ การดื่มสุรา ประวัติการใช้ยา หรืออุบัติเหตุที่ผ่านมา
เอกซเรย์ (X-ray) — ใช้ดูโครงสร้างกระดูกว่ามีการยุบตัวหรือผิดรูปหรือไม่ แต่ในระยะแรกอาจยังไม่เห็นชัด
เอ็มอาร์ไอ (MRI) — เป็นการตรวจที่ละเอียดที่สุด สามารถเห็นสัญญาณของกระดูกขาดเลือดตั้งแต่ระยะแรกได้
การตรวจเลือด — บางครั้งใช้เพื่อหาสาเหตุ เช่น โรคเลือด หรือปัญหาการแข็งตัวของเลือด
ขึ้นอยู่กับระยะของโรคและความรุนแรงของอาการ โดยแนวทางหลัก ๆ มีดังนี้
การปรับพฤติกรรม: ลดการลงน้ำหนักที่ข้อสะโพก เช่น ใช้ไม้เท้าช่วยพยุง งดกิจกรรมที่ต้องกระแทกสะโพก
ยา: ยาแก้ปวด หรือยาแก้อักเสบเพื่อลดอาการ
การทำกายภาพบำบัด: เพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อรอบสะโพก ลดภาระที่ข้อ
การรักษาเฉพาะที่: เช่น การฉีดยาลดอักเสบเข้าข้อ โดยอาศัยเครื่อง ultrasound ช่วยระบุตำแหน่ง
การผ่าตัด: ในรายที่กระดูกยุบตัวมากหรือข้อสะโพกเสื่อม อาจต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
หัวกระดูกสะโพกขาดเลือดเป็นโรคที่มักค่อย ๆ แย่ลงตามเวลา หากไม่รักษา กระดูกมักยุบตัวและข้อสะโพกเสื่อมจนกระทบต่อการเดินและคุณภาพชีวิต
แต่ถ้าพบตั้งแต่ระยะต้นและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น การลดปัจจัยเสี่ยง กายภาพ หรือในบางรายอาจใช้วิธีผ่าตัดเล็กเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนกลับมา โอกาสที่ข้อสะโพกจะอยู่ได้นานขึ้นก็มีสูง
หากปล่อยจนถึงระยะท้าย การรักษาที่ช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติที่สุดคือ “การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม” ซึ่งในปัจจุบันมีเทคนิคที่ปลอดภัยและฟื้นตัวได้เร็วขึ้นมาก
ข้อสะโพกเสื่อมก่อนวัย
ปวดเรื้อรังจนเดินไม่ได้
การเดินผิดปกติ ส่งผลต่อเข่าและหลัง
คุณภาพชีวิตลดลงอย่างมาก
งดหรือลดการดื่มสุรา
หลีกเลี่ยงการใช้ยาสเตียรอยด์โดยไม่จำเป็น
ควบคุมน้ำหนัก ลดแรงกดที่ข้อสะโพก
บริหารกล้ามเนื้อรอบสะโพกและต้นขา
หากมีอาการปวดสะโพกนาน ๆ ไม่หาย ควรรีบปรึกษาแพทย์
อาการปวดสะโพกที่เป็นเรื้อรัง ไม่ควรมองว่าเป็นเรื่องเล็ก เพราะอาจเป็นสัญญาณของ “หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด” โรคนี้ถ้าเจอตั้งแต่ระยะต้นจะรักษาได้ง่ายกว่าและช่วยชะลอการเสื่อมของข้อสะโพกได้ แต่ถ้าปล่อยไว้นานจนกระดูกยุบ การรักษาอาจต้องถึงขั้นผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเลยทีเดียว
ดังนั้น หากใครหรือคนใกล้ตัวมีอาการปวดสะโพก เดินกะเผลก ปวดร้าวลงขา อย่าปล่อยทิ้งไว้ ควรเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษาที่เหมาะสมครับ
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
#ปวดสะโพก #หัวกระดูกสะโพกขาดเลือด #กระดูกและข้อ #ข้อสะโพกเสื่อม #ปวดเดินกะเผลก #หมอเก่งกระดูกและข้อ

Q: ปวดสะโพกแบบนี้ ต้องรีบไปหาหมอเลยไหมคะ? A: หากมีอาการปวดสะโพกมาก เดินกะเผลก หรือปวดร้าวลงขา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุค่ะ Q: ถ้าเป็นหัวกระดูกสะโพกขาดเลือด จะรักษาให้หายขาดได้ไหมคะ? A: การรักษาขึ้นอยู่กับระยะของโรค หากพบตั้งแต่ระยะต้นและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม อาจช่วยชะลอการเสื่อมของข้อสะโพกได้ค่ะ Q: ดื่มเหล้าหนักๆ จะทำให้เป็นโรคนี้ได้จริงเหรอคะ? A: การดื่มสุราหนักเป็นเวลานานเป็นปัจจัยเสี่ยงหนึ่งที่อาจทำให้เกิดภาวะหัวกระดูกสะโพกขาดเลือดได้ค่ะ Q: MRI กับเอกซเรย์ อันไหนตรวจได้ดีกว่ากันคะ? A: MRI เป็นการตรวจที่ละเอียดกว่า สามารถเห็นสัญญาณของกระดูกขาดเลือดได้ตั้งแต่ระยะแรก ในขณะที่เอกซเรย์อาจยังไม่เห็นชัดในระยะเริ่มต้นค่ะ Q: ถ้าเป็นแล้ว ต้องผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมตลอดเลยไหมคะ? A: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมอาจเป็นทางเลือกในกรณีที่กระดูกยุบตัวมากหรือข้อสะโพกเสื่อมแล้วค่ะ