ปวดเข่าหลังล้ม เข่าบวม เดินลำบาก ตรวจแล้วมีเลือดในข้อ... ต้องผ่าตัดไหม?
คุณชัย อายุ 37 ปี มาห้องฉุกเฉินด้วยอาการเข่าขวาบวมโต ขยับไม่ได้เลย เดินก็ไม่ไหว ต้องใช้ไม้เท้าพยุงเข้ามา พอบอกว่าเพิ่งล้มเมื่อตอนบ่าย ขาไปกระแทกพื้นเต็มแรง ตอนนั้นคิดว่าไม่เป็นไร แต่พอตกเย็นเข่าก็บวมขึ้นเรื่อย ๆ ปวดมากจนทนไม่ไหวเลยต้องรีบมารพ.
หมอตรวจแล้วพบว่าเข่าบวมจากของเหลวในข้อที่มากกว่าปกติ จึงใช้เข็มเจาะข้อดู พบว่าเป็นเลือดปนออกมา... ทำให้ต้องรีบสืบหาสาเหตุทันที
ถ้าเจาะข้อแล้วเจอเลือด แปลว่าเอ็นหรือหมอนรองกระดูกขาดใช่ไหม?
หลายคนคิดว่าเข่าบวมต้องมีน้ำในข้อเสมอ แต่ในบางกรณี โดยเฉพาะจากอุบัติเหตุ การล้ม หรือการกระแทก อาจเกิดการฉีกขาดของเอ็นไขว้หน้า (ACL), หมอนรองกระดูกฉีก หรือแม้แต่กระดูกอ่อนหลุดออกจากผิวข้อ ส่งผลให้มีเลือดออกในข้อทันทีที่บาดเจ็บ
เลือดนี้ไม่ได้ออกจากแผลภายนอก แต่เป็นเลือดที่ร่างกายหลั่งออกมาจากเนื้อเยื่อที่ฉีกขาดภายในข้อ ซึ่งทำให้ข้อเข่าบวมตึง เจ็บ และขยับลำบาก
เข่ามีเลือดในข้อ สาเหตุหลัก ๆ ที่พบบ่อย คือ
เอ็นไขว้หน้าขาด (ACL tear)
หมอนรองกระดูกฉีก (meniscus tear)
กระดูกอ่อนแตกหรือหลุด (osteochondral fracture)
การบาดเจ็บจากแรงกระแทกรุนแรง เช่น ล้มจากที่สูง หรืออุบัติเหตุรถยนต์
กรณีที่มีเลือดออกในข้อเรื้อรัง เช่น โรคเลือดบางบางชนิด (เช่น Hemophilia)
หมอจะวินิจฉัยอย่างไร?
อันดับแรก หมอจะซักประวัติการล้ม อาการที่เกิดขึ้นทันที และระยะเวลาที่เริ่มบวม
จากนั้นจะตรวจร่างกายเพื่อดูว่าข้อเข่าเสถียรหรือไม่ เอ็นยังยึดข้ออยู่หรือเปล่า ตรวจอาการล็อกของข้อที่อาจบ่งบอกว่าหมอนรองกระดูกฉีก
หากเข่าบวมมาก มักต้องเจาะดูดของเหลวออก ซึ่งในกรณีที่มีเลือดปนชัดเจน จะส่งตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม และทำให้เข่าเบาขึ้นทันที
การตรวจเพิ่มเติมที่มักใช้
X-ray เพื่อดูว่ากระดูกหักหรือไม่ หรือมีเศษกระดูกที่แตกในข้อหรือเปล่า
MRI เป็นการตรวจหลักในกรณีที่สงสัยเอ็นฉีก หมอนรองกระดูกขาด หรือกระดูกอ่อนเสียหาย เพราะจะเห็นรายละเอียดในเนื้อเยื่ออ่อนชัดมาก
รักษาอย่างไร? ต้องผ่าตัดไหม?
ไม่ใช่ทุกคนที่มีเลือดในข้อจะต้องผ่าตัด ขึ้นอยู่กับว่าโครงสร้างใดเสียหาย
ถ้าเอ็นไขว้หน้าขาด (ACL) ในคนที่ยังอายุน้อยหรือเล่นกีฬา อาจแนะนำผ่าตัดเพื่อซ่อมเอ็น
ถ้าหมอนรองกระดูกฉีกในตำแหน่งที่มีเลือดมาเลี้ยงดี อาจเย็บซ่อมได้ หรือในบางกรณีที่ฉีกในจุดที่ไม่มีเลือดมาเลี้ยง อาจต้องตัดบางส่วนออก
ถ้ามีเลือดในข้อจากแรงกระแทก แต่ไม่พบสิ่งผิดปกติอื่น อาจรักษาแบบประคับประคอง เช่น การพักข้อ ประคบเย็น ใช้ไม้เท้าช่วยเดิน และทำกายภาพบำบัด
หมออาจใช้ Ultrasound เพื่อช่วยในการเจาะข้อ หรือดูถุงน้ำร่วมด้วย โดยเฉพาะกรณีที่บวมมาก หรือมีข้อจำกัดในการขยับ
ถ้าไม่ได้ผ่าตัด จะดีขึ้นได้ไหม?
หลายคนหายได้โดยไม่ต้องผ่าตัด โดยเฉพาะในกรณีที่ไม่มีเอ็นฉีกหรือหมอนรองกระดูกขาดรุนแรง การดูแลรักษาตามคำแนะนำ การทำกายภาพ การบริหารกล้ามเนื้อรอบเข่า และการคุมกิจกรรม สามารถฟื้นตัวได้ดี
แต่ถ้ามีการฉีกขาดแล้วปล่อยไว้ อาจทำให้เข่าไม่มั่นคง และมีปัญหาในระยะยาว เช่น เข่าเสื่อมเร็ว เดินแล้วเข่าทรุด หรือเกิดการบาดเจ็บซ้ำได้ง่าย
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดถ้าไม่รักษาให้ดี
เข่าไม่มั่นคง เดินแล้วรู้สึกจะทรุด
ข้อเข่าเสื่อมเร็วกว่าปกติ
ปวดเรื้อรัง หรือมีเสียงดังกรอบแกรบเวลาเคลื่อนไหว
กล้ามเนื้อลีบ เพราะไม่ค่อยได้ใช้งาน
สรุป...ถ้าเข่าบวมจากอุบัติเหตุ และเจาะข้อแล้วมีเลือด ต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง?
ตรวจภาพ MRI หากจำเป็น เพื่อเห็นรายละเอียด
ดูแลต่อเนื่อง ฟื้นฟูกล้ามเนื้อ เพื่อให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติ
อย่าปล่อยให้เข่าบวมและเจ็บเรื้อรัง เพราะเมื่อเข่าเสื่อมไปแล้ว จะฟื้นให้ดีเหมือนเดิมได้ยากมากครับ
สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่
ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ
สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ
#ปวดเข่า #เลือดในข้อเข่า #เอ็นขาด #หมอนรองกระดูกฉีก #MRIเข่า #อุบัติเหตุเข่า #หมอกระดูก



Q: ล้มแล้วเข่าบวม มีเลือดในข้อ ต้องผ่าตัดทันทีเลยไหมครับ? A: ไม่จำเป็นเสมอไปครับ การผ่าตัดขึ้นอยู่กับความรุนแรงของการบาดเจ็บและโครงสร้างที่เสียหายภายในข้อเข่า Q: ถ้าเจาะเอาเลือดออกจากข้อเข่าแล้ว จะหายปวดเลยไหมครับ? A: การเจาะเอาเลือดออกช่วยลดอาการบวมและปวดได้ทันที แต่อาจต้องรักษาที่สาเหตุของการมีเลือดออกต่อไป Q: ถ้าหมอบอกว่าเอ็นไขว้หน้าขาด ต้องผ่าตัดอย่างเดียวเลยหรือเปล่า? A: ในบางกรณี เช่น ผู้ที่อายุน้อยหรือเล่นกีฬา อาจแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อซ่อมแซมเอ็นครับ Q: ถ้าไม่ได้ผ่าตัด จะเดินลำบากตลอดไปไหมครับ? A: หลายคนสามารถฟื้นตัวได้ดีโดยไม่ต้องผ่าตัด หากได้รับการดูแลรักษาที่เหมาะสมและทำกายภาพบำบัดครับ Q: มีเลือดในข้อเข่า แต่ไม่ได้เกิดจากอุบัติเหตุ จะเป็นอันตรายไหมครับ? A: หากมีเลือดออกในข้อเรื้อรังโดยไม่มีสาเหตุชัดเจน อาจบ่งชี้ถึงภาวะเลือดบางชนิด ซึ่งควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาครับ